Logo of OPDC ก.พ.ร. FAQ สำหรับการค้นหา  |  ภาษาไทย   |   English   |   Mobile   |   Help   |  

หน้าหลัก หน้าหลัก | ติดต่อ | ผังเว็บไซต์ |  หน้าหลัก
Share แชร์ พิมพ์หน้านี้
ส่วนราชการ / กระทรวงศึกษาธิการ

กระทรวงศึกษาธิการ
Ministry of Education

ข้อมูลทั่วไป

หน่วยงานในสังกัด


สถานที่ติดต่อ
ที่อยู่ 319 วังจันทร์เกษม ถนนราชดำเนินนอก ดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทร. 824 ตามด้วยเลขหมายภายใน   โทรสาร -
http://www.moe.go.th/


อำนาจหน้าที่
กระทรวงศึกษาธิการ มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการส่งเสริมและกำกับดูแลการศึกษาทุกระดับและทุกประเภท กำหนดนโยบายแผนและมาตรฐานการศึกษา สนับสนุนทรัพยากรเพื่อส่งเสริมและประสานงานการศาสนา ศิลป วัฒนธรรมและการกีฬาเพื่อการศึกษารวมทั้งการติดตามตรวจสอบและประเมินผลการจัดการศึกษาและราชการอื่นตามที่มีกฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการหรือส่วนราชการที่สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ


คำรับรองการปฏิบัติราชการ

รายงานผลการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ

รายงานผลการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 (รอบ 12 เดือน) ของคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลประจำกระทรวงศึกษาธิการ

ผลการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ตามประเด็นการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ ดังนี้

1. การสอบทานกรณีปกติ

          1.1 การตรวจราชการ
ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
การดำเนินการครบถ้วน สมบูรณ์ เป็นไปตามนโยบายที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมอบหมาย และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการตรวจราชการ พ.ศ. 2548 ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ควรติดตามการพัฒนาการศึกษาทั้งในเชิงปริมาณ คุณภาพและการบริหารจัดการการศึกษา 
          1.2 การตรวจสอบภายใน
ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ

1. การปฏิบัติตามกฎระเบียบของทางราชการ ข้อสังเกตที่พบเป็นส่วนใหญ่ ได้แก่ การเบิกเงินเกินสิทธิ การเบิกจ่ายเงินล่าช้า มีลูกหนี้เงินยืมราชการค้างนานเกินกำหนด หน่วยงานออกใบเสร็จรับเงินไม่ครบถ้วน เป็นต้น และหลักฐานการจ่ายเงิน ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ เช่น ขาดลายมือชื่อผู้รับเงิน วันที่รับเงิน ฯลฯ

2.การตรวจสอบรายงานการเงินพบข้อสังเกตส่วนใหญ่ ได้แก่ การจัดทำบัญชีไม่ครบถ้วน ไม่เป็นปัจจุบัน ไม่บันทึกรายการในระบบ GFMIS หรือบันทึกรายการแต่ไม่เป็นปัจจุบัน ทำให้รายงานการเงินไม่ถูกต้อง

1.   กลุ่มตรวจสอบภายในระดับกระทรวง ควรได้ร่วมกับหน่วยงานตรวจสอบภายในในสังกัด โดยร่วมกันตรวจสอบการบริหารงบลงทุน และการตรวจสอบระบบความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ และได้ร่วมกันจัดทำแผนการปฏิบัติงานตรวจสอบ แนวทางการปฏิบัติงานตรวจสอบ รวมถึงกระดาษทำการ เพื่อใช้ในกิจกรรมการตรวจสอบ

2. ควรประเด็นการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้าง ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์แฝงอยู่ในการตรวจสอบการบริหารงบลงทุน พร้อมทั้งกำหนดกระดาษทำการที่ใช้ในการตรวจสอบ เพื่อให้ผู้ตรวจสอบสามารถรายงานผลการตรวจสอบได้เพิ่มขึ้น

3.   ควรพัฒนาเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานตรวจสอบภายใน โดยดำเนินการประเมินตามกรอบการประเมินคุณภาพงานตรวจสอบภายในของส่วนราชการที่กรมบัญชีกลางกำหนด
          1.3 การควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง
ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ

1. ผลการประเมินระดับความเหมาะสมของการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยงของกระทรวงอยู่ในระดับดี (71.30 คะแนน)

2.การจัดส่งเอกสารหลักฐานครบถ้วน ตรงตาม ระยะเวลาที่กำหนด

3.  มีกระบวนการติดตามผลการดำเนินการตามแผนการปรับปรุง รวมทั้งผู้ตรวจสอบภายใน มีการสอบทานและรายงานความเห็นอย่างสมเหตุ
สมผล น่าเชื่อถือ และสอดคล้องกับรายงานแต่ละแบบ

1. หน่วยงานทุกแห่งทั้งระดับหน่วยรับตรวจ และระดับส่วนงานย่อยควรให้ความสำคัญกับระบบการควบคุมภายใน รวมทั้งส่งเสริมบุคลากรของหน่วยงานให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยงอย่างทั่วถึง พร้อมทั้งจัดให้มีการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับผู้ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบในการดำเนินงานการจัดทำรายงานการประเมินผลการควบคุมภายในของหน่วยงาน

2.หน่วยงานควรมอบหมายผู้รับผิดชอบในการติดตามเร่งรัดการจัดทำรายงานการประเมินผลการควบคุมภายในของส่วนงานย่อยในสังกัด

          1.4 การปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ
ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ

มิติภายนอก 

   ตัวชี้วัดที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ได้แก่ ตัวชี้วัดที่ 1.1.1 อัตราส่วนของผู้เรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า /ประชากรกลุ่มอายุ 15-17 ปี และตัวชี้วัดที่ 1.1.2 อัตราส่วนของผู้เรียนระดับ อุดมศึกษา/ประชากรกลุ่มอายุ 18-21 ปี 

   ตัวชี้วัดที่มีแนวโน้มลดต่ำลงทุกปี ได้แก่ ตัวชี้วัดที่ 1.1.7 สัดส่วนของผู้เรียนมัธยม ศึกษาตอนปลายประเภทอาชีวศึกษา : สามัญศึกษา

มิติภายใน

   ตัวชี้วัดที่ 9 ร้อยละของการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายลงทุน พบว่าการเบิกจ่ายไม่เป็นไปตามเป้าหมายของรัฐบาลที่กำหนด 

1. ควรมีการส่งเสริม สนับสนุนให้มีการจัดการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าให้มากยิ่งขึ้น

2.  ควรมีการศึกษาถึงสาเหตุที่ทำให้อัตราส่วนผู้เรียนระดับอุดมศึกษา/ประชากรกลุ่มอายุ 18-21 ปี ลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง และกำหนดเป้าหมายการรับนักศึกษาให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาประเทศ

3.ควรมีการส่งเสริมให้มีการเรียนสายอาชีวศึกษาเพิ่มมากขึ้นด้วยการยกระดับคุณภาพและค่าตอบแทนให้สูงขึ้น ขณะเดียวกันรัฐต้องกำหนดนโยบายลดเป้าหมายการรับนักเรียนสายสามัญศึกษาให้สอดคล้องกัน

4.การเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ควรมีการกำหนดยุทธศาสตร์ เป้าหมายและตัวชี้วัดในภาพรวมของกระทรวงศึกษาธิการอย่างจริงจัง

5.ควรกำหนดตัวชี้วัดการจัดลำดับการคอรัปชั่นขององค์กรความโปร่งใสระหว่างประเทศ(TransparencyInternational :TI) เป็นตัวชี้วัดร่วมระหว่างกระทรวง และควรกำหนดค่าคะแนนถ่วงน้ำหนักให้มีค่าสูงขึ้น

6. ควรมีการจัดทำแผนปฏิบัติการการใช้จ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายลงทุนและเร่งรัดให้การใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามแผนและเป้าหมาย
          1.5 รายงานการเงิน
ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ

การเบิกจ่ายคิดเป็นร้อยละ 94.00 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายอัตราการเบิกจ่ายที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

1. หน่วยงานควรมีมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายเงินงบประมาณให้เป็นไปตามแผนและนำผลการเบิกจ่ายงบประมาณมาประกอบการพิจารณาจัดสรรงบประมาณ รวมทั้งกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหากรณีหน่วยงานไม่สามารถใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีได้ตามแผนที่กำหนด

2. ผู้บริหารควรให้ความสำคัญกับตัวชี้วัดการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ โดยนำผลการเบิกจ่ายไปสร้างสิ่งจูงใจให้เหมาะสมทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ ซึ่งอาจอยู่ในรูปของเงินรางวัลหรือให้ประโยชน์จากเงินเหลือจ่าย เพื่อพัฒนาหน่วยงานหรือบุคลากร

2. การสอบทานกรณีพิเศษ

          1. โครงการสร้างแหล่งเรียนรู้ราคาถูก (กศน.ตำบล)
ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ

ข้อสังเกตในการดำเนินโครงการ

จำนวนบุคลากรใน กศน.ตำบลมีไม่เพียงพอในการให้บริการชุมชน นอกจากนี้ ยังมีภาระงานอื่นที่ได้รับมอบหมายตามนโยบายของรัฐบาลหรือผู้บริหารในหลายภารกิจ หากไปราชการจะไม่สามารถเปิดให้บริการแก่ชุมชนได้

    ควรสนับสนุนการดำเนินงาน กศน. ตำบล อย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นการเสริมสร้างและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ของชุมชน ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้และ  องค์ความรู้ที่หลากหลายสอดคล้องกับความต้องการของชุมชน โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการสนับสนุนกิจกรรมของการดำเนินงานของ กศน.ตำบล

          2. โครงการจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ให้แก่นักเรียน
ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ

ข้อสังเกตในการดำเนินโครงการ

   1. ยังไม่มีการจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) สำหรับครูผู้สอน ซึ่งอาจกระทบต่อ การเรียนการสอน และเครื่องต้องมีสมรรถนะสูงกว่าเครื่องของนักเรียน

    2.การฝึกอบรมครูไม่สอดคล้องกับการได้รับเครื่องของโรงเรียน

    3.เมื่อนักเรียนเลื่อนชั้นเรียนต้องมีการปรับเปลี่ยนบทเรียนที่สูงขึ้น บางโรงเรียนอาจประสบปัญหาในการปรับเนื้อหาและโปรแกรมใหม่

    4.โรงเรียนบางแห่งโดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็กยังขาดอุปกรณ์ประกอบการสอน

    5.การจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ไม่มีการจัดซื้อตู้เก็บและชาร์จไฟให้โรงเรียน

    6.ในกรณีที่นักเรียนมีการโอนย้ายโรงเรียน ข้ามหน่วยงาน ยังไม่มีระเบียบรองรับในการโอนย้ายครุภัณฑ์ระหว่างหน่วยงาน ทำให้นักเรียนที่โอนย้ายไปไม่มีเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ในการเรียนการสอน

1. โรงเรียน ครูหรือผู้ปกครองต้องช่วยเหลือในการชาร์จแบตเตอรี่ให้พร้อมก่อนที่นักเรียนจะใช้งานและไม่ให้มีการชาร์จแบตเตอรี่ในขณะที่นักเรียนใช้งาน เนื่องจากอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่นักเรียนได้

2.ควรมีการเร่งรัดการจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) สำหรับครูผู้สอนเพื่อให้สามารถใช้ประกอบการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3.มีการวางแผนการฝึกอบรมครูผู้สอนให้สอดคล้องกับการรับเครื่องของโรงเรียน

4.ควรจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมกรณีพิเศษสำหรับโรงเรียนขนาดเล็กหรือโรงเรียนที่ขาดแคลน

5.ควรมีการศึกษาและปรับปรุงระเบียบเกี่ยวกับการโอนย้ายครุภัณฑ์ระหว่างหน่วยงานให้เครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ของนักเรียนสามารถติดตามตัวนักเรียนในการย้ายสถานศึกษาต่างสังกัด

          3. แผนงาน/โครงการให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย
ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ

ข้อสังเกตในการดำเนินโครงการ

    1.สถานศึกษา/หน่วยงานบางแห่งได้รับงบประมาณไม่เพียงพอกับความเสียหาย ทำให้ไม่สามารถหาผู้รับจ้างได้ จึงต้องคืนเงินงบประมาณ

    2.การดำเนินการก่อสร้างทำได้ช้า เนื่องจากจำนวนผู้รับจ้างไม่เพียงพอ

    3.การเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้าไม่เป็นไปตามแผน

    4.หน่วยปฏิบัติมีภาระในการรายงานผลการดำเนินงานการฟื้นฟู เยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีความแตกต่างทั้งรูปแบบ รายละเอียดข้อมูลและระยะเวลาในการรายงาน

1.หน่วยงานควรพิจารณาเจียดจ่ายงบประมาณของหน่วยงานสนับสนุนสถานศึกษาที่ได้รับงบประมาณไม่เพียงพอจากผลกระทบอุทกภัยตามความจำเป็น เพื่อให้สามารถจัดการเรียนการสอนได้

2.สถานศึกษา/หน่วยงานควรมีการประเมินความเสี่ยงหรือผลกระทบที่จะเกิดขึ้น และกำหนดแนวทางการป้องกันแก้ไขไว้ล่วงหน้าจะสามารถ ลดความรุนแรงของผลกระทบนั้นได้

3.ผู้บริหารควรให้ความสำคัญมีการกำกับ ดูแล เร่งรัดการดำเนินงานในการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ การปรับปรุง ซ่อมแซมหน่วยงานที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย ให้สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว

4.ควรมีการวางระบบการติดตามรายงานผล การดำเนินงานในภาพรวมของกระทรวงที่เป็นเอกภาพ มีการบูรณาการข้อมูลและระยะเวลาในการรายงานของทุกหน่วยงาน เพื่อลดภาระในการรายงานของหน่วยปฏิบัติให้น้อยลง

เข้าสู่ระบบ
Username  
Password  
 

    สวัสดิการสำนักงาน ก.พ.ร.     |     ลิงค์     |     สมาชิกเครือข่าย     |     RSS feed     |     คำถามที่พบบ่อย            

เกี่ยวกับ

กฏหมายและระเบียบ

หนังสือเวียน

ข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

ศูนย์ความรู้

ประชาสัมพันธ์

W3C   Facebook Facebook สำนักงาน ก.พ.ร.   PMQA Channel  ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ  ipv6 ready  www.info.go.th  การปฏิเสธความรับผิดชอบ |  Webmail| Intranet สำหรับข้าราชการ | ผังเว็บไซต์ นโยบายเว็บไซต์ 

Slocan

สงวนลิขสิทธิ์โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ

59/1 ถนนพิษณุโลก แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300 โทร. 02 356 9999 โทรสาร 02 281 7882 สายด่วน 1785 e-mail: administrator@opdc.go.th