หน้าหลัก ก.พ.ร.        |   Mobile   |   Help   |   Theme:

หน้าหลัก หน้าหลัก | ติดต่อ | ผังเว็บไซต์ | ค้นหาข้อมูล  
Share แชร์ พิมพ์หน้านี้
หนังสือเวียน / มติ คณะรัฐมนตรี / มติคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2553 / ธันวาคม / วันอังคารที่ 14 ธันวาคม 2553

วันอังคารที่ 14 ธันวาคม 2553

สรุปผลการประชุมคณะรัฐมนตรีวันอังคารที่ 14 ธันวาคม 2553
เรื่อง
ร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน
(องค์การมหาชน) พ.ศ. ....



        
  การประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคาร ที่ 14 ธันวาคม 2553 ซึ่งมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ณ ห้องประชุมชั้น 2 สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้พิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสำนักงาน ก.พ.ร. คือ ร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) พ.ศ. ....

          ทั้ง นี้ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ได้มีหนังสือแจ้งมติคณะรัฐมนตรีเรื่องดังกล่าวให้สำนักงาน ก.พ.ร. ทราบแล้ว ตามหนังสือ สลค. ที่ นร 0503/23862 ลงวันที่ 22 ธันวาคม 2553 โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

          คณะ รัฐมนตรีพิจารณาเรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) พ.ศ. .... ตามที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเสนอ โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เสนอขอแก้ไขถ้อยคำตามหนังสือสำนัก นายกรัฐมนตรี สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ นร 0106/1994 ลงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2553 หน้า 1 จาก ... รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2551 เป็น ... รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2551 ซึ่งคณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้วลงมติ ดังนี้

          1. เห็นชอบตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอขอแก้ไข

          2. อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) พ.ศ. .... ตามที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาเป็นเรื่องเร่งด่วน โดยให้รับความเห็นของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสำนักงบปะมาณไปประกอการพิจารณาด้วย แล้วดำเนินการต่อไปได้

          3. สำหรับการดำเนินการ จัดตั้งสถาบันจัดการธนาคารที่ดินเป็นองค์การมหาชน ให้ดำเนินการตามขั้นตอนการจัดตั้งองค์การมหาชน ตามหนังสือสำนักงาน ก.พ.ร. ที่ นร 1200/ว 15 ลงวันที่ 11 กันยายน 2549

          ใน การนี้ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว และขอให้สำนักงาน ก.พ.ร. ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีในข้อ 3 ต่อไป ทั้งนี้ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ส่งร่างพระราชกฤษฎีกานี้ไปเพื่อสำนักงานคณะ กรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา ตามมติคณะรัฐมนตรีต่อไปแล้ว


           สาระสำคัญของร่างพระราชกฤษฎีกา 

           1. ให้นายกรัฐมนตรี รักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ (มาตรา 4)

           2. ธนาคารที่ดิน หมายความว่า องค์กรที่ทำหน้าที่จัดเก็บรวบรวมข้อมูลที่ดินของหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเอกชนที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ และจัดซื้อที่ดินจากเอกชนเพื่อนำมาจัดให้เกษตรกร ผู้ยากจน หรือผู้ประสงค์จะใช้ประโยชน์ในที่ดิน ได้เช่า เช่าซื้อ หรือเข้าทำประโยชน์และสนับสนุนทางการเงินแก่การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (มาตรา 3) 

           3. ให้จัดตั้งองค์การมหาชนขึ้นเรียกว่า สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) เรียกโดยย่อ บจธ. และให้ใช้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า The Land Bank Administration Institute (Public Organization) เรียกโดยย่อว่า LABAI (มาตรา 5)

           4. สถาบันมีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้ (มาตรา 7) 

                  (1) ดำเนินการเพื่อให้เกิดการกระจายการถือครองที่ดินที่เป็นธรรมและยั่งยืนและมี การใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเหมาะสม และจัดตั้งธนาคารที่ดินขึ้นภายในระยะเวลา 5 ปี
                  (2) รวบรวมข้อมูลที่ดินและเป็นตัวกลางระหว่างผู้ที่ต้องการใช้ที่ดิน กับเจ้าของที่ดินที่ยังมิได้ใช้ประโยชน์หรือเจ้าของที่ดินที่ยังไม่ประสงค์ จะใช้ประโยชน์ในที่ดินอย่างเต็มที่
                  (3) ดำเนินการให้ได้มาซึ่งที่ดินทั้งของรัฐและเอกชนที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์หรือใช้ ประโยชน์ไม่คุ้มค่า เพื่อให้เกษตรกรและผู้ยากจนได้ใช้ประโยชน์อย่างทั่วถึง รวมทั้งสนับสนุนทางการเงินแก่การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
                  (4) สนับสนุนให้ชุมชนมีการบริหารจัดการที่ดินร่วมกัน ทั้งที่ดินทำกินและที่ดินสำหรับการอยู่อาศัยในรูปแบบโฉนดชุมชน
                  (5) ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินของเกษตรกรและผู้ยากจน
                  (6) สนับสนุนการรักษาและคุ้มครองพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับเกษตรกรรมที่สอดคล้องกับนิเวศวิทยา ภูมิปัญญา และวัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่น


           5. ให้สถาบันมีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (มาตรา 8)

                  (1) ให้สินเชื่อ เพื่อการจัดหา และพัฒนาที่ดินแก่เกษตรกร ผู้ยากจน ผู้ประสงค์จะใช้ประโยชน์ในที่ดิน องค์กรชุมชน เครือข่ายองค์กรชุมชน หรือบุคคลตามที่คณะกรรมการกำหนด
                  (2) ส่งเสริมและสนับสนุนองค์กรชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชนในการบริหารจัดการที่ดิน
                  (3) ก่อตั้งสิทธิ หรือทำนิติกรรมทุกประเภทกับหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน
                  (4) โอนหรือรับโอนอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพยสิทธิต่าง ๆ 
                  (5) เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ เป็นผู้ได้มาซึ่งสิทธิครอบครอง และเป็นผู้ทรงสิทธิในทรัพยสิทธิต่าง ๆ 
                  (6) ซื้อ จัดหา จำหน่าย ยืม ให้ยืม เช่า ให้เช่า เช่าซื้อ ให้เช่าซื้อ หรือดำเนินงานเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพยสิทธิต่าง ๆ 
                  (7) เข้าร่วมทุนกับนิติบุคคลอื่นในกิจการที่เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของสถาบัน
                  (8) กู้หรือยืมเงินภายในและภายนอกราชอาณาจักร เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของสถาบัน
                  (9) ทำความตกลงและร่วมมือกับเอกชนหรือหน่วยงานอื่นทั้งภาครัฐและองค์กรภาคเอกชน ทั้งภายในและภายนอกราชอาณาจักร ในกิจการที่เกี่ยวกับวัตถุประสงของสถาบัน
                  (10) ประสานงาน ให้คำปรึกษาและคำแนะนำการวางแผนพัฒนาและการใช้ประโยชน์ในที่ดิน แก่หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งธนาคารที่ดิน
                  (11) รวบรวม ศึกษา วิเคราะห์ วิจัยและจัดทำข้อเสนอเกี่ยวกับการกำหนดนโยบายและมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการ บริหารที่ดิน รวมทั้งเสนอแนะปัญหา อุปสรรค และข้อขัดข้องที่เกิดขึ้นในการปฏิบัติงาน ตลอดจนแนวทางการแก้ไขต่อคณะกรรมการ 
                  (12) เรียกเก็บค่าธรรมเนียม ค่าบำรุง ค่าตอบแทน หรือค่าบริการในการดำเนินการของสถาบัน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และอัตราที่คณะกรรมการกำหนด 
                  (13) รับเป็นตัวแทนนายหน้า รับมอบหมายหรือรับจ้างบุคคลอื่น รวมทั้งมอบหมายบุคคลหรือองค์กรอื่นใด เพื่อดำเนินการหรือประกอบกิจการใด ๆ ภายในขอบวัตถุประสงค์ของสถาบัน
                  (14) เผยแพร่และประชาสัมพันธ์การดำเนินงานเกี่ยวกับการจัดตั้งธนาคารที่ดิน 
                  (15) ดำเนินการอื่นใดเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของสถาบัน


           6. ทุนและทรัพย์สินในการดำเนินการของสถาบัน ประกอบด้วย (มาตรา 9)

                  (1) เงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับโอนมา
                  (2) เงินที่รัฐบาลจ่ายให้เป็นทุนประเดิม 
                  (3) เงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีของรัฐบาลเป็นจำนวนตามจำนวนที่คณะรัฐมนตรีกำหนด เมื่อได้จัดตั้งสถาบัน และจำนวนที่เพิ่มขึ้นตามความจำเป็นในแต่ละปีงบประมาณ 
                  (4) เงินอุดหนุนจากภาคเอกชน หรือองค์กรอื่น รวมทั้งจากต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ และเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้ 
                  (5) ค่าธรรมเนียม ค่าบำรุง ค่าตอบแทน ค่าบริการ หรือรายได้จากการดำเนินการ
                  (6) ดอกผลของเงินหรือรายได้จากทรัพย์สินของสถาบัน หรือจากการออกพันธบัตรการรับเงินหรือทรัพย์สินตาม (4) จะต้องไม่ทำให้สถาบันขาดความเป็นอิสระหรือความเป็นกลาง


           7. ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า คณะกรรมการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน ประกอบด้วย (มาตรา 13) 

                  (1) ประธานกรรมการ ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์สูงทางด้านการจัดการที่ดิน การบริหารงาน การวางผังเมือง หรือวิทยาการอื่นที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ต่อกิจการของสถาบัน
                  (2) กรรมการโดยตำแหน่ง จำนวนสี่คน ได้แก่ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และปลัดกระทรวงมหาดไทย
                  (3) กรรมการผู้แทนองค์กรชุมชน จำนวนสี่คน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากบุคคลที่ได้รับการสรรหาจากตัวแทนขององค์กรชุมชน 
                  (4) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนสี่คน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้านการจัดการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ การพัฒนาสังคม หรือวิทยาการอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อกิจการของสถาบัน


                  ให้ผู้อำนวยการเป็นกรรมการและเลขานุการโดยตำแหน่ง และให้ผู้อำนวยการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่เป็นผู้ช่วยเลขานุการ 

                  หลัก เกณฑ์และวิธีการสรรหาบุคคลเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ รวมทั้งการสรรหาประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อดำรงตำแหน่งแทน ที่ผู้ที่พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนดโดย การเสนอแนะของคณะกรรมการ


 


วสุนธรา (สลธ.) / รายงาน
ข้อมูลจาก : หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
และหนังสือสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

 

 


เผยแพร่ข้อมูลเมื่อ 14 มกราคม 2554 13:22:01 ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดเมื่อ 14 มกราคม 2554 13:22:01
หนังสือเวียน
    ลิงค์     |     สมาชิกเครือข่าย     |     RSS feed     |     คำถามที่พบบ่อย            

เกี่ยวกับ

กฏหมายและระเบียบ

มติ ครม.และหนังสือเวียน

ข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

ศูนย์ความรู้

ประชาสัมพันธ์

    Facebook สำนักงาน ก.พ.ร.   PMQA Channel  Webmail | Intranet สำหรับข้าราชการ | ผังเว็บไซต์




สงวนลิขสิทธิ์โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ

59/1 ถนนพิษณุโลก แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300 โทร. 02 356 9999 โทรสาร 02 281 8328 สายด่วน 1785 e-mail: administrator@opdc.go.th