
📍เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568 ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ประธานอนุกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน (อ.กพม.) เป็นประธานการสัมมนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับ “แนวทางการส่งเสริมองค์การมหาชนเพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศ” โดยเป็นการสัมมนาร่วมระหว่าง กพม. อ.กพม. และประธานกรรมการ และผู้อำนวยการองค์การมหาชนที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (PO) จำนวน 37 แห่ง ณ ห้องบอลรูม 2-3 โรงแรมคอนราด กรุงเทพมหานคร
🔆เลขาธิการ ก.พ.ร. ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการสัมมนาในวันนี้ เพื่อเป็นเวทีรับฟังความเห็นและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการกำกับดูแลและการบริหารองค์การมหาชน และเป็นโอกาสที่ กพม. ได้สื่อสารนโยบายและทิศทางการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน รวมถึงยุทธศาสตร์การพัฒนาองค์การมหาชน เพื่อสร้างความเข้าใจและสร้างความร่วมมือในการทำงานร่วมกันระหว่างองค์การมหาชน กพม. อ.กพม. และสำนักงาน ก.พ.ร. เพื่อร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาองค์การมหาชน ให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐและภารกิจสำคัญของประเทศต่อไป
🔆ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ กพม. และประธาน อ.กพม. ได้บรรยายพิเศษ เรื่อง “บทบาทคณะกรรมการและผู้อำนวยการองค์การมหาชนในการส่งเสริมและกำกับองค์การมหาชน” โดยมุ่งเน้นความสำคัญ เช่น
🔸1. องค์การมหาชนเป็นหน่วยงานของรัฐที่ลดข้อจำกัดของระบบราชการ สามารถหารายได้โดยต้องไม่แสวงหากำไร อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันองค์การมหาชนมีแนวโน้มที่ต้องพึ่งพาตนเองมากขึ้น ดังนั้น เป็นความท้าทายขององค์การมหาชน ในการสร้างความสมดุลระหว่างความสามารถในการหารายได้ขององค์การมหาชนเพื่อลดภาระงบประมาณภาครัฐ และการไม่มุ่งแสวงหากำไรตามหลักของการเป็นองค์การมหาชน
🔸2. คณะกรรมการองค์การมหาชนมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแล และกำหนดทิศทางการดำเนินงานขององค์การมหาชน ดังนั้น ความรู้ความสามารถของคณะกรรมการองค์การมหาชน เช่น ด้านกฎหมาย ด้านการบัญชีการเงินจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยให้องค์การมหาชนสามารถดำเนินการได้อย่างคล่องตัวและเป็นไปตาม
กรอบธรรมาภิบาล ซึ่ง กพม. มีแนวคิดในการจัดทำบัญชีรายชื่อกรรมการ (Director pool) เพื่อให้องค์การมหาชนนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป
🔸3. การบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐเป็นสิ่งสำคัญไม่ว่าจะเป็น 1) การบูรณาการการทำงานร่วมกันในกลุ่มภารกิจ (Cluster) 2) การเชื่อมโยงการทำงานกับหน่วยงานที่กำหนดนโยบาย หรือ 3) การแบ่งปันการใช้ทรัพยากรร่วมกันทั้งด้านทรัพยากรบุคคล โครงสร้างพื้นฐาน และงบประมาณ ซึ่งจะช่วยลดข้อจำกัดในการทำงานขององค์การมหาชนได้มากขึ้น
🔆ทั้งนี้ องค์การมหาชนได้ร่วมแสดงความเห็นและให้ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน เช่น
🔸1. การรวบรวมประเด็นปัญหา/ข้อจำกัดเกี่ยวกับการใช้กฎหมายจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อหารือร่วมกับกรมบัญชีกลางเพื่อลดข้อจำกัดในการทำงานขององค์การมหาชน
🔸2. การมีแนวทางส่งเสริมสนับสนุนให้องค์การมหาชนขยายงานบริการ/ภารกิจเพื่อให้เป็นที่ยอมรับ
ในภาคเอกชนและระดับสากล เช่น สามารถรับเงินบริจาคจากภาคเอกชนได้ เพื่อให้องค์การมหาชนมีช่องทางในการหารายได้เพื่อพึ่งพาตนเองเพิ่มเติม
🔸3. การกำหนดทิศทางการทำงานขององค์การมหาชนควรพิจารณาในหลายมิติ เนื่องจากแต่ละองค์การมหาชนมีศักยภาพหลายด้าน เช่น องค์การมหาชนด้านสาธารณสุขไม่ได้ดำเนินการเพียงการส่งเสริมสุขภาพ แต่ยังสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้ในรูปแบบ “เศรษฐกิจสุขภาพ” หรือ Medical hub
🔸4. การร่วมขับเคลื่อนนโยบายสำคัญในการพัฒนาประเทศ รวมถึงการแก้ปัญหาสำคัญของประเทศ
โดยผ่านกลไกการทำงานร่วมกันระหว่างองค์การมหาชนในรูปแบบ Joint KPI
🔸5. การสนับสนุนการจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาองค์การมหาชน เพื่อเป็นการกำหนดทิศทางการดำเนินการขององค์การมหาชนที่ชัดเจน
🔸6. การสนับสนุนการประเมินความคุ้มค่าในการดำเนินงานขององค์การมหาชน โดยเฉพาะการประเมินมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมจากการดำเนินงาน เพื่อสะท้อนผลลัพธ์ในการดำเนินงานขององค์การมหาชนที่ส่งผลต่อการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศและเป็นรูปธรรม ซึ่งนำไปใช้ประโยชน์เพื่อสนับสนุนองค์การมหาชนในขั้นตอนการเสนอคำของบประมาณได้ต่อไป
⏩สามารถดาวน์โหลดภาพกิจกรรมได้ที่ https://rb.gy/7dg6yt
