หน้าหลัก ก.พ.ร. ไทย   |   Eng   |   Mobile   |   Help   |   Theme:

หน้าหลัก หน้าหลัก | ติดต่อ | ผังเว็บไซต์ | ค้นหาข้อมูล  
Share แชร์ พิมพ์หน้านี้
มติ ครม.และหนังสือเวียน / มติ คณะรัฐมนตรี / มติคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2555 / มีนาคม / วันที่ 20 มีนาคม 2555

วันที่ 20 มีนาคม 2555

สรุปผลการประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 20 มีนาคม 2555 
เรื่อง มาตรการลดใช้พลังงานภาครัฐ



           การ ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 3/2555 เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2555 ซึ่งมี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ณ อาคารสำนักงานอธิการบดี ชั้น 5 (อาคาร 7) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาลัย เขตภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ได้พิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสำนักงาน ก.พ.ร. คือ มาตรการลดใช้พลังงานภาครัฐ

           ทั้งนี้ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ได้แจ้งมติคณะรัฐมนตรีเรื่องดังกล่าวให้สำนักงาน ก.พ.ร. ทราบแล้ว ตามหนังสือ สลค. ด่วนที่สุด ที่ นร 0506/ว 88 ลงวันที่ 27 มีนาคม 2555 โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

           คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาเรื่องมาตรการลดใช้พลังงานภาครัฐ ตามที่กระทรวงพลังงานเสนอแล้ว ลงมติ ดังนี้

           1. เห็น ชอบมาตรการลดใช้พลังงานภาครัฐ ตามที่กระทรวงพลังงานเสน โดยให้สวนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นถือปฏิบัติและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป และ ให้กระทรวงพลังงานขอความร่วมมือภาคเอกชนในการประหยัดการใช้พลังงานด้วย ทั้งนี้ ให้ทุกหน่วยงานรับข้อสังเกตของคณะรัฐมนตรีไปพิจารณาประกอบการดำเนินการด้วย ดังนี้

                1.1 การลดการใช้พลังงานมุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ให้เกิดความประหยัดเท่าที่จำเป็น โดยมิได้มุ่งที่จะตัดทอนรายการค่าใช้จ่ายโดยตรง

                1.2 การใช้วิธีการเปลี่ยนอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำมัน เชื้อเพลิงที่มีอายุใช้งานมานาน เสื่อมสภาพ หรือชำรุด แทนวิธีการซ่อมบำรุงของเดิม อาจช่วยให้สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า

                1.3 กรณีหน่วยงานใดพบว่ามีอัตราการใช้พลังงาน (เช่น ค่าน้ำและค่าไฟฟ้า) เพิ่มสูงขึ้นมากเป็นลำดับ สมควรที่จะได้เร่งตรวจสอบอุปกรณ์และระบบสาธารณูปโภคของหน่วยงาน แล้วดำเนินการแก้ไขปรับปรุงเพื่อลดการใช้พลังงานต่าง ๆ โดยเร็ว

           2. มอบหมายให้กระทรวงพลังงานร่วมกับสำนักงบประมาณ และสำนักงาน ก.พ.ร. ติดตามและประเมินผลการดำเนินการาตามมาตรการดังกล่าว แล้วนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป


           สรุปสาระสำคัญของเรื่อง

          ตาม ที่ นายกรัฐมนตรี (นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) ได้ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจนัดพิเศษ เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2555 เพื่อเตรียมแนวทางดูแลราคาสินค้าและค่าครองชีพ ตั้งแต่ต้นทางจนถึงมือผู้บริโภค ที่ประชุมได้มีมติให้กระทรวงพลังงานจับตาสถานการณ์ราคาพลังงานในตลาดโลก อย่างใกล้ชิด เพื่อหาแนวทางบรรเทาผลกระทบ โดยเบื้องต้นให้เตรียมมาตรการรองรับ ได้แก่ การตรึงภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลไว้ที่ 0.0005 บาทต่อลิตร การต่ออายุมาตรการลดค่าครองชีพทั้งรถเมล์และรถไฟฟรี หลังสิ้นสุดกรอบเวลาในช่วงเดือนเมษายน และการให้หน่วยงานราชการดำเนินมาตรการลดใช้พลังงานลง ให้ได้อย่างน้อย 10% เพื่อลดการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ นั้น

           กระทรวงพลังงานได้จัดทำแนวทางประหยัดพลังงานในหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้ทุกหน่วยงานราชการดำเนินการด้วยความเข้าใจที่ตรงกันและบรรลุตามเป้าหมายที่กำหนด โดยสรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

           1. กำหนดเป้าหมาย: มาตรการลดใช้พลังงานลงให้ได้อย่างน้อย 10%

           2. ดำเนินมาตรการระยะสั้น ดังต่อไปนี้ 

                2.1 ให้ ตัวชี้วัด (Key Performance Index: KPI) ระดับความสำเร็จของการดำเนินการตามมาตรการประหยัดพลังงาน เป็นหนึ่งในกรอบการประเมินผลการปฏิบัติราชการต่อไป โดยเริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2555

                         (1) ให้ สำนักงาน ก.พ.ร. กำหนด ให้ผลการประหยัดพลังงานเป็นตัววัดประสิทธิภาพของปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้บริหารระดับสูงของทุกหน่วยงาน รวมถึงรัฐวิสาหกิจ องค์การปกครองท้องถิ่น หน่วยงานตุลาการ หน่วยงานรัฐสภา และโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยเริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2555

                         (2) ให้ สำนักงาน ก.พ.ร. และ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ร่วมกันพิจารณากำหนดเกณฑ์ที่จะใช้สำหรับการประเมินผล

                         (3) ให้ สนพ. เป็นเจ้าภาพหลักในการติดตามผลและรายงานผลให้คณะรัฐมนตรีทราบ 

                2.2 ลดการใช้พลังงานลงอย่างน้อยร้อยละ 10 

                         (1) ให้ทุกหน่วยงานกำหนดเป้าหมายลดการใช้ไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิงลงร้อยละ 10 โดยเทียบกับปริมาณการใช้ไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิงในปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 

                         (2) ถ้าหน่วยงานใดมีผลการใช้ไฟฟ้าและหรือน้ำมันเชื้อเพลิงในปีงบประมาณ พ.ศ.2554 เพิ่มขึ้น จากปริมาณการใช้ไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิงของปีงบประมาณ พ.ศ. 2551 โดยไม่มีเหตุผลสมควร หน่วยงานนั้นต้องลดการใช้พลังงานลง 15% จากปริมาณการใช้ไฟฟ้าและหรือน้ำมันเชื้อเพลิงของปีงบประมาณ พ.ศ. 2551 

                         (3) แนวทางดำเนินการ 
                                  - ดำเนินการตามแนวทางประหยัดพลังงานในหน่วยงานภาครัฐ 

                         (4) มาตรการลดใช้ไฟฟ้า
                                  - จัดซื้ออุปกรณ์/เครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดต้องเป็นอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน 
                     sp;            - กำหนดเวลาเปิดปิดเครื่องปรับอากาศ เช่น 08.30 - 16.30 น. และปรับอุณหภูมิให้อยู่ที่ 25-26 องศาเซลเซียส รวมถึงตั้งงบประมาณล้างเครื่องปรับอากาศเป็นประจำทุก 6 เดือน โดยห้ามปรับเปลี่ยนงบประมาณไปใช้ในเรื่องอื่น 
                                  - กำหนดการใช้ลิฟต์ให้หยุดเฉพาะชั้น เช่น การหยุดเฉพาะชั้นคู่หรืออาจจะสลับให้มีการหยุดเฉพาะชั้นคี่ และปิดลิฟต์บางตัวในช่วงเวลาที่มีการใช้งานน้อย และรณรงค์ขึ้น-ลงชั้นเดียวให้ใช้ลิฟต์

                         (5) มาตรการลดใช้น้ำมัน 
                                  - ให้มีระบบ Car Pool : หน่วยราชการระดับกรมที่อยู่ในพื้นที่เดียวกันให้จัดระบบการใช้รถแบบรวมศูนย์ เพื่อให้มีการใช้รถอย่างประหยัดและประสิทธิภาพสูงสุด
                                  - กำชับพนักงานขับรถยนต์ให้ขับรถในอัตราความเร็วยานพาหนะที่พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 กำหนด 
                                  - รถเบนซินราชการและรัฐวิสาหกิจทุกคันในจังหวัดที่มีก๊าซโซฮอล์จำหน่ายต้องใช้ ก๊าซโซฮอล์ และหากมี NGV จำหน่ายให้ติดตั้ง NGV ควบคู่ไปด้วย โดยเมื่ออยู่ในพื้นที่ที่มี NGV ให้เติม NGV และอยู่นอกพื้นที่ให้เติมก๊าซโซฮอล์

           3. ดำเนินมาตรการระยะยาว ดังต่อไปนี้ 

                3.1 กำหนดให้ อาคารของรัฐที่เข้าข่ายเป็นอาคารควบคุม ก่อนปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 ประมาณ 800 แห่ง เร่งปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานไม่ให้เกิน ค่ามาตรฐานการจัดการใช้พลังงาน ภายในปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 เพื่อเป็นตัวอย่างในการจัดการอาคารของเอกชนที่เข้าข่ายเป็นอาคารควบคุม

                3.2 ให้สำนักงบประมาณจัดทำข้อกำหนดและเงื่อนไขเพื่อหน่วยงานราชการสามารถจัดซื้อ อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือยานพาหนะใหม่มาใช้ทดแทนของเดิมที่มีอายุการใช้ งานมานาน เสื่อมสภาพ และสิ้นเปลืองพลังงาน รวมถึงการจัดการอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือยานพาหนะเดิม เพื่อมิให้มีการนำไปใช้ในที่อื่น โดยการจัดการนั้นต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

           4. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

                ข้อมูลจาก www.e-report.go.th ปริมาณการใช้พลังงานของ 10,782 หน่วยงานราชการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 

                4.1 ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม 3,169 ล้านหน่วย หากสามารถลดการใช้พลังงานได้ตามเป้าหมาย 10% จะลดการใช้ไฟฟ้าลงได้ 316.9 ล้านหน่วย คิดเป็นเงินมูลค่า 950 ล้านบาท (ค่าไฟฟ้าหน่วยละ 3 บาท) ลดการปลดปล่อย CO2 184 MtCO2e (1 kWh = 0.5812 kCO2e)

                4.2 ปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงรวม 191 ล้านลิตร หากสามารถลดการใช้พลังงานได้ตามเป้าหมาย 10% จะลดการใช้น้ำมันลงได้ 19.1 ล้านลิตร คิดเป็นเงินมูลค่า 669 ล้านบาท (ค่าน้ำมันคิดเฉลี่ยหน่วยละ 35 บาท) ลดการปลดปล่อย CO2 43 MtCO2e (เบนซิน 1 ลิตร = 2.280 kCO2e)

                รวมลดปริมาณการใช้พลังงานลงคิดเป็นมูลค่า 1,619 ล้านบาท และลดการปลดปล่อย CO2 227 MtCO2e

 

วสุนธรา (สลธ.) / รายงาน
กลุ่มสื่อสารฯ / จัดทำ
ข้อมูลจากหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และหนังสือกระทรวงพลังงาน

 

 


เผยแพร่ข้อมูลเมื่อ 30 มีนาคม 2555 10:15:44 ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดเมื่อ 30 มีนาคม 2555 10:15:44
มติ ครม.และหนังสือเวียน
    ลิงค์     |     สมาชิกเครือข่าย     |     RSS feed     |     คำถามที่พบบ่อย            
    Facebook สำนักงาน ก.พ.ร.   PMQA Channel  Webmail | Intranet สำหรับข้าราชการ | ผังเว็บไซต์




สงวนลิขสิทธิ์โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ

59/1 ถนนพิษณุโลก แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300 โทร. 02 356 9999 โทรสาร 02 281 8328 สายด่วน 1785 e-mail: administrator@opdc.go.th