Logo of OPDC ก.พ.ร. FAQ สำหรับการค้นหา  |  ภาษาไทย   |   English   |   Mobile   |   Help   |  

หน้าหลัก หน้าหลัก | ติดต่อ | ผังเว็บไซต์ |  หน้าหลัก
Share แชร์ พิมพ์หน้านี้
หนังสือเวียน / มติ คณะรัฐมนตรี / มติคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2549 / มกราคม / วันอังคารที่ 31 มกราคม 2549

วันอังคารที่ 31 มกราคม 2549

 มติคณะรัฐมนตรีวันอังคารที่ 31 มกราคม 2549

ที่เกี่ยวข้องกับสำนักงาน ก.พ.ร.

           การประชุมคณะรัฐมนตรี ณ ห้องประชุม ชั้น 2 ตึกสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีหลังใหม่ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันอังคารที่ 31 มกราคม 2549  ได้พิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องสำนักงาน ก.พ.ร. จำนวน 1 เรื่อง สรุปได้ดังนี้

เรื่องที่ 20

รายงานผลการดำเนินงานของ
ศูนย์บริการร่วมรูปแบบเคาน์เตอร์บริการประชาชน


            คณะรัฐมนตรีรับทราบรายงานผลการดำเนินงานของ ศูนย์บริการร่วมรูปแบบเคาน์เตอร์บริการประชาชน ตามที่ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบข้าราชการ (ก.พ.ร.) เสนอดังนี้

          สำนักงาน ก.พ.ร. ได้ทำการศึกษาและพัฒนาเพื่อจัดตั้ง ศูนย์บริการร่วมรูปแบบเคาน์เตอร์บริการประชาชน (Government Counter Service : GCS) เป็นต้นแบบในการขยายผลการดำเนินการต่อไป รวม 2 แห่ง โดยมีผลการดำเนินการและปัญหาอุปสรรค ดังนี้

    









   
   1. ผลการดำเนินการ

          1.1 เคาน์เตอร์บริการประชาชนบริเวณสถานีรถไฟฟ้าหมอชิต กรุงเทพฯ มีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่เข้าร่วมให้บริการ 17 หน่วยงาน และมีงานบริการต่างๆ รวม 22 งานบริการ ซึ่ง บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ และบริษัท วี จี ไอ โกลบอล มีเดีย จำกัด ให้ใช้พื้นที่โดยไม่คิดค่าเช่าเป็นระยะเวลา 1 ปี จนถึงสิ้นเดือนมกราคม 2549 และได้เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม 2548 แล้ว มีประชาชนใช้บริการรวมทั้งสิ้น 46,879 ราย งานบริการที่ประชาชนใช้บริการ มากที่สุด คือ งานบริการไปรษณีย์/Pay at Post 18,742 ราย รองลงมาเป็นงานจัดทำบัตรประจำตัวประชาชน 9,534 ราย และมีการสำรวจความพึงพอใจของประชาชน คิดเป็นร้อยละ 96.56















          1.2 เคาน์เตอร์บริการประชาชนบริเวณศูนย์การค้าเซ็นทรัล แอร์พอร์ตพลาซา จังหวัดเชียงใหม่ มีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนในจังหวัดที่เข้าร่วมให้บริการ 27 หน่วยงาน และมีงานบริการต่าง ๆ รวม 33 งานบริการ ซึ่งศูนย์การค้าเซ็นทรัลฯ ให้ใช้พื้นที่โดยไม่คิดค่าเช่าเป็นระยะเวลา 1 ปี โดยได้เปิดบริการในช่วง 3 เดือนแรก ตั้งแต่เดือนตุลาคม ถึง ธันวาคม 2548 มีประชาชนใช้บริการรวมทั้งสิ้น 21,881 ราย งานบริการที่ประชาชนใช้บริการมากที่สุด คือ งานบริการไปรษณีย์ 20,266 ราย รองลงมาเป็นงานจัดทำบัตรประจำตัวประชาชน 1,345 ราย และจะมีการเปิดเคาน์เตอร์บริการประชาชนอย่างเป็นทางการได้ในต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2549















          
2. ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน

          มีบางส่วนราชการยังมีแนวคิดว่าหากนำงานบริการมาไว้ที่เคาน์เตอร์บริการประชาชน และมีผู้ใช้บริการมาก จะทำให้งานบริการที่สำนักงานของตนเองมีความสำคัญน้อยลง รวมทั้งยังมีข้อขัดข้องเกี่ยวกับการให้บริการผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ อีกทั้งในหลายงานบริการมีแนวโน้มที่จะถอนงานบริการออกไป หรือลดการให้บริการลง เช่น การต่ออายุหนังสือเดินทาง เนื่องจากจะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือการปรับเวลาการให้บริการของการจัดทำบัตรทอง 30 บาท เป็นให้บริการในวันอาทิตย์ วันพฤหัสบดี เวลา 11.00 19.00 น. เป็นต้น

          ส่วนการจัดตั้งเคาน์เตอร์บริการประชาชนยังไม่ได้ขยายให้ครอบคลุมในพื้นที่ชุมชนได้อย่างเพียงพอ และมีงานบริการหลายประเภทไม่สามารถให้บริการได้เบ็ดเสร็จ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ณ เคาน์เตอร์บริการประชาชนไม่มีอำนาจอนุมัติ อนุญาตได้ตามกฎหมาย ต้องส่งเรื่องให้ส่วนราชการที่รับผิดชอบเป็นผู้อนุมัติ อนุญาตก่อน ซึ่งได้ดำเนินการแก้ไขโดยกำหนดไว้ในร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. .... ว่า ให้ผู้มีอำนาจในการอนุมัติ อนุญาต มอบอำนาจให้แก่ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติงานในศูนย์บริการร่วมหรือศูนย์ที่เรียกชื่อ อย่างอื่นได้


          
3. การดำเนินการในปีงบประมาณ 2549 สำนักงาน ก.พ.ร. จะดำเนินการดังนี้

          (1) ได้ขอขยายระยะเวลาการใช้พื้นที่เคาน์เตอร์บริการประชาชนบริเวณรถไฟฟ้าหมอชิตต่อไปอีก 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2549 โดยขอยกเว้นค่าเช่าพื้นที่รวมทั้งเพิ่มงานบริการจาก 22 งานบริการ เป็น 25 งานบริการ และเพิ่มหน่วยงานที่เข้าร่วมจากเดิม 17 หน่วยงาน เป็น 19 หน่วยงาน

          (2) ติดตามผลการจัดตั้งและเปิดดำเนินการเคาน์เตอร์บริการของหน่วยงานและจังหวัดต่าง ๆ ที่สามารถพัฒนาคุณภาพและรูปแบบของการให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะกำหนดมาตรฐานและรับรองคุณภาพมาตรฐานแก่หน่วยงานและจังหวัดที่ให้บริการได้ตามเกณฑ์

          (3) ดำเนินการให้มีการจัดตั้งศูนย์บริการร่วมในพื้นที่ต่าง ๆ ให้มากขึ้น โดยกำหนดเป็นตัวชี้วัดตาม คำรับรองการปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2549 ให้ส่วนราชการระดับกระทรวงและจังหวัดจัดตั้งศูนย์บริการร่วม ไม่น้อยกว่ากระทรวง/จังหวัดละ 1 แห่ง

          สำหรับปีงบประมาณ 2550 2551 สำนักงาน ก.พ.ร. จะขยายผลการจัดตั้งเคาน์เตอร์บริการประชาชน โดย
          ปีงบประมาณ 2550 จัดตั้งเคาน์เตอร์บริการประชาชน จำนวน 15 แห่ง งบประมาณแห่งละ 4 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 60 ล้านบาท
          ปีงบประมาณ 2551 จัดตั้งเคาน์เตอร์บริการประชาชน จำนวน 20 แห่ง งบประมาณแห่งละ 4 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 60 ล้านบาท
          ปีงบประมาณ 2551 จัดตั้งเคาน์เตอร์บริการประชาชน จำนวน 20 แห่ง งบประมาณแห่งละ 4 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 80 ล้านบาท
          ซึ่งจะประสานให้มีหน่วยงานเข้ารับช่วงดำเนินงาน เช่น บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ซึ่งอาจมีรายได้จากงานบริการเพียงพอในการนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานโดยไม่ต้องขอใช้งบประมาณประจำปี แต่หากไม่เพียงพอก็อาจจำเป็นต้องของบอุดหนุนเพิ่มเติมต่อไป


       
   
ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีให้สำนักงาน ก.พ.ร. รับประเด็นอภิปรายและมติคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี คณะที่ 7 (ฝ่ายกฎหมายฯ) (รองนายกรัฐมนตรี นายวิษณุ เครืองาม ประธานกรรมการฯ) ครั้งที่ 3/2549 วันที่ 25 มกราคม 2549 ไปพิจารณาดำเนินการดังนี้

          1. การจัดตั้งศูนย์บริการร่วมในรูปแบบเคาน์เตอร์บริการประชาชนนี้ เป็นการดำเนินการในลักษณะการ นำบริการของหน่วยงานภาครัฐไปสู่ประชาชน ซึ่งจะเป็นการอำนวยความสะดวก ลดขั้นตอนและกระบวนการทำงาน และขยายการให้บริการประชาชน เป็นการพัฒนารูปแบบการให้บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในระยะเริ่มแรก มีการจัดตั้งเคาน์เตอร์บริการประชาชนนำร่องในพื้นที่แหล่งชุมชน 2 แห่ง จากผลการดำเนินการปรากฏว่าสร้างความพึงพอใจ ให้แก่ประชาชนเป็นอย่างมาก ควรที่จะมีการขยายผลการจัดตั้งเคาน์เตอร์บริการประชาชนเพิ่มเติมต่อไป

          2. การขยายผลการจัดตั้งเคาน์เตอร์บริการประชาชนเพิ่มเติมปีงบประมาณ 2550 2551 มีภาระใช้ งบประมาณค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นอกจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ และค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่แล้ว ค่าใช้จ่ายการเช่าพื้นที่เพื่อตั้งเคาน์เตอร์บริการประชาชนในห้างสรรพสินค้าจะเป็นภาระ งบประมาณต่อเนื่อง ดังนั้น ในการจัดหาสถานที่ในการดำเนินการจัดตั้งเคาน์เตอร์บริการประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ  สมควรพิจารณาจากสถานที่ที่เจ้าของพื้นที่ยกเว้นค่าเช่าพื้นที่ให้เพื่อมิให้เป็นภาระผูกพันงบประมาณระยะยาว และควร คำนึงถึงสถานที่ที่เป็นแหล่งชุมชน หรือที่มีประชาชนมาใช้บริการต่าง ๆ อยู่แล้ว เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการบริการประชาชน เช่น ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น

          3. ขณะนี้กฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งกำหนดรับรองการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ มีผลใช้บังคับแล้ว ทำให้มีการติดต่อสื่อสารกันทางอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น โดยเฉพาะในภาคเอกชน สำหรับในภาครัฐสามารถดำเนินการได้โดยพระราชกฤษฎีกา และคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาในเรื่องดังกล่าวแล้ว หากร่างพระราชกฤษฎีกามีผลใช้บังคับแล้ว ประชาชนจะสามารถติดต่อทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานของรัฐได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งจะมีผลให้หน่วยงานของรัฐสามารถให้บริการแก่ประชาชนได้กว้างขวางขึ้น และสามารถแบ่งเบาภาระและปริมาณงานของเคาน์เตอร์บริการประชาชนได้ สมควรนำไปพิจารณาเพื่อปรับปรุงการดำเนินการของเคาน์เตอร์บริการประชาชนด้วย

          4. การบริการประชาชนในเรื่องใดที่ได้มอบหมายให้องค์กรปกครองท้องถิ่นรับไปดำเนินการแล้ว ควรพิจารณาส่งเสริมสนับสนุนให้ท้องถิ่นตั้งเคาน์เตอร์บริการประชาชนในท้องถิ่นด้วย โดยมอบให้องค์กรปกครองท้องถิ่นรับไปพิจารณาดำเนินการแทน ซึ่งจะทำให้ประชาชนได้รับบริการจากรัฐได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็วยิ่งขึ้น

          สำหรับงบประมาณที่จำเป็นต้องใช้จ่าย ให้ทำความตกลงกับสำนักงบประมาณตามความเหมาะสม เป็นแห่ง ๆ ไป

E-Searching เพิ่มเติมได้ที่  http://www.thaigov.go.th

 

 

 


เผยแพร่ข้อมูลเมื่อ 23 มกราคม 2550 14:15:31 ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดเมื่อ 23 มกราคม 2550 14:15:31
หนังสือเวียน
    สวัสดิการสำนักงาน ก.พ.ร.     |     ลิงค์     |     สมาชิกเครือข่าย     |     RSS feed     |     คำถามที่พบบ่อย            

เกี่ยวกับ

กฏหมายและระเบียบ

หนังสือเวียน

ข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

ศูนย์ความรู้

ประชาสัมพันธ์

W3C   Facebook Facebook สำนักงาน ก.พ.ร.   PMQA Channel  ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ  ipv6 ready  www.info.go.th  การปฏิเสธความรับผิดชอบ |  Webmail| Intranet สำหรับข้าราชการ | ผังเว็บไซต์ นโยบายเว็บไซต์ 

Slocan

สงวนลิขสิทธิ์โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ

59/1 ถนนพิษณุโลก แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300 โทร. 02 356 9999 โทรสาร 02 281 7882 สายด่วน 1785 e-mail: administrator@opdc.go.th