หน้าหลัก ก.พ.ร.        |   Mobile   |   Help   |   Theme:

หน้าหลัก หน้าหลัก | ติดต่อ | ผังเว็บไซต์ | ค้นหาข้อมูล  
Share แชร์ พิมพ์หน้านี้
ยุทธศาสตร์ปี 2551-2555 / ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3 (เก่ง) / การปรับบทบาทภารกิจและโครงสร้างส่วนราชการที่ผ่านมาในช่วงปี 2545 - 2549

การปรับบทบาทภารกิจและโครงสร้างส่วนราชการที่ผ่านมาในช่วงปี 2545 - 2549

| ผู้รับผิดชอบ: กลุ่มยุทธศาสตร์ สำนักพัฒนาโครงสร้างฯ สำนักเผยแพร่ฯ สำนักพัฒนาระเบียบราชการส่วนภูมิภาคฯ

 
การปรับบทบาทภารกิจส่วนราชการ

 
1.  การปรับปรุงส่วนราชการ  เพื่อให้ส่วนราชการมีแนวทางที่ชัดเจนในการปรับปรุงส่วนราชการในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ ก.พ.ร. ได้เสนอคณะรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่17 กุมภาพันธ์ 2552 ให้มีการกำหนดมาตรการระงับการดำเนินการใด ๆ ที่มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงจำนวนหน่วยงานที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยให้ส่วนราชการต่าง ๆ ระงับการขอจัดตั้งหน่วยงานใหม่หรือขยายหน่วยงาน รวมทั้งการขอจัดตั้งองค์การมหาชน หรือหน่วยงานอื่นของรัฐในสังกัดฝ่ายบริหาร และหน่วยบริการรูปแบบพิเศษ เพิ่มใหม่ชั่วคราว ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนถึงสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2552 ยกเว้นกรณีดังต่อไปนี้

1)   กรณีการจัดตั้งหน่วยงานตามที่บั­­ัติไว้ในรัฐธรรมนู­และพระราชบั­­ญญัติ
2)   กรณีการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ หรือขยายหน่วยงานเพื่อรับผิดชอบงานตามนโยบายสำคั­เร่งด่วนของรัฐบาล ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้สั่งการให้ดำเนินการ
3)   กรณีการยกฐานะจากกองเป็นสำนัก ซึ่งมีการปรับปรุงงานให้มีคุณภาพสูงขึ้นโดยไม่มีผลทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
4)   กรณีการยุบ รวม โอน หน่วยงานภายในส่วนราชการ/จังหวัดเดียวกัน หรือระหว่างส่วนราชการในกระทรวงเดียวกันหรือต่างกระทรวง หรือระหว่างจังหวัดและกลุ่มจังหวัด โดยไม่มีผลทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
5)   กรณีการถ่ายโอนภารกิจ ตามพระราชบั­­ัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 ซึ่งส่งผลให้ต้องมีการปรับปรุงหน่วยงานใหม่

ทั้งนี้ ในการขอจัดตั้งหน่วยงานใหม่ หรือขยายหน่วยงาน หรือปรับปรุงหน่วยงานใหม่ตาม ข้อ 1.1 - 1.5นั้น ส่วนราชการจะต้องดำเนินการตามแนวทางที่คณะรัฐมนตรีได้กำหนดไว้ในแต่ละเรื่องดังกล่าวด้วย โดยในการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ในกรณีร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ความเห็นชอบแล้ว และร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการที่อยู่ระหว่างการตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รวมทั้งการจัดตั้งองค์การมหาชน 2 แห่ง ได้แก่ สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(องค์การมหาชน) และหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ให้ดำเนินการต่อไปได้

2. การสร้างความเข้มแข็งต่อการบริหารพื้นที่ เพื่อให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ พ.ศ. 2551มาตรา 26 ที่บั­­ัติให้คณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ(ก.น.จ.) พิจารณา จัดตั้งกลุ่มจังหวัดและกำหนดจังหวัดที่เป็นศูนย์ปฏิบัติการของกลุ่มจังหวัด และเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ การจัดตั้งกลุ่มจังหวัด และกำหนดจังหวัดที่เป็นศูนย์ปฏิบัติการของกลุ่มจังหวัดตามวรรคหนึ่ง ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดของจังหวัดที่เป็นศูนย์ปฏิบัติการของกลุ่มจังหวัดทำ หน้าที่เป็นหัวหน้ากลุ่มจังหวัด เว้นแต่ ก.น.จ. จะกำหนดเป็นอย่างอื่น ในการนี้คณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.น.จ.) ได้เสนอคณะรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ 2552 ให้มีกลุ่มจังหวัด จำนวน 18 กลุ่ม และกำหนดจังหวัดที่เป็นศูนย์ปฏิบัติการของกลุ่มจังหวัด เพื่อให้รับผิดชอบการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ของกลุ่มจังหวัดอย่างชัดเจน และเป็นผู้ใช้กลไกการบูรณาการการจัดทำแผนพัฒนาของกลุ่มจังหวัดให้สอดคล้อง กับยุทธศาสตร์ของชาติ โดยจะเป็นแกนกลางในการประสานงานและขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของกลุ่มจังหวัด รวมทั้งเป็นที่ตั้งของสำนักงานบริหารยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัด ซึ่งเป็นหน่วยงานในการรองรับการเบิกจ่าย  งบประมาณ หรือการทำแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดด้วย ซึ่งแนวทางในการกำหนดจังหวัดที่เป็นศูนย์ปฏิบัติการกลุ่มจังหวัด ต้องเป็นจังหวัดที่มีลักษณะสอดคล้องกับลักษณะข้อใดข้อหนึ่งหรือมากกว่า โดยเป็นจังหวัดที่มีการคมนาคม ติดต่อสื่อสารและเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดในกลุ่มได้สะดวก เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ และสามารถขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของกลุ่มจังหวัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นศูนย์กลางทางสังคมและวัฒนธรรม หรือเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาที่สามารถสนับสนุนความรู้ทางวิชาการให้กับ จังหวัดภายในกลุ่มจังหวัดได้ เป็นศูนย์กลางของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และธุรกิจต่าง ๆ และเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพและความพร้อมที่จะให้การสนับสนุนการดำเนินการใน เรื่องแผนงาน งบประมาณ และทรัพยากรทางการบริหารให้กับจังหวัดอื่นในกลุ่มได้ ทั้งนี้ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด พ.ศ. 2552ที่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาฉบับประกาศและงานทั่วไป เล่ม126 ตอนพิเศษ 28 ง วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2552

3. การบริหารราชการในต่างประเทศ เพื่อให้การบริหารราชการในต่างประเทศมีเอกภาพ มีเจ้าภาพ
รับผิดชอบ เกิดการบริหารราชการแบบบูรณาการ ก.พ.ร ได้เสนอคณะรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ 29 กันยายน2552 ทำให้มีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารราชการต่างประเทศ พ.ศ. 2552 เพื่อกำหนดวิธีดำเนินการที่เกี่ยวกับราชการไทยในต่างประเทศ ในเรื่องต่อไปนี้

1)   การจัดตั้งหรือรวมหรือยุบเลิกหน่วยงานในต่างประเทศ
2)   ตำแหน่งและการแต่งตั้งข้าราชการประจำการในต่างประเทศ
3)   การกำหนดลำดับอาวุโส และการบริหารราชการในต่างประเทศ
4)   กำหนดให้มีการรายงานผลการดำเนินการของส่วนราชการที่ประจำการในต่างประเทศ

ทั้งนี้ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 126 ตอนพิเศษ 157 ง วันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2552

 


เผยแพร่ข้อมูลเมื่อ 5 ตุลาคม 2553 16:09:07 ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดเมื่อ 5 ตุลาคม 2553 16:09:07
    ลิงค์     |     สมาชิกเครือข่าย     |     RSS feed     |     คำถามที่พบบ่อย            

เกี่ยวกับ

กฏหมายและระเบียบ

มติ ครม.และหนังสือเวียน

ข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

ศูนย์ความรู้

ประชาสัมพันธ์

    Facebook สำนักงาน ก.พ.ร.   PMQA Channel  Webmail | Intranet สำหรับข้าราชการ | ผังเว็บไซต์




สงวนลิขสิทธิ์โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ

59/1 ถนนพิษณุโลก แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300 โทร. 02 356 9999 โทรสาร 02 281 8328 สายด่วน 1785 e-mail: administrator@opdc.go.th