หน้าหลัก ก.พ.ร. ไทย   |   Eng   |   Mobile   |   Help   |   Theme:

หน้าหลัก หน้าหลัก | ติดต่อ | ผังเว็บไซต์ | ค้นหาข้อมูล  
Share แชร์ พิมพ์หน้านี้
ยุทธศาสตร์ปี 2551-2555 / ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3 (เก่ง) / การนำร่องการปฏิบัติราชการแบบเวอร์ช่วล (Virtual Office) ในสำนักงาน ก.พ.ร.

การนำร่องการปฏิบัติราชการแบบเวอร์ช่วล (Virtual Office) ในสำนักงาน ก.พ.ร.

| ผู้รับผิดชอบ:

การนำร่องการปฏิบัติราชการแบบเวอร์ช่วล (Virtual Office) ในสำนักงาน ก.พ.ร.


สืบเนื่องจากการนำมาตรการให้ข้าราชการทำงานที่บ้าน เพื่อประหยัดพลังงานของส่วนราชการและลดค่าครองชีพของข้าราชการ ไปทดลองใช้ในสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะหน่วยงานนำร่องของกระทรวงการคลัง ก.พ.ร. จึงได้แต่งตั้ง อ.ก.พ.ร. เฉพาะกิจเกี่ยวกับวิธีการปฏิบัติงานของข้าราชการเพื่อประหยัดพลังงานของส่วนราชการและลดค่าครองชีพของข้าราชการ รับผิดชอบดำเนินการให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยศึกษาจากคู่มือระบบปฏิบัติราชการนอกสำนักงาน ของสำนักงาน ก.พ. และระเบียบว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ. 2535 ข้อ 11 ที่ได้เปิดโอกาสให้หัวหน้าส่วนราชการกำหนดวิธีควบคุมการปฏิบัติงานของข้าราชการตามที่เห็นสมควรได้ รวมทั้งศึกษาการดำเนินโครงการปฏิบัติงานนอกสำนักงานในประเทศต่าง ๆ เช่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย (ภาพที่ 2-43) เพื่อหารูปแบบที่เหมาะสมกับแต่ละสภาพการณ์ ตลอดจนใช้ประสบการณ์ของหน่วยงานที่ดำเนินการมาแล้ว

สำนักงาน ก.พ.ร. ได้ถูกกำหนดให้เป็นหน่วยงานนำร่องดำเนินโครงการทดลองปฏิบัติงานนอกสำนักงานภายใต้มาตรการประหยัดพลังงานตามนโยบายของรัฐบาล เรียกว่าโครงการปฏิบัติราชการแบบเวอร์ช่วล (Virtual Office) ความสำเร็จของโครงการนี้ จะเพิ่มคุณภาพชีวิตของบุคลากร เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการ ประหยัดค่าใช้จ่ายภาครัฐ เช่น ค่าไฟฟ้า น้ำประปา และนำไปสู่การเป็น Virtual Office
การดำเนินการของสำนักงาน ก.พ.ร. ได้แต่งตั้งคณะทำงานดำเนินการตามนโยบายเกี่ยวกับ    การปฏิบัติงานของข้าราชการเพื่อประหยัดพลังงานของส่วนราชการและเพิ่มคุณภาพชีวิตของข้าราชการ เพื่อศึกษาองค์ประกอบและวิเคราะห์ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติราชการแบบเวอร์ช่วล และวางแผนการพัฒนาข้าราชการให้มีความรู้ความสามารถในการใช้ระบบ e-Office อย่างต่อเนื่อง


โครงการนำร่องการปฏิบัติราชการแบบเวอร์ช่วล (Virtual Office) ของสำนักงาน ก.พ.ร. แบ่งเป็น 2 ระยะ ในระยะแรกกำหนดเวลาการดำเนินโครงการทดลอง 1 เดือน (16 กุมภาพันธ์ - 12 มีนาคม พ.ศ. 2552) ระยะที่สอง กำหนดเวลาการดำเนินโครงการ 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 - 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมายเป็นข้าราชการที่ปฏิบัติภารกิจหลักของกลุ่ม/ภารกิจ/สำนัก ไม่รวมผู้อำนวยการและฝ่ายสนับสนุน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของจำนวนข้าราชการในแต่ละสำนัก/ภารกิจ ซี่งมีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 18 คน จากการรวบรวมความเห็นของผู้เข้าร่วมโครงการ พบว่ามีความพึงพอใจกับการปฏิบัติราชการแบบเวอร์ช่วล เพราะได้รับความสะดวก สามารถทำงานได้ทุกที่ มีความคล่องตัวในการทำงาน ประหยัดเวลาในการเดินทาง ประหยัดค่าใช้จ่าย มีสมาธิในการทำงาน เป็นการเปิดโอกาสให้ข้าราชการได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น โดยได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพิ่มทักษะและประสบการณ์จากหลายแห่งในกรณีที่ทำงานในสถานที่ต่าง ๆ จึงสรุปผลในภาพรวมว่า สำนักงาน ก.พ.ร. สามารถมอบหมายงานให้ข้าราชการเฉพาะกลุ่มงานที่ไม่จำเป็นต้องพบปะผู้รับบริการเป็นประจำทุกวัน ให้ปฏิบัติงานในลักษณะ Virtual Office ได้ โดยไม่ขาดการติดต่อประสานงานระหว่างกัน และหากข้าราชการสามารถปฏิบัติราชการนอกสำนักงานได้พร้อมกันทั้งสำนักงาน ตามแบบเวอร์ช่วล (Virtual Office) อย่างแท้จริง จะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคของสำนักงานได้อย่างมาก และสำนักงาน ก.พ.ร. ได้มีการจัดทำคู่มือการปฏิบัติราชการแบบเวอร์ช่วล (Virtual Office)
เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติราชการนอกสำนักงาน และเชื่อว่าการปฏิบัติราชการแบบเวอร์ช่วล (Virtual Office) จะเป็นรูปแบบการปฏิบัติราชการแนวใหม่ต่อไปในอนาคต


การขยายผลระบบบริหารยุทธศาสตร์องค์กรภาครัฐ (Government Strategic Management System: GSMS)
ให้มีความเชื่อมโยงกับระบบการบริหารการเงินการคลังภาครัฐสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Government Fiscal Management Information System: GFMIS) เพื่อประมวลรายงานผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดควบคู่ไปกับรายงานผลทางการเงินได้อย่างเป็นระบบ
หลังจากได้มีการออกแบบและพัฒนาระบบตามโครงการ GSMS แล้ว ได้มีการติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ (Terminal) ให้กับกลุ่มนำร่องที่ 1 ได้แก่ กลุ่มจังหวัดภาคเหนือ 1.1 ในหน่วยบริหารยุทธศาสตร์ (Office of Strategy Management: OSM) กับ 8 จังหวัด (เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน แม่ฮ่องสอน) กลุ่มจังหวัดภาคใต้ 8.3 ใน OSM กับ 3 จังหวัด (ภูเก็ต พังงา กระบี่) กลุ่มจังหวัดภาคกลาง 3.1 ใน OSM กับ 4 จังหวัด (นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย สำนักงบประมาณ สำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว สำนักงาน ก.พ.ร. กรมบั¬ชีกลาง และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยได้รับ
การสนับสนุนจากกระทรวงการคลังในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างระบบการบริหารการเงินการคลังภาครัฐสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ (GFMIS) มีการอบรมการใช้งานระบบการบริหารยุทธศาสตร์ขององค์การภาครัฐ ให้กับผู้ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการวางแผนและบริหารยุทธศาสตร์ และผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบริหารและติดตามประเมินผลแผนงาน/โครงการ ของกลุ่มนำร่องที่ 1 ดังกล่าวด้วย
สำนักงาน ก.พ.ร. ได้ดำเนินการโครงการระบบบริหารยุทธศาสตร์ขององค์การภาครัฐ ระยะที่ 2 (ปีงบประมาณ พ.ศ. 2552 - 2553) ดังภาพที่ 2-44 ซึ่งเป็นการจัดหาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เพื่อรองรับการขยายผลการใช้งานให้จังหวัด และส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ Hardware และ Software ที่ได้กำหนดไว้ตาม Configuration ของการออกแบบสถาปัตยกรรมระบบ (Network Architecture) ในระยะที่ 1 ประกอบกับระบบ GSMS เป็นงานส่วนขยายและมีความเชื่อมโยงกับระบบ GFMIS ที่สำนักงานปลัดกระทรวงการคลังเป็นผู้ดูแลอยู่ในปัจจุบัน รวมทั้งเมื่อดำเนินโครงการระบบการบริหารยุทธศาสตร์ขององค์การภาครัฐ (GSMS) แล้วเสร็จ จะต้องมีการส่งมอบให้สำนักงานปลัดกระทรวงการคลังเป็นผู้ดูแลรักษาระบบต่อไป จึงมีความจำเป็นที่จะต้องใช้อุปกรณ์ Hardware และ Software ที่สอดคล้องกับอุปกรณ์ของระบบ GFMIS
ในปี พ.ศ. 2552 ซึ่งเป็นการดำเนินโครงการ GSMS ในระยะที่ 2 ที่มีงบประมาณจำกัด จึงต้องปรับแผนโดยจัดลำดับความสำคั¬ให้กับกลุ่มจังหวัดที่นำร่องการพัฒนาตัวแบบการเสริมสร้างขีดสมรรถนะและการบริหาร การจัดทำแผนพัฒนาและแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ โดยจังหวัดและกลุ่มจังหวัดที่จะทำการจัดสรรอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และทำ Data Migration ให้ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2552 และ พ.ศ. 2553 นั้น ประกอบด้วย กลุ่มจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน กลุ่มจังหวัดเชียงราย พะเยา แพร่ น่าน กลุ่มจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นนทบุรี ปทุมธานี สระบุรี กลุ่มจังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ ระนอง ตรัง และกลุ่มจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด

ทั้งนี้ หากระบบ GSMS ได้รับการสนับสนุนเพียงพอ จะช่วยเสริมสร้างขีดสมรรถนะการบริหารงานแบบบูรณาการของส่วนราชการและจังหวัด และฝ่ายบริหารและผู้ที่เกี่ยวข้องจะสามารถติดตามการทำงานตามแผนงาน โครงการและการใช้งบประมาณของส่วนราชการ จังหวัดและกลุ่มจังหวัดได้อย่างใกล้ชิดตลอดเวลา

 


ระบบเวอร์ช่วลออฟฟิต (Virtual office) ในสำนักงาน ก.พ.ร

         นับเป็นปีที่สามในปี พ.ศ. 2553 ที่สำนักงานก.พ.ร. ได้นำมาตรการให้ข้าราชการทำงานที่บ้านเพื่อประหยัดพลังงานของส่วนราชการและลดค่าครองชีพของข้าราชการ โดยกระทรวงการคลังได้เริ่มทดลองใช้ในสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เพื่อนำร่องตามแนวทางของ ก.พ.ร. สำนักงาน ก.พ.ร. ได้ดำเนินโครงการนำร่องการปฏิบัติราชการแบบเวอร์ช่วล (Virtual Office) ของสำนักงาน ก.พ.ร. โดยแบ่งเป็น 2 ระยะ ในระยะแรกกำหนดเวลาการดำเนินโครงการทดลอง 1 เดือน(16 กุมภาพันธ์ - 12 มีนาคม พ.ศ. 2552) ระยะที่สอง กำหนดเวลาการดำเนินโครงการ 1 ปี ตั้งแต่วันที่13 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 - 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2553และข้อสรุปในเบื้องต้นพบว่า 8.1 สามารถดำเนินการได้ โดยมีระเบียบที่เกี่ยวข้องรองรับได้อยู่แล้ว ได้แก่ ระเบียบว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ. 2535 ข้อ 11 ที่ได้เปิดโอกาสให้หัวหน้าส่วนราชการกำหนดวิธีควบคุมการปฏิบัติงานของข้าราชการตามที่เห็นสมควรได้ การจะทำให้เกิดผลมิได้อยู่ที่การปรับปรุงกฎระเบียบเกี่ยวกับตัวข้าราชการแต่อยู่ที่การบริหารจัดการของส่วนราชการ ที่จะทำให้ข้าราชการตั้งแต่สองคนขึ้นไปสามารถทำงานร่วมกันได้โดยไม่ต้องปฏิบัติงานอยู่ในสำนักงานเดียวกัน และภารกิจของหน่วยงานสามารถบรรลุเป้าประสงค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากทำสำเร็จข้าราชการจะทำงานที่ไหนก็ได้ แม้จะไม่ใช่ที่บ้านหรือสถานที่ราชการ แต่อาจเป็นที่ใดก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในส่วนราชการ ดังนั้นการให้ข้าราชการทำงานโดยอยู่ที่บ้านจึงเป็นไปได้

        เทคโนโลยีที่จะเข้ามารองรับระบบเวอร์ช่วลออฟฟิต สำนักงาน ก.พ.ร. ได้มีการทดสอบระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่จะนำมาใช้รองรับการปฏิบัติราชการแบบเวอร์ช่วล โดยทดสอบระบบการประชุมทางไกลของบริษัททีโอที จำกัด บริษัท กสท โทรคมนาคมจำกัด (มหาชน) สำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐ และนำผลสรุปและข้อแนะนำจากการทดสอบระบบการประชุมทางไกลดังกล่าวมาปรับปรุงระบบการปฏิบัติราชการแบบเวอร์ช่วล ให้สามารถใช้งานง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ได้ข้อสรุปว่า ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของสำนักงาน ก.พ.ร. สามารถรองรับการปฏิบัติราชการแบบเวอร์ช่วลได้ผลที่ได้รับหลังจากการที่ สำนักงาน ก.พ.ร.ได้ดำเนินโครงการเสร็จสิ้นทั้งสองระยะ (ตั้งแต่6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 ถึง 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2553)  นอกจากสามารถบรรลุเป้าหมายในการเพิ่มคุณภาพชีวิตข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ก.พ.ร.  และการลดพลังงานของ สำนักงาน ก.พ.ร. แล้ว ระบบดังกล่าวยังสามารถรองรับการทำงานของสำนักงาน  ในกรณีที่มีงานเร่งด่วน หรือเกิดภาวะฉุกเฉินหรือเหตุการณ์ไม่สงบในกรุงเทพฯ ทำให้ข้าราชการเข้าออก  สำนักงานยากลำบากได้ โดยมิได้ทำให้งานราชการของ ก.พ.ร. หยุดชะงักหรือเกิดความล่าช้าอีกด้วย

 


เผยแพร่ข้อมูลเมื่อ 2 กันยายน 2553 12:20:37 ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2555 14:48:57
    ลิงค์     |     สมาชิกเครือข่าย     |     RSS feed     |     คำถามที่พบบ่อย            
    Facebook สำนักงาน ก.พ.ร.   PMQA Channel  Webmail | Intranet สำหรับข้าราชการ | ผังเว็บไซต์




สงวนลิขสิทธิ์โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ

59/1 ถนนพิษณุโลก แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300 โทร. 02 356 9999 โทรสาร 02 281 8328 สายด่วน 1785 e-mail: administrator@opdc.go.th