Logo of OPDC ก.พ.ร. FAQ สำหรับการค้นหา  |  ภาษาไทย   |   English   |   Mobile   |   Help   |  

หน้าหลัก หน้าหลัก | ติดต่อ | ผังเว็บไซต์ |  หน้าหลัก
Share แชร์ พิมพ์หน้านี้
ส่วนราชการ / กองทัพบก

กองทัพบก

ข้อมูลทั่วไป

วิสัยทัศน์
กองทัพบกเป็นกลไกลด้านความมั่นคงของรัฐที่สำคัญ และมีศักยภาพในอันที่จะพิทักษ์ รักษาเอกราช และความมั่นคงของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ประชาชน และผลประโยชน์ของชาติ รวมทั้งการพัฒนาประเทศ ให้มีความมั่นคง ยั่งยืน และเป็นกองทัพที่มีเกียรติ และศักดิ์ศรี เป็นที่ยอมรับ เชื่อมั่น ศรัทธา ตลอดจนเป็นที่พึ่งของประชาชนได้เสมอ


พันธกิจหรือหน้าที่ตามกฎหมาย
1.การเตรียมกำลัง จัดเตรียม และเสริมสร้างกำลังทั้งปวง ในส่วนของกองทัพบก และช่วยเหลือสนับสนุนการจัดเตรียมกำลังทางบกของส่วนราชการอื่น ให้มีความพร้อมตั้งแต่ยามปกติ เพื่อให้เกิดความพอเพียง และพร้อมที่จะเผชิญ ภัยคุกคาม ทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ รวมทั้งมีขีดความสามารถในการปฏิบัติทางทหาร และภารกิจทางทหารนอกเหนือจากสงครามได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการพัฒนาเสริมสร้างกำลังตามยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศ กห. และแผนพัฒนาเสริมสร้างกำลังกองทัพ ทั้งในด้านโครงสร้างกำลัง ความพร้อมรบ ความต่อเนื่องในการรบ และความทันสมัย
2. การใช้กำลัง ใช้กำลังที่จัดเตรียมไว้ หรือที่จะระดมสรรพกำลังเพื่อป้องกันราชอาณาจักรจากภัยคุกคามภายในประเทศและภายนอกประเทศ การปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ การคุ้มครองรักษาผลประโยชน์ของชาติ การรักษาความมั่นคงภายใน การรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ การช่วยพัฒนาประเทศ ตลอดจนการสนับสนุนรัฐบาลและประชาชนในการแก้ไขปัญหาของชาติในรูปแบบต่าง ๆ


เป้าประสงค์หลัก
1. สามารถปกป้อง และพิทักษ์รักษาและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมทั้งการสนับสนุนพระราชกรณียกิจได้อย่างสมบูรณ์
2. สามารถผนึกกำลัง/สนธิทรัพยากรทั้งสิ้นของชาติให้มีความพร้อมตั้งแต่ยามปกติ และสามารถใช้กำลังในการป้องกัน ป้องปราม เพื่อพิทักษ์รักษาความมั่นคงของรัฐจากภัยคุกคามภายใน และภายนอกประเทศ โดยสอดคล้องกับแนวความคิดทางยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศ กห. และแนวทางการใช้กำลังของ ทบ. รวมทั้งการปฏิบัติการรบร่วมของกองทัพไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. สามารถดำเนินงานการทูตโดยฝ่ายทหาร(Defense diplomacy) รวมทั้งการเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงกับมิตรประเทศ และประเทศเพื่อนบ้านในการส่งเสริมสันติภาพ และการรักษาผลประโยชน์ของชาติได้สำเร็จยั่งยืน
4. สามารถส่งเสริม และดำรงการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขได้อย่างยั่งยืน
5. สามารถสนับสนุน และช่วยการพัฒนาประเทศภายใต้ศักยภาพที่ ทบ. มีอยู่ โดยเฉพาะโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริอย่างเต็มขีดความสามารถ
6. สามารถใช้กำลัง เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติรวมทั้งสนับสนุนรัฐบาล และประชาชนในการแก้ไขปัญหาของชาติได้สำเร็จ
7. การบริหารจัดการของกองทัพบกในด้านต่าง ๆมีประสิทธิภาพสูงขึ้น


ค่านิยมและวัฒนธรรมของส่วนราชการ

•ค่านิยม

ค่านิยมของกองทัพบกได้ถูกกำหนดไว้อย่างมีรูปแบบในการเป็นทหารอาชีพที่มีเกียรติมีศักดิ์ศรี สง่างาม  น่าเกรงขาม และเป็นที่ยอมรับศรัทธา และพึ่งพาของประชาชนได้เสมอ

•วัฒนธรรมของส่วนราชการ 

วัฒนธรรมของกองทัพบกได้กำหนดไว้อย่างมีรูปแบบซึ่งได้เรียบเรียงไว้ในแบบธรรมเนียมทหารที่ทหารควรต้องปฏิบัติ ได้แก่  การแสดงความเคารพ  การแต่งกาย  การเคารพผู้ใหญ่  ระบบอาวุโส  ฯลฯ

สถานที่ติดต่อ
ถนนราชดำเนินนอกกรุงเทพฯ 10200
โทร. 02-280 -2432-5   โทรสาร
http://www.rta.mi.th


กฎกระทรวง
หน้า ๑๖
เล่ม ๑๒๖ ตอนที่ ๑๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๒
พระราชกฤษฎีกา
แบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการ
กองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม
พ.ศ. ๒๕๕๒
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒
เป็นปีที่ ๖๔ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ
ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพบก กองทัพไทย
กระทรวงกลาโหม
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๒๓
วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๑ จึงทรงพระกรุณา
โปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่
ของส่วนราชการกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๒”
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๒ เป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้แบ่งส่วนราชการกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ดังต่อไปนี้
หน้า ๑๗
เล่ม ๑๒๖ ตอนที่ ๑๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๒
(๑) สำนักงานเลขานุการกองทัพบก
(๒) กรมกำลังพลทหารบก
(๓) กรมข่าวทหารบก
(๔) กรมยุทธการทหารบก
(๕) กรมส่งกำลังบำรุงทหารบก
(๖) กรมกิจการพลเรือนทหารบก
(๗) สำนักงานปลัดบัญชีกองทัพบก
(๘) สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพบก
(๙) กรมการเงินทหารบก
(๑๐) กรมการสารวัตรทหารบก
(๑๑) กรมจเรทหารบก
(๑๒) กรมสวัสดิการทหารบก
(๑๓) กรมสารบรรณทหารบก
(๑๔) หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน
(๑๕) สำนักงานตรวจสอบภายในทหารบก
(๑๖) กรมการขนส่งทหารบก
(๑๗) กรมการทหารช่าง
(๑๘) กรมการทหารสื่อสาร
(๑๙) กรมการสัตว์ทหารบก
(๒๐) กรมพลาธิการทหารบก
(๒๑) กรมแพทย์ทหารบก
(๒๒) กรมยุทธโยธาทหารบก
(๒๓) กรมสรรพาวุธทหารบก
(๒๔) กรมวิทยาศาสตร์ทหารบก
(๒๕) กรมยุทธศึกษาทหารบก
(๒๖) โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
(๒๗) ศูนย์การบินทหารบก
หน้า ๑๘
เล่ม ๑๒๖ ตอนที่ ๑๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๒
(๒๘) กองทัพภาคที่ ๑
(๒๙) กองทัพภาคที่ ๒
(๓๐) กองทัพภาคที่ ๓
(๓๑) กองทัพภาคที่ ๔
(๓๒) หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ
(๓๓) หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก
(๓๔) หน่วยทหารอื่นซึ่งมีฐานะเทียบเท่ากองร้อย กองพัน กรม กองพลหรือกองทัพน้อย
ซึ่งขึ้นตรงต่อกองทัพบก
มาตรา ๔ สำนักงานเลขานุการกองทัพบก มีหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับงานเลขานุการและ
งานธุรการให้กับผู้บัญชาการทหารบก รองผู้บัญชาการทหารบก ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เสนาธิการ
ทหารบก และผู้ดำรงตำแหน่งอื่นตามที่ผู้บัญชาการทหารบกมอบหมาย ตลอดจนดำเนินงานและ
ประสานงานเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ของกองทัพบก มีเลขานุการกองทัพบกเป็นผู้บังคับบัญชา
รับผิดชอบ
มาตรา ๕ กรมกำลังพลทหารบก มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ ประสานงาน กำกับการ
และดำเนินการเกี่ยวกับงานนโยบายและแผนกำลังพล การเตรียมพล การจัดการกำลังพล การปกครอง
กำลังพล การบริการ สิทธิ และขวัญกำลังพล การศึกษาและพัฒนาความรู้ของกำลังพล งบประมาณ
การกำลังพล การสารสนเทศกำลังพล การวิเคราะห์และประเมินค่ากำลังพล และดำเนินการเกี่ยวกับ
กิจการกำลังพลอื่น ๆ ทั้งปวง ตลอดจนแนะนำและกำกับดูแลฝ่ายกิจการพิเศษในสายงานกำลังพล
และหน่วยที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาของกองทัพบก มีเจ้ากรมกำลังพลทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชา
รับผิดชอบ
มาตรา ๖ กรมข่าวทหารบก มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ ประสานงาน กำกับการ และ
ดำเนินการเกี่ยวกับงานด้านการข่าว การรักษาความปลอดภัย การข่าวลับ การทูตฝ่ายทหารบกไทย
ในต่างประเทศ การติดต่อกับทูตฝ่ายทหารบกต่างประเทศในประเทศไทย การพิธีการทูตที่กองทัพบก
ต้องร่วมด้วย การฝึกและศึกษาของเจ้าหน้าที่ข่าวของกองทัพบก การเตรียมชุดเจ้าหน้าที่ข่าวกรองทางทหาร
สำหรับปฏิบัติงาน ตลอดจนกำหนดความต้องการและควบคุมการแจกจ่ายแผนที่ทหาร มีเจ้ากรมข่าวทหารบก
เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
หน้า ๑๙
เล่ม ๑๒๖ ตอนที่ ๑๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๒
มาตรา ๗ กรมยุทธการทหารบก มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ ประสานงาน กำกับการ
และดำเนินการเกี่ยวกับงานด้านยุทธการในเรื่องการจัดเตรียมกำลังและการใช้กำลังของกองทัพบก
การดำเนินงานประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์ทหาร ตลอดจนแนะนำ และกำกับดูแลเกี่ยวกับ
การดำ เนินงานด้านยุทธการของหน่วยต่าง ๆ ของกองทัพบก มีเจ้ากรมยุทธการทหารบก
เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
มาตรา ๘ กรมส่งกำลังบำรุงทหารบก มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ ประสานงาน กำกับการ
และดำเนินการเกี่ยวกับงานส่งกำลังบำรุงทั้งปวง การฝึกและศึกษาด้านการส่งกำลังบำรุงของกองทัพบก
ตลอดจนแนะนำและกำกับดูแลฝ่ายยุทธบริการ และฝ่ายกิจการพิเศษที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน
ด้านส่งกำลังบำรุงของกองทัพบก มีเจ้ากรมส่งกำลังบำรุงกองทัพบกเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
มาตรา ๙ กรมกิจการพลเรือนทหารบก มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ ประสานงาน กำกับการ
และดำเนินการเกี่ยวกับงานกิจการพลเรือน และงานที่ได้รับมอบหมายที่ดำเนินต่อการสนับสนุน
การปฏิบัติการทางทหารและการปกครอง การฝึกและศึกษาในหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับงานกิจการพลเรือน
ของกองทัพบก ตลอดจนแนะนำและกำกับดูแลเกี่ยวกับการดำเนินงานกิจการพลเรือนของหน่วยต่าง ๆ
ของกองทัพบก มีเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
มาตรา ๑๐ สำนักงานปลัดบัญชีกองทัพบก มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ ประสานงาน
กำกับการ และดำเนินการเกี่ยวกับการงบประมาณ การเงิน การบัญชี การควบคุมภายใน การพัฒนา
ระบบราชการ การบริหารทรัพยากร การบริหารงาน ระบบสารสนเทศ และการสำรวจหน่วยอัตราเฉพาะกิจ
ของกองทัพบก อำนวยการศึกษาวิจัยและพัฒนาในสายงานปลัดบัญชี ตลอดจนกำกับดูแลกรมการเงินทหารบก
และสำนักงานตรวจสอบภายในทหารบก ในการกำหนดภารกิจ การจัดระเบียบ และการบริหารงาน
มีปลัดบัญชีทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
มาตรา ๑๑ สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพบก มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ
ประสานงาน ควบคุม กำกับการ และดำเนินการเกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนาการทางทหารทั้งในด้านหลักการ
และด้านยุทโธปกรณ์ตามที่กองทัพบกกำหนด ตลอดจนดำเนินการกำหนดและรับรองมาตรฐาน
ยุทโธปกรณ์ภายในกองทัพบก มีผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพบก
เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
มาตรา ๑๒ กรมการเงินทหารบก มีหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับการเบิก รับ จ่าย และเก็บรักษาเงิน
และการบัญชีเงินของกองทัพบกตามระเบียบแบบแผนของทางราชการกำหนดหลักนิยมและทำตำรา
หน้า ๒๐
เล่ม ๑๒๖ ตอนที่ ๑๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๒
ตลอดจนการฝึกและศึกษาของเหล่าทหารการเงิน มีเจ้ากรมการเงินทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชา
รับผิดชอบ
มาตรา ๑๓ กรมการสารวัตรทหารบก มีหน้าที่วางแผน ประสานงาน และกำกับการเกี่ยวกับ
การรักษาวินัย การจับกุมทหารที่กระทำความผิด การเรือนจำ การจราจรในกิจการทหาร การรักษา
ความปลอดภัย การฝึกและศึกษาวิชาการเหล่าทหารสารวัตร การสืบสวนและสอบสวนคดีอาญาซึ่งอยู่
ในอำนาจศาลทหาร การป้องกันและวิจัยอาชญากรรมในกองทัพบก และพิจารณาอำนวยการเกี่ยวกับ
ทหารพลัดหน่วยและเชลยศึก กำหนดหลักนิยมและทำตำรา ตลอดจนการฝึกและศึกษาของเหล่าทหาร
สารวัตร มีเจ้ากรมการสารวัตรทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
มาตรา ๑๔ กรมจเรทหารบก มีหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจราชการ การสืบสวนและ
สอบสวนในเรื่องที่เกี่ยวกับประสิทธิภาพและราชการของหน่วยต่าง ๆ ของกองทัพบก การสืบสวน
สอบสวน และพิจารณาเรื่องราวร้องทุกข์และการร้องเรียนที่เกี่ยวกับราชการ หรือทหาร หรือข้าราชการ
ของกองทัพบก มีเจ้ากรมจเรทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
มาตรา ๑๕ กรมสวัสดิการทหารบก มีหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับงานสวัสดิภาพและบำบัดทุกข์
บำรุงสุขทั้งในด้านทรัพย์สินและสิ่งอุปโภค บริโภค การแนะนำและส่งเสริมวิชาชีพและการศึกษา
ทั้งนี้ เกี่ยวกับทหาร ข้าราชการ และครอบครัวในกองทัพบก มีเจ้ากรมสวัสดิการทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชา
รับผิดชอบ
มาตรา ๑๖ กรมสารบรรณทหารบก มีหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับงานสารบรรณ งานธุรการ
และพิธีการ ดำเนินการเกี่ยวกับการสนับสนุน การจัดการกำลังพล และธุรการกำลังพลตามที่กองทัพบก
กำหนด กำหนดหลักนิยมและทำตำรา ตลอดจนการฝึกและศึกษาของเหล่าทหารสารบรรณ มีเจ้ากรม
สารบรรณทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
มาตรา ๑๗ หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ ประสานงาน กำกับการ
และดำเนินการเกี่ยวกับกิจการกำลังสำรองทั้งปวง กิจการสัสดี รวมทั้งปกครองบังคับบัญชาหน่วยทหาร
ที่กระทรวงกลาโหมกำหนด มีผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดนเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
มาตรา ๑๘ สำนักงานตรวจสอบภายในทหารบก มีหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับงานตรวจสอบ
ภายในโดยอิสระเพื่อประเมินค่าประสิทธิผลในการควบคุมและบริหารทรัพยากรตามความมุ่งหมายของ
กองทัพบก มีผู้อำนวยการสำนักงานตรวจสอบภายในทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
หน้า ๒๑
เล่ม ๑๒๖ ตอนที่ ๑๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๒
มาตรา ๑๙ กรมการขนส่งทหารบก มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ ประสานงาน แนะนำ
กำกับการ ดำเนินการ วิจัย และพัฒนาเกี่ยวกับการจัดหา การส่งกำลัง การซ่อมบำรุง และการบริการ
สิ่งอุปกรณ์ขนส่ง กำหนดหลักนิยมและทำตำรา ตลอดจนการฝึกและศึกษา ทั้งนี้ เกี่ยวกับกิจการและ
สิ่งอุปกรณ์ของเหล่าทหารขนส่ง มีเจ้ากรมการขนส่งทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
มาตรา ๒๐ กรมการทหารช่าง มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ ประสานงาน แนะนำ กำกับการ
ดำเนินการ วิจัย และพัฒนาเกี่ยวกับการผลิต การจัดหา การส่งกำลัง การซ่อมบำรุง และการบริการ
สิ่งอุปกรณ์สายทหารช่าง การก่อสร้างและซ่อมแซมสิ่งก่อสร้าง กำหนดหลักนิยมและทำตำรา
ตลอดจนการฝึกและศึกษา ทั้งนี้ เกี่ยวกับกิจการและสิ่งอุปกรณ์ของเหล่าทหารช่าง มีเจ้ากรมการทหารช่าง
เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
มาตรา ๒๑ กรมการทหารสื่อสาร มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ ประสานงาน แนะนำ กำกับการ
ดำเนินการ วิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับการผลิต การจัดหา การส่งกำลัง การซ่อมบำรุง และการบริการ
ในกิจการของเหล่าทหารสื่อสารและสิ่งอุปกรณ์สายสื่อสาร วิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับการสื่อสาร
กิจการโทรคมนาคม คอมพิวเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ทั้งปวง สนับสนุนระบบควบคุมบังคับบัญชาและ
การสื่อสาร การสงครามข่าวสารของกองทัพบก กำหนดหลักนิยมและทำตำรา ตลอดจนการฝึกและ
ศึกษา ทั้งนี้ เกี่ยวกับกิจการและสิ่งอุปกรณ์ของเหล่าทหารสื่อสาร มีเจ้ากรมการทหารสื่อสาร
เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
มาตรา ๒๒ กรมการสัตว์ทหารบก มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ ประสานงาน แนะนำ กำกับการ
ดำเนินการ วิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับการผลิต การจัดหา การส่งกำลัง การซ่อมบำรุง การบริการ การสุขาภิบาล
เวชกรรมป้องกัน การรักษาพยาบาล การบำรุงรักษาและการผสมพันธุ์สัตว์ และการเสบียงสัตว์ สนับสนุน
การปฏิบัติการทางทหารด้วยการใช้สัตว์และการเกษตรของกองทัพบก กำหนดหลักนิยมและทำตำรา
ตลอดจนการฝึกและศึกษา ทั้งนี้ เกี่ยวกับกิจการและสิ่งอุปกรณ์ของเหล่าทหารการสัตว์ มีเจ้ากรมการสัตว์
ทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
มาตรา ๒๓ กรมพลาธิการทหารบก มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ ประสานงาน แนะนำ
กำกับการ ดำเนินการ วิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับการผลิต การจัดหา การส่งกำลัง การซ่อมบำรุง และการบริการ
กำหนดหลักนิยมและทำตำรา ตลอดจนการฝึกและศึกษา ทั้งนี้ เกี่ยวกับกิจการและสิ่งอุปกรณ์ของ
เหล่าทหารพลาธิการ มีเจ้ากรมพลาธิการทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
หน้า ๒๒
เล่ม ๑๒๖ ตอนที่ ๑๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๒
มาตรา ๒๔ กรมแพทย์ทหารบก มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ ประสานงาน แนะนำ กำกับการ
ดำเนินการ วิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับการผลิต การจัดหา การส่งกำลัง การซ่อมบำรุง การบริการ พยาธิวิทยา
การส่งเสริมสุขภาพ เวชกรรมป้องกัน ทันตกรรม และการรักษาพยาบาล ให้การศึกษา อบรม และ
ดำเนินการฝึกนักเรียนแพทย์และนักเรียนพยาบาลตามที่กองทัพบกมอบหมาย กำหนดหลักนิยมและ
ทำตำรา ตลอดจนการฝึกและศึกษา ทั้งนี้ เกี่ยวกับกิจการและสิ่งอุปกรณ์ของเหล่าทหารแพทย์
มีเจ้ากรมแพทย์ทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
มาตรา ๒๕ กรมยุทธโยธาทหารบก มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ ประสานงาน แนะนำ
กำกับการ ดำเนินการ วิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับการจัดหา การก่อสร้าง การส่งกำลัง การซ่อมบำรุง และ
การบริการเกี่ยวกับสิ่งก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ของกองทัพบก กำหนดหลักนิยมและทำตำรา
ตลอดจนการฝึกและศึกษา ทั้งนี้ เกี่ยวกับกิจการและสิ่งอุปกรณ์ของสายยุทธโยธา มีเจ้ากรมยุทธโยธา
ทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
มาตรา ๒๖ กรมสรรพาวุธทหารบก มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ ประสานงาน แนะนำ
กำกับการ ดำเนินการ วิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับการผลิต การจัดหา การส่งกำลัง การซ่อมบำรุง และ
การบริการ กำหนดหลักนิยมและทำตำรา ตลอดจนการฝึกและศึกษา ทั้งนี้ เกี่ยวกับกิจการและสิ่งอุปกรณ์
ของเหล่าทหารสรรพาวุธ มีเจ้ากรมสรรพาวุธทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
มาตรา ๒๗ กรมวิทยาศาสตร์ทหารบก มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ ประสานงาน กำกับการ
ดำเนินการ วิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับการผลิต การส่งกำลัง การซ่อมบำรุง และการบริการ กำหนดหลักนิยม
และทำตำรา ตลอดจนการฝึกและศึกษา ทั้งนี้ เกี่ยวกับการปฏิบัติการและการป้องกันทางนิวเคลียร์
ชีวะ เคมี และกิจการวิทยาศาสตร์ของกองทัพบก มีเจ้ากรมวิทยาศาสตร์ทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชา
รับผิดชอบ
มาตรา ๒๘ กรมยุทธศึกษาทหารบก มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ ประสานงาน แนะนำ
กำกับการ ดำเนินการ สนับสนุน และตรวจตราเกี่ยวกับกิจการสายวิทยาการ การฝึกและศึกษาของ
กำลังพลเป็นบุคคลและหน่วยต่าง ๆ ของกองทัพบกทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ และกิจการ
อนุศาสนาจารย์ ให้การฝึกและศึกษาแก่กำลังพลของกองทัพบกและนอกกองทัพบกในหลักสูตรต่าง ๆ
ที่กองทัพบกมอบหมาย อำนวยการฝึกและศึกษาวิทยาการทุกเหล่าในกองทัพบก สถาบันการศึกษา
และเหล่าสายวิทยาการ วิจัยและพัฒนา กำหนดหลักนิยมและยุทธศาสตร์ทางทหารทั้งปวงของ
หน้า ๒๓
เล่ม ๑๒๖ ตอนที่ ๑๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๒
กองทัพบกที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งปกครองบังคับบัญชาหน่วยทหารที่กระทรวงกลาโหมกำหนด มีเจ้ากรม
ยุทธศึกษาทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
มาตรา ๒๙ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า มีหน้าที่ให้การศึกษา อบรม และดำเนินการฝึก
นักเรียนนายร้อย มีผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
มาตรา ๓๐ ศูนย์การบินทหารบก มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ กำกับการ และดำเนินการฝึก
และศึกษาเกี่ยวกับกิจการบินของกองทัพบก วิจัยและพัฒนา กำหนดหลักนิยมและทำตำราในทางวิทยาการ
ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งปกครองบังคับบัญชาหน่วยทหารที่กระทรวงกลาโหมกำหนด มีผู้บัญชาการศูนย์การบิน
ทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
มาตรา ๓๑ กองทัพภาคที่ ๑ มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ กำกับการ และปฏิบัติหน้าที่หลัก
ในการป้องกันประเทศ การรักษาความมั่นคงภายใน การรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ
การพัฒนาประเทศตามที่ได้รับมอบหมาย การถวายความปลอดภัยแด่สถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึง
งานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และการปฏิบัติทางทหารที่ไม่ใช่สงคราม รวมทั้งปกครอง
บังคับบัญชามณฑลทหารบกที่ ๑๑ มณฑลทหารบกที่ ๑๒ มณฑลทหารบกที่ ๑๓ มณฑลทหารบก
ที่ ๑๔ มณฑลทหารบกที่ ๑๕ และหน่วยทหารที่กระทรวงกลาโหมกำหนด มีแม่ทัพภาคที่ ๑
เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
มาตรา ๓๒ กองทัพภาคที่ ๒ มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ กำกับการ และปฏิบัติหน้าที่หลัก
ในการป้องกันประเทศ การรักษาความมั่นคงภายใน การรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ
การพัฒนาประเทศตามที่ได้รับมอบหมาย การถวายความปลอดภัยแด่สถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึง
งานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และการปฏิบัติทางทหารที่ไม่ใช่สงคราม รวมทั้งปกครอง
บังคับบัญชามณฑลทหารบกที่ ๒๑ มณฑลทหารบกที่ ๒๒ มณฑลทหารบกที่ ๒๓ มณฑลทหารบก
ที่ ๒๔ และหน่วยทหารที่กระทรวงกลาโหมกำหนด มีแม่ทัพภาคที่ ๒ เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
มาตรา ๓๓ กองทัพภาคที่ ๓ มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ กำกับการ และปฏิบัติหน้าที่หลัก
ในการป้องกันประเทศ การรักษาความมั่นคงภายใน การรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ
การพัฒนาประเทศตามที่ได้รับมอบหมาย การถวายความปลอดภัยแด่สถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึง
งานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และการปฏิบัติทางทหารที่ไม่ใช่สงคราม รวมทั้งปกครอง
บังคับบัญชามณฑลทหารบกที่ ๓๑ มณฑลทหารบกที่ ๓๒ มณฑลทหารบกที่ ๓๓ และหน่วยทหารที่
กระทรวงกลาโหมกำหนด มีแม่ทัพภาคที่ ๓ เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
หน้า ๒๔
เล่ม ๑๒๖ ตอนที่ ๑๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๒
มาตรา ๓๔ กองทัพภาคที่ ๔ มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ กำกับการ และปฏิบัติหน้าที่หลัก
ในการป้องกันประเทศ การรักษาความมั่นคงภายใน การรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ
การพัฒนาประเทศตามที่ได้รับมอบหมาย การถวายความปลอดภัยแด่สถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึง
งานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และการปฏิบัติทางทหารที่ไม่ใช่สงคราม รวมทั้งปกครอง
บังคับบัญชามณฑลทหารบกที่ ๔๑ มณฑลทหารบกที่ ๔๒ และหน่วยทหารที่กระทรวงกลาโหมกำหนด
มีแม่ทัพภาคที่ ๔ เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
มาตรา ๓๕ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ ประสานงาน
กำกับการ และปฏิบัติการเกี่ยวกับสงครามพิเศษ ดำเนินการฝึกและศึกษาเกี่ยวกับการสงครามพิเศษ
การส่งกำลังทางอากาศ การยุทธ์ส่งทางอากาศ และการปฏิบัติการพิเศษอื่นที่กองทัพบกมอบหมาย
วิจัยและพัฒนา กำหนดหลักนิยมและทำตำราในทางวิทยาการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งปกครองบังคับบัญชา
หน่วยทหารที่กระทรวงกลาโหมกำหนด มีผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษเป็นผู้บังคับบัญชา
รับผิดชอบ
มาตรา ๓๖ หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ
ประสานงาน และดำเนินการเกี่ยวกับการป้องกันภัยทางอากาศของกองทัพบก รวมทั้งปกครองบังคับบัญชา
หน่วยทหารที่กระทรวงกลาโหมกำหนด มีผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก
เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
มาตรา ๓๗ หน่วยทหารอื่นซึ่งมีฐานะเทียบเท่ากองร้อย กองพัน กรม กองพล หรือกองทัพน้อย
ซึ่งขึ้นตรงต่อกองทัพบก มีหน้าที่ตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด
มาตรา ๓๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
นายกรัฐมนตรี
หน้า ๒๕
เล่ม ๑๒๖ ตอนที่ ๑๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๒
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรแบ่งส่วนราชการ
และกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ให้เหมาะสมกับสภาพของ
งานและสอดคล้องกับพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๑ จึงจำเป็นต้องตรา
พระราชกฤษฎีกานี้


อำนาจหน้าที่
(1) พิทักษ์รักษาเอกราชและความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรจากภัยคุกคามทั้งภายนอกและภายในราชอาณาจักร ปราบปรามการกบฏและการจลาจล โดยจัดให้มีและใช้กำลังทหารตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยหรือตามที่มีกฎหมายกำหนด
(2) พิทักษ์รักษา ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ตลอดจนสนับสนุนภารกิจของสถาบันพระมหากษัตริย์
(3) ปกป้อง พิทักษ์รักษาผลประโยชน์แห่งชาติและการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พัฒนาประเทศเพื่อความมั่นคงตลอดจนสนับสนุนภารกิจอื่นของรัฐในการพัฒนาประเทศ การป้องกันและแก้ไขปัญหาจากภัยพิบัติ และการช่วยเหลือประชาชน
(4) ศึกษา วิจัย พัฒนา และดำเนินการด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหารด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ และด้านกิจการอวกาศเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนภารกิจของกระทรวงกลาโหมและความมั่นคงของประเทศ
(5) ปฏิบัติการอื่นที่เป็นการปฏิบัติการทางทหารนอกเหนือจากสงครามเพื่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือปฏิบัติการอื่นใด ทั้งนี้ ตามที่มีกฎหมายกำหนดหรือตามมติคณะรัฐมนตรีในการดำเนินการตาม (๔) กระทรวงกลาโหมอาจมอบหมายให้ส่วนราชการในกระทรวงกลาโหมหรือหน่วยงานอื่นในกำกับของกระทรวงกลาโหมเป็นผู้ดำเนินการก็ได้หรืออาจร่วมงาน ร่วมทุนหรือดำเนินการกับภาคเอกชนตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายก็ได้


คำรับรองการปฏิบัติราชการ

หมายเหตุ :

ข้อมูลปี 2559

https://www.opdc.go.th/uploads/files/result_peform/2559/government_59/B59_03.pdf

เข้าสู่ระบบ
Username  
Password  
 

    ลิงค์     |     สมาชิกเครือข่าย     |     RSS feed     |     คำถามที่พบบ่อย            

เกี่ยวกับ

กฏหมายและระเบียบ

หนังสือเวียน

ข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

ศูนย์ความรู้

ประชาสัมพันธ์

W3C   Facebook Facebook สำนักงาน ก.พ.ร.   PMQA Channel  ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ  ipv6 ready  www.info.go.th  การปฏิเสธความรับผิดชอบ |  Webmail| Intranet สำหรับข้าราชการ | ผังเว็บไซต์ นโยบายเว็บไซต์ 

Slocan

สงวนลิขสิทธิ์โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ

59/1 ถนนพิษณุโลก แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300 โทร. 02 356 9999 โทรสาร 02 281 7882 สายด่วน 1785 e-mail: administrator@opdc.go.th