หน้าหลัก ก.พ.ร. ไทย   |   Eng   |   Mobile   |   Help   |   Theme:

หน้าหลัก หน้าหลัก | ติดต่อ | ผังเว็บไซต์ | ค้นหาข้อมูล  
Share แชร์ พิมพ์หน้านี้
ข่าวเด่น ก.พ.ร. / ปี 2552 / เมษายน / ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด พ.ศ. 2552

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด พ.ศ. 2552

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด พ.ศ. 2552

            
            เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2552  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามใน ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด พ.ศ. 2552  โดยระเบียบฯ ดังกล่าว มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน 2552 เป็นต้นไป ตามที่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 126 ตอนพิเศษ 62 ง วันที่ 27 เมษายน 2552           

           จากการที่มาตรา 55/1 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2550   ได้บัญญัติไว้ว่า ในจังหวัดหนึ่งนอกจากกรุงเทพมหานคร ให้มีคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า ก.ธ.จ. ทำหน้าที่สอดส่องและเสนอแนะการปฏิบัติภารกิจของหน่วยงานของรัฐในจังหวัดให้ใช้วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี และเป็นไปตามหลักการที่กำหนดไว้ในมาตรา 3/1 ทั้งนี้ จำนวน วิธีการสรรหา และการปฏิบัติหน้าที่ของ ก.ธ.จ. ให้เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงาน ก.พ.ร. จึงได้ยกร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด พ.ศ. .... และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องมาเป็นระยะ  ล่าสุด ได้ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2552  ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะลงนามในกฎหมายดังกล่าว เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2552 และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 126 ตอนพิเศษ 62 ง เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2552

           ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด พ.ศ. 2552 ได้กำหนดถึงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับจำนวน วิธีการสรรหา และการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด หรือ ก.ธ.จ. ซึ่งประกอบด้วย ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีซึ่งมีเขตอำนาจในจังหวัดเป็นประธาน และผู้แทนภาคประชาสังคม ผู้แทนสมาชิกสภาท้องถิ่น และผู้แทนภาคธุรกิจเอกชนในจังหวัดนั้น เป็นกรรมการ ซึ่งจำนวนกรรมการ ก.ธ.จ. แต่ละแห่งให้ถือเกณฑ์จำนวนอำเภอของแต่ละจังหวัดเป็นหลัก ตามที่กำหนดไว้ในข้อ 6 ของระเีบียบฯ ฉบับนี้ กล่าวคือ

จำนวนอำเภอ
(อำเภอ)
จำนวนกรรมการ
(คน)
องค์ประกอบของกรรมการ (คน)
ประธาน
ผู้แทนภาคประชาสังคม
ผู้แทนสมาชิกสภาท้องถิ่น
ผู้แทนภาคธุรกิจเอกชน
ไม่เกิน 10
ไม่เกิน 14
1
ไม่เกิน 7
3
3
11 - 15
16
1
9
3
3
16 - 20
18
1
9
4
4
21 ขึ้นไป
20
1
11
4
4

           ทั้งนี้ กรรมการผู้แทนภาคประชาสังคม กรรมการผู้แทนสมาชิกสภาท้องถิ่น และกรรมการผู้แทนภาคธุรกิจเอกชน มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี  โดยกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับการสรรหาอีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกิน 2 วาระไม่ได้

           นอกจากนี้ ให้ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งข้าราชการสังกัดสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีที่ตามที่ประธานเสนอ เป็นเลขานุการ 1 คน  และผู้ช่วยเลขานุการ 1 คน  รวมทั้งแต่งตั้งข้าราชการในจังหวัดนั้นตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเสนอ  เป็นผู้ช่วยเลขานุการอีก 1 คน

           อำนาจหน้าที่ของ ก.ธ.จ.

           1. สอดส่องการปฏิบัติภารกิจของหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐในจังหวัด ให้ใช้วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ตาม พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 อย่างน้อย ตามที่กำหนดไว้ในข้อ 23 ของ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด พ.ศ. 2552

           2. แจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่เกี่ยวข้อง แล้วแต่กรณี ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ในกรณีที่พบว่ามีการละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับ หรือมีกรณีทุจริต

           3. เสนอแนะแนวทางการปฏิบัติและการส่งเสริมตามหลักคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลเพื่อการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีของหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐ แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่ีวยงานของรัฐในจังหวัด

           4. ติดตามการปฏิบัติตามมติ ก.ธ.จ.

           5. แต่งตั้งที่ปรึกษาด้านวิชาการ การประชาสัมพันธ์ หรือด้านอื่น จำนวนไม่เกิน 3 คน

           6. เผยแพร่ผลการปฏิบัติหน้าที่ต่อสาธารณะตามที่เห็นสมควร

 

           สำหรับการดำเนินการในการยกร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด พ.ศ. 2552 มีดังนี้

           26 พฤศจิกายน 2550  ก.พ.ร. ในการประชุมครั้งที่ 12/2550 เห็นชอบกับร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด พ.ศ. .... ตามที่สำนักงาน ก.พ.ร. เสนอ และให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

           2 มกราคม 2551  คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการของร่างระเบียบฯ ดังกล่าวตามที่ ก.พ.ร. เสนอ และให้ส่งร่างระเบียบฯ ให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาต่อไป

           5 สิงหาคม 2551   คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบกับร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด  พ.ศ. .... ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตรวจพิจารณาแล้ว โดยให้แก้ไขร่างข้อ 24 วรรคสอง จากเดิม ให้มีการประชุม ก.ธ.จ. ตามที่ประธานเห็นสมควร เป็น ให้มีการประชุม ก.ธ.จ. ตามที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีประกาศกำหนด และให้นำร่างระเบียบในเรื่องนี้เสนอนายกรัฐมนตรีพิจารณาลงนามเพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

           19 พฤศจิกายน 2551  สำนักงาน ก.พ.ร. ได้เสนอร่างระเบียบฯ ดังกล่าวให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้ง โดยเป็นการขอทบทวนการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด พ.ศ. .... เพื่อให้มติของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2551 ได้รับการพิจารณาทบทวนให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และสามารถใช้บังคับได้ตามความเป็นจริง ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในหลักการของร่างระเบียบฯ ตามที่สำนักงาน ก.พ.ร. เสนอ และเห็นควรให้ส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาต่อไป

           10 มีนาคม 2552  คณะรัฐมนตรีีมติเห็นชอบกับร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด พ.ศ. .... ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตรวจพิจารณาแล้ว และให้ดำเนินการต่อไปได้

           3  เมษายน  2552    นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี   ได้ลงนามในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี  ว่าด้วยคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด พ.ศ. 2552

           27 เมษายน 2552  ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด พ.ศ. 2552 ได้รับการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 126 ตอนพิเศษ 62 ง


วสุนธรา (สลธ.) / รายงาน
สำนักกฎหมายฯ / ข้อมูล

 

 

 


เผยแพร่ข้อมูลเมื่อ 4 มิถุนายน 2552 14:26:47 ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดเมื่อ 4 มิถุนายน 2552 14:26:47
ข่าวเด่น ก.พ.ร.
    ลิงค์     |     สมาชิกเครือข่าย     |     RSS feed     |     คำถามที่พบบ่อย            
    Facebook สำนักงาน ก.พ.ร.   PMQA Channel  Webmail | Intranet สำหรับข้าราชการ | ผังเว็บไซต์




สงวนลิขสิทธิ์โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ

59/1 ถนนพิษณุโลก แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300 โทร. 02 356 9999 โทรสาร 02 281 8328 สายด่วน 1785 e-mail: administrator@opdc.go.th
bb