คณะกรรมการและอำนาจหน้าที่
  ประมวลคำชี้แจงประเด็นอภิปรายและข้อสังเกตการายงานการพัฒนาระบบราชการไทย ในการประชุมวุฒิสภา
  สรุปสาระสำคัญการประชุมของคณะกรรมการ / อนุกรรมการฯ เกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการ
  รายงานต้นทุนผลผลิต สำนักงาน ก.พ.ร. ประจำปีงบประมาณ
  แนะนำสำนักงาน ก.พ.ร.
  แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการ 2546-2550
  แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการไทย พ.ศ. 2551 - พ.ศ. 2555
  แผนปฏิบัติราชการ 4 ปี
  ภารกิจสำคัญที่ได้ดำเนินการไปแล้ว(ข้อมูลของเว็บไซต์เดิม)
  แผนป้องกันและปราบปรามการทุจริตของสำนักงาน ก.พ.ร.
  สรุปผลการพัฒนาระบบราชการไทยที่สำคัญ
  ข้อมูล ก.พ.ร. และ สำนักงาน ก.พ.ร.
  รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล
  รัฐธรรมนูญ
  พระราชบัญญัติี
  พระราชกฤษฎีกา
  กฎกระทรวง
  ระเบียบ
  ประกาศสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
  แผนพัฒนากฎหมาย
  มติ คณะรัฐมนตรี
  หนังสือเวียนของสำนักงาน ก.พ.ร.
  เกี่ยวกับ ก.น.จ.
  เกี่ยวกับ ค.ต.ป.
  เอกสารเผยแพร่
  รายงานผลการดำเนินงานของจังหวัดตามนโยบายรัฐบาล
  คู่มือการประเมินผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองประจำปีงบประมาณ 2549-2556
  ผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2548-2554
  วีดิทัศน์
  การจัดการความรู้กับการบริหารราชการแนวใหม่
  Innovative Forum
  การจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาหน่วยงาน
  ปี 2556
  ปี 2555
  ปี 2554
  ปี 2553
  ปี 2552
  ปี 2551
  ปี 2550
  ข่าวประชาสัมพันธ์
  ข่าวการจัดซื้อ-จัดจ้าง
  ข่าวรับสมัครงาน
  หน่วยงานราชการต่างประเทศ
  องค์การมหาชน
  หน่วยงานราชการ
  ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน
  เกี่ยวกับสำนักงาน ก.พ.ร.
  HOME    Thai  |  English  
เกี่ยวกับสำนักงาน ก.พ.ร. กฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้อง มติ ครม. และหนังสือเวียน ศูนย์ความรู้ ข่าวเด่น ก.พ.ร. ผังเว็บไซต์
สมาชิกเครือข่าย ข่าวประชาสัมพันธ์ สำรวจความคิดเห็น เวทีความคิดเห็น รวมลิงค์ ติดต่อสำนักงาน
   
 
มติ คณะรัฐมนตรี
  มติคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2555
  มกราคม
  กุมภาพันธ์
  มีนาคม
  เมษายน
  พฤษภาคม
  มิถุนายน
  กรกฏาคม
  สิงหาคม
  พฤศจิกายน
  ธันวาคม
  มติคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2554
  มกราคม
  มีนาคม
  เมษายน
  พฤษภาคม
  กรกฎาคม
  สิงหาคม
  กันยายน
  ตุลาคม
  พฤศจิกายน
  มติคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2553
  มกราคม
  กุมภาพันธ์
  มีนาคม
  เมษายน
  พฤษภาคม
  มิถุนายน
  กรกฏาคม
  กันยายน
  ตุลาคม
  พฤศจิกายน
  ธันวาคม
  มติคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2552
  มกราคม
  กุมภาพันธ์
  มีนาคม
  เมษายน
  พฤษภาคม
  มิถุนายน
  สิงหาคม
  กันยายน
  ตุลาคม
  พฤศจิกายน
  ธันวาคม
  มติคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2550
  มกราคม
  กุมภาพันธ์
  มีนาคม
  เมษายน
  พฤษภาคม
  มิถุนายน
  กรกฏาคม
  สิงหาคม
  กันยายน
  ตุลาคม
  พฤศจิกายน
  ธันวาคม
  มติคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2549
  มติคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2551
  มกราคม
  กุมภาพันธ์
  มีนาคม
  เมษายน
  พฤษภาคม
  กรกฏาคม
  สิงหาคม
  กันยายน
  ตุลาคม
  พฤศจิกายน
  ธันวาคม
  มติคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2548
หนังสือเวียนของสำนักงาน ก.พ.ร.
  หนังสือเวียนของสำนักงาน ก.พ.ร. ปี 2556
  หนังสือเวียนของสำนักงาน ก.พ.ร. ปี 2555
  หนังสือเวียนของสำนักงาน ก.พ.ร. ปี 2554
  หนังสือเวียนของสำนักงาน ก.พ.ร. ปี 2553
  หนังสือเวียนของสำนักงาน ก.พ.ร. ปี 2552
  หนังสือเวียนของสำนักงาน ก.พ.ร. ปี 2551
  หนังสือเวียนของสำนักงาน ก.พ.ร. ปี 2550
  หนังสือเวียนของสำนักงาน ก.พ.ร. ปี 2549
  หนังสือเวียนของสำนักงาน ก.พ.ร. ปี 2548
  หนังสือเวียนของสำนักงาน ก.พ.ร. ปี 2547
เกี่ยวกับ ก.น.จ.
  หนังสือเวียนเกี่ยวกับ ก.น.จ. ปี 2556
  หนังสือเวียนเกี่ยวกับ ก.น.จ. ปี 2555
  หนังสือเวียนเกี่ยวกับ ก.น.จ. ปี 2554
  หนังสือเวียนเกี่ยวกับ ก.น.จ. ปี 2553
  หนังสือเวียนเกี่ยวกับ ก.น.จ. ปี 2552
  คำสั่งคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบูรณาการ 2553
  คำสั่งคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบูรณาการ 2552
  ผลการพิจารณาแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด แผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัด และคำของบประมาณของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2555 ที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ
เกี่ยวกับ ค.ต.ป.
  หนังสือเวียน ค.ต.ป.
  มติ ครม. และหนังสือเวียน > มีนาคม      
    

วันที่ 20 มีนาคม 2555

Share
   

สรุปผลการประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 20 มีนาคม 2555 
เรื่อง มาตรการลดใช้พลังงานภาครัฐ



           การ ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 3/2555 เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2555 ซึ่งมี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ณ อาคารสำนักงานอธิการบดี ชั้น 5 (อาคาร 7) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาลัย เขตภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ได้พิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสำนักงาน ก.พ.ร. คือ มาตรการลดใช้พลังงานภาครัฐ

           ทั้งนี้ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ได้แจ้งมติคณะรัฐมนตรีเรื่องดังกล่าวให้สำนักงาน ก.พ.ร. ทราบแล้ว ตามหนังสือ สลค. ด่วนที่สุด ที่ นร 0506/ว 88 ลงวันที่ 27 มีนาคม 2555 โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

           คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาเรื่องมาตรการลดใช้พลังงานภาครัฐ ตามที่กระทรวงพลังงานเสนอแล้ว ลงมติ ดังนี้

           1. เห็น ชอบมาตรการลดใช้พลังงานภาครัฐ ตามที่กระทรวงพลังงานเสน โดยให้สวนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นถือปฏิบัติและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป และ ให้กระทรวงพลังงานขอความร่วมมือภาคเอกชนในการประหยัดการใช้พลังงานด้วย ทั้งนี้ ให้ทุกหน่วยงานรับข้อสังเกตของคณะรัฐมนตรีไปพิจารณาประกอบการดำเนินการด้วย ดังนี้

                1.1 การลดการใช้พลังงานมุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ให้เกิดความประหยัดเท่าที่จำเป็น โดยมิได้มุ่งที่จะตัดทอนรายการค่าใช้จ่ายโดยตรง

                1.2 การใช้วิธีการเปลี่ยนอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำมัน เชื้อเพลิงที่มีอายุใช้งานมานาน เสื่อมสภาพ หรือชำรุด แทนวิธีการซ่อมบำรุงของเดิม อาจช่วยให้สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า

                1.3 กรณีหน่วยงานใดพบว่ามีอัตราการใช้พลังงาน (เช่น ค่าน้ำและค่าไฟฟ้า) เพิ่มสูงขึ้นมากเป็นลำดับ สมควรที่จะได้เร่งตรวจสอบอุปกรณ์และระบบสาธารณูปโภคของหน่วยงาน แล้วดำเนินการแก้ไขปรับปรุงเพื่อลดการใช้พลังงานต่าง ๆ โดยเร็ว

           2. มอบหมายให้กระทรวงพลังงานร่วมกับสำนักงบประมาณ และสำนักงาน ก.พ.ร. ติดตามและประเมินผลการดำเนินการาตามมาตรการดังกล่าว แล้วนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป


           สรุปสาระสำคัญของเรื่อง

          ตาม ที่ นายกรัฐมนตรี (นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) ได้ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจนัดพิเศษ เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2555 เพื่อเตรียมแนวทางดูแลราคาสินค้าและค่าครองชีพ ตั้งแต่ต้นทางจนถึงมือผู้บริโภค ที่ประชุมได้มีมติให้กระทรวงพลังงานจับตาสถานการณ์ราคาพลังงานในตลาดโลก อย่างใกล้ชิด เพื่อหาแนวทางบรรเทาผลกระทบ โดยเบื้องต้นให้เตรียมมาตรการรองรับ ได้แก่ การตรึงภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลไว้ที่ 0.0005 บาทต่อลิตร การต่ออายุมาตรการลดค่าครองชีพทั้งรถเมล์และรถไฟฟรี หลังสิ้นสุดกรอบเวลาในช่วงเดือนเมษายน และการให้หน่วยงานราชการดำเนินมาตรการลดใช้พลังงานลง ให้ได้อย่างน้อย 10% เพื่อลดการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ นั้น

           กระทรวงพลังงานได้จัดทำแนวทางประหยัดพลังงานในหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้ทุกหน่วยงานราชการดำเนินการด้วยความเข้าใจที่ตรงกันและบรรลุตามเป้าหมายที่กำหนด โดยสรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

           1. กำหนดเป้าหมาย: มาตรการลดใช้พลังงานลงให้ได้อย่างน้อย 10%

           2. ดำเนินมาตรการระยะสั้น ดังต่อไปนี้ 

                2.1 ให้ ตัวชี้วัด (Key Performance Index: KPI) “ระดับความสำเร็จของการดำเนินการตามมาตรการประหยัดพลังงาน” เป็นหนึ่งในกรอบการประเมินผลการปฏิบัติราชการต่อไป โดยเริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2555

                         (1) ให้ สำนักงาน ก.พ.ร. กำหนด ให้ผลการประหยัดพลังงานเป็นตัววัดประสิทธิภาพของปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้บริหารระดับสูงของทุกหน่วยงาน รวมถึงรัฐวิสาหกิจ องค์การปกครองท้องถิ่น หน่วยงานตุลาการ หน่วยงานรัฐสภา และโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยเริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2555

                         (2) ให้ สำนักงาน ก.พ.ร. และ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ร่วมกันพิจารณากำหนดเกณฑ์ที่จะใช้สำหรับการประเมินผล

                         (3) ให้ สนพ. เป็นเจ้าภาพหลักในการติดตามผลและรายงานผลให้คณะรัฐมนตรีทราบ 

                2.2 ลดการใช้พลังงานลงอย่างน้อยร้อยละ 10 

                         (1) ให้ทุกหน่วยงานกำหนดเป้าหมายลดการใช้ไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิงลงร้อยละ 10 โดยเทียบกับปริมาณการใช้ไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิงในปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 

                         (2) ถ้าหน่วยงานใดมีผลการใช้ไฟฟ้าและหรือน้ำมันเชื้อเพลิงในปีงบประมาณ พ.ศ.2554 เพิ่มขึ้น จากปริมาณการใช้ไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิงของปีงบประมาณ พ.ศ. 2551 โดยไม่มีเหตุผลสมควร หน่วยงานนั้นต้องลดการใช้พลังงานลง 15% จากปริมาณการใช้ไฟฟ้าและหรือน้ำมันเชื้อเพลิงของปีงบประมาณ พ.ศ. 2551 

                         (3) แนวทางดำเนินการ 
                                  - ดำเนินการตามแนวทางประหยัดพลังงานในหน่วยงานภาครัฐ 

                         (4) มาตรการลดใช้ไฟฟ้า
                                  - จัดซื้ออุปกรณ์/เครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดต้องเป็นอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน 
                                  - กำหนดเวลาเปิดปิดเครื่องปรับอากาศ เช่น 08.30 - 16.30 น. และปรับอุณหภูมิให้อยู่ที่ 25-26 องศาเซลเซียส รวมถึงตั้งงบประมาณล้างเครื่องปรับอากาศเป็นประจำทุก 6 เดือน โดยห้ามปรับเปลี่ยนงบประมาณไปใช้ในเรื่องอื่น 
                                  - กำหนดการใช้ลิฟต์ให้หยุดเฉพาะชั้น เช่น การหยุดเฉพาะชั้นคู่หรืออาจจะสลับให้มีการหยุดเฉพาะชั้นคี่ และปิดลิฟต์บางตัวในช่วงเวลาที่มีการใช้งานน้อย และรณรงค์ขึ้น-ลงชั้นเดียวให้ใช้ลิฟต์

                         (5) มาตรการลดใช้น้ำมัน 
                                  - ให้มีระบบ Car Pool : หน่วยราชการระดับกรมที่อยู่ในพื้นที่เดียวกันให้จัดระบบการใช้รถแบบรวมศูนย์ เพื่อให้มีการใช้รถอย่างประหยัดและประสิทธิภาพสูงสุด
                                  - กำชับพนักงานขับรถยนต์ให้ขับรถในอัตราความเร็วยานพาหนะที่พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 กำหนด 
                                  - รถเบนซินราชการและรัฐวิสาหกิจทุกคันในจังหวัดที่มีก๊าซโซฮอล์จำหน่ายต้องใช้ ก๊าซโซฮอล์ และหากมี NGV จำหน่ายให้ติดตั้ง NGV ควบคู่ไปด้วย โดยเมื่ออยู่ในพื้นที่ที่มี NGV ให้เติม NGV และอยู่นอกพื้นที่ให้เติมก๊าซโซฮอล์

           3. ดำเนินมาตรการระยะยาว ดังต่อไปนี้ 

                3.1 กำหนดให้ “อาคารของรัฐที่เข้าข่ายเป็นอาคารควบคุม” ก่อนปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 ประมาณ 800 แห่ง เร่งปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานไม่ให้เกิน “ค่ามาตรฐานการจัดการใช้พลังงาน” ภายในปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 เพื่อเป็นตัวอย่างในการจัดการอาคารของเอกชนที่เข้าข่ายเป็นอาคารควบคุม

                3.2 ให้สำนักงบประมาณจัดทำข้อกำหนดและเงื่อนไขเพื่อหน่วยงานราชการสามารถจัดซื้อ อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือยานพาหนะใหม่มาใช้ทดแทนของเดิมที่มีอายุการใช้ งานมานาน เสื่อมสภาพ และสิ้นเปลืองพลังงาน รวมถึงการจัดการอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือยานพาหนะเดิม เพื่อมิให้มีการนำไปใช้ในที่อื่น โดยการจัดการนั้นต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

           4. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

                ข้อมูลจาก www.e-report.go.th ปริมาณการใช้พลังงานของ 10,782 หน่วยงานราชการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 

                4.1 ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม 3,169 ล้านหน่วย หากสามารถลดการใช้พลังงานได้ตามเป้าหมาย 10% จะลดการใช้ไฟฟ้าลงได้ 316.9 ล้านหน่วย คิดเป็นเงินมูลค่า 950 ล้านบาท (ค่าไฟฟ้าหน่วยละ 3 บาท) ลดการปลดปล่อย CO2 184 MtCO2e (1 kWh = 0.5812 kCO2e)

                4.2 ปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงรวม 191 ล้านลิตร หากสามารถลดการใช้พลังงานได้ตามเป้าหมาย 10% จะลดการใช้น้ำมันลงได้ 19.1 ล้านลิตร คิดเป็นเงินมูลค่า 669 ล้านบาท (ค่าน้ำมันคิดเฉลี่ยหน่วยละ 35 บาท) ลดการปลดปล่อย CO2 43 MtCO2e (เบนซิน 1 ลิตร = 2.280 kCO2e)

                รวมลดปริมาณการใช้พลังงานลงคิดเป็นมูลค่า 1,619 ล้านบาท และลดการปลดปล่อย CO2 227 MtCO2e

 

วสุนธรา (สลธ.) / รายงาน
กลุ่มสื่อสารฯ / จัดทำ
ข้อมูลจากหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และหนังสือกระทรวงพลังงาน

เผยแพร่ข้อมูลเมื่อ 30 มีนาคม 2555 10:15:44
     
 
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ
59/1 ถนนพิษณุโลก แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300 โทร 02 356 9999 โทรสาร 02 281 7995 สายด่วน 1785 e-mail: administrator@opdc.go.th