ข่าวสาร/กิจกรรม

การประชุม 2025 Annual Meeting of the Working Party of the Senior Digital Government Officials (e-Leaders) และ Expert Group on Open Government Data

19 พ.ย. 2568
18
im191168 2

         นางสาวดารารัตน์ โฆษิตพิพัฒน์ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล เข้าร่วมการประชุม 2025 Annual Meeting of the Working Party of the Senior Digital Government Officials (e-Leaders) และ Expert Group on Open Government Data ระหว่างวันที่ 3–5 พฤศจิกายน 2568 และกิจกรรม Government and Industry Event วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 ณ เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ในฐานะผู้แทนประเทศไทย พร้อมด้วยนางสาวนฤมล ติยะแสงทอง นักพัฒนาระบบราชการชำนาญการพิเศษ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านรัฐบาลดิจิทัล มุ่งเน้นการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัลเพื่อรองรับยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเพิ่มประสิทธิภาพความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของประชาชน สาระสำคัญประกอบด้วย

         🚀หัวข้อ 1: การเปลี่ยนผ่านภาครัฐสู่ยุค AI (Transforming Government in the Age of AI)
                  การเปลี่ยนผ่านภาครัฐสู่ยุค AI ได้ชี้ให้เห็นว่า การใช้ AI ในการตัดสินใจเรื่องสำคัญ เช่น การอนุมัติหรือปฏิเสธการให้สวัสดิการและใบอนุญาต อาจทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถอธิบายเหตุผลของผลการพิจารณานั้นได้ ซึ่งขัดต่อหลักนิติธรรมที่กำหนดให้การตัดสินใจของรัฐต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้และมีความรับผิดชอบ และในอนาคตรัฐบาลควรมุ่งสู่การพัฒนาไปสู่ Smart Nations โดยกำหนดตัวชี้วัดคุณภาพชีวิตของประชาชนที่ดีขึ้นจากการประยุกต์ใช้ AI เพื่อเน้นประโยชน์ต่อประชาชนเป็นสำคัญมากกว่าการมุ่งหวังผลกำไร

         🛡️หัวข้อ 2: การสร้างระบบ AI ภาครัฐที่น่าเชื่อถือและยั่งยืน (Building Trustworthy and Robust AI)
                  รายงานของ OECD ระบุว่าประเทศสมาชิก OECD ได้มีการนำ AI มาใช้ภายในหน่วยงานภาครัฐเพิ่มขึ้นจาก 70% เป็น 90% ของประเทศสมาชิก และมีการนำ AI มาใช้ในการให้บริการสาธารณะเพิ่มขึ้นในระดับปานกลาง (จาก 67% เป็น 74%) อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังคงเผชิญกับความท้าทายสำคัญ เช่น การขาดทักษะเฉพาะทาง คุณภาพของข้อมูล รวมถึงการไม่สามารถขยายผลโครงการนำร่องไปสู่การปฏิบัติได้ อีกทั้งการหลีกเลี่ยงไม่ดำเนินการจะส่งผลให้ความแตกต่างด้านศักยภาพระหว่างภาครัฐและเอกชนเพิ่มมากขึ้น ประเทศสมาชิกได้เสนอแนวทางการดำเนินงานเพื่อสร้างระบบ AI ภาครัฐที่น่าเชื่อถือ โปร่งใส และยั่งยืน อาทิ

                  • ออสเตรเลีย สร้างชุดเครื่องมือธรรมาภิบาล AI ที่ช่วยให้ข้าราชการสามารถประเมินและบริหารความเสี่ยงของโครงการ AI
                  • เดนมาร์ก มองว่ารัฐเป็นเพียงผู้ดูแลไม่ใช่เจ้าของข้อมูลประชาชน เป้าหมายของรัฐคือการสร้างความไว้วางใจผ่านระบบที่ให้ประชาชนสามารถ 1) รับรู้และเข้าถึงข้อมูลของตน 2) ให้ความยินยอม (Consent) ในการใช้หรือเชื่อมโยงข้อมูล และ 3) บริหารจัดการข้อมูลเองได้
                  • เกาหลีใต้ เน้นการรวมศูนย์ (Centralization) โดยรัฐบาลได้พัฒนาแพลตฟอร์มกลางที่ทุกหน่วยงานสามารถใช้งานได้ทันที เพื่อลดความซ้ำซ้อน ประหยัดต้นทุน ควบคุมมาตรฐานความปลอดภัย
                  • สโลวีเนีย ใช้ Smart Regulation และจัดให้มี AI Sandboxes เพื่อเป็นพื้นที่ทดลอง AI ใหม่ ๆ ส่งผลให้ภาครัฐเกิดการเรียนรู้และภาคเอกชนสามารถพัฒนานวัตกรรมโดยไม่เสี่ยงผิดกฎหมาย

         📈 หัวข้อ 3: การขยายผล AI จากโครงการนำร่องสู่แพลตฟอร์มหลัก (Scaling AI from Pilots to Platform)
                  ความท้าทายหลักในปัจจุบันไม่ใช่เพียง AI สามารถทำงานได้หรือไม่ หากแต่คือวิธีการขยายผลโครงการ AI ให้มีความมั่นคง ปลอดภัย และยั่งยืน โดยประเทศสมาชิกได้นำเสนอกลยุทธ์และตัวอย่างการขยายผลโครงการ AI อาทิ

                  • สโลวีเนีย เน้นการวางแผนระยะยาว โดยจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้าน AI เพื่อเป็นศูนย์กลางรวบรวมความเชี่ยวชาญและแบ่งปันความรู้
                  • ฝรั่งเศส รัฐบาลควบคุมและกำกับดูแลการใช้ข้อมูลโดยพัฒนาแพลตฟอร์ม AI กลางของประเทศชื่อ “Albert API” ปฏิบัติการบนระบบคลาวด์ “Secnum” โดยที่ข้อมูลสำคัญของภาครัฐถูกจัดเก็บอย่างปลอดภัยและไม่รั่วไหล
                  • ญี่ปุ่น กำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงานในภาครัฐอย่างรุนแรง จึงเร่งส่งเสริมการนำ Generative AI มาใช้ในการให้บริการภาครัฐ และได้แต่งตั้งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่าย AI (CAIO) ประจำกระทรวงเพื่อกำกับดูแล
                  • สหราชอาณาจักร ได้มีการจัดตั้งทีม AI Incubator ภายใต้หน่วยงาน Government Digital Services (GDS) เพื่อแบ่งปันบทเรียนและผลลัพธ์ทั้งที่สำเร็จและล้มเหลวให้ทุกหน่วยงานภาครัฐได้เรียนรู้และปรับใช้ได้

         🔗 หัวข้อ 4-1: ธรรมาภิบาลข้อมูลและการทำงานร่วมกันของข้อมูล (Data Governance and Interoperability)
                  ธรรมาภิบาลข้อมูลและการทำงานร่วมกันของข้อมูล ถือเป็นข้อกำหนดเบื้องต้นที่สำคัญสำหรับการส่งมอบบริการสาธารณะที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง แม้ประเทศส่วนใหญ่กำหนดให้มีการเปิดเผยข้อมูลแก่สาธารณะโดยที่ประชาชนไม่ต้องร้องขอ (Open by Default) แต่ยังมีความท้าทายในเรื่องการประสานงาน คุณภาพข้อมูล และความสามารถในการใช้งาน โดยประเทศสมาชิกได้แบ่งปันแนวทางการจัดการข้อมูลและการกำกับดูแลข้อมูล อาทิ

                  • แคนาดา กำหนดข้อมูลเป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ จำนวน 27 ชุดข้อมูลสำคัญที่ต้องมีการดูแลร่วมกันข้ามองค์กร
                  • ฝรั่งเศส พัฒนา API Catalog และ API Hubs เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐตามหลักการ Once Only Principle ที่ประชาชนให้ข้อมูลกับรัฐเพียงครั้งเดียว และหน่วยงานสามารถใช้ร่วมกันได้
                  • เกาหลีใต้ ดำเนินโครงการ MyData ให้ประชาชนสามารถควบคุมและย้ายข้อมูลของตนเองได้ตามสิทธิ Data Portability และใช้โมเดล 3P (Public ภาครัฐกำหนดกฎ Private ภาคเอกชนขับเคลื่อนนวัตกรรม และ People ภาคประชาชนเป็นผู้จัดการข้อมูล)
                  • ฟินแลนด์ จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐปฏิบัติตาม Act on Information Management in Public Administration รวมถึงสร้างคลังคำศัพท์ข้อมูล (Data Vocabularies) ให้ทุกหน่วยงานใช้

         🆔 หัวข้อ 4-2: การพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลที่น่าเชื่อถือและไร้รอยต่อ (Digital Identity for Trusted, Secure and Seamless Services)
                  OECD ให้ความสำคัญกับการนิยาม Digital ID เนื่องจากในแต่ละประเทศมีการนิยามที่แตกต่างกันซึ่งจะส่งผลต่อการสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือระหว่างประเทศและสร้างการยอมรับการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลข้ามพรมแดน ซึ่งได้มีการขับเคลื่อนในเวทีการประชุม G7 และ G20 ด้วย โดยมีตัวอย่างประเทศสมาชิกนำเสนอความก้าวหน้า อาทิ

                  • เดนมาร์ก กว่าร้อยละ 97 ของประชาชนอายุ 13 ปีขึ้นไป ใช้งานระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic ID – EID) แล้ว นอกจากนี้ จะมีการเปิดใช้ Digital Wallet อย่างเต็มรูปแบบในปี ค.ศ. 2026
                  • นิวซีแลนด์ มีการจัดเก็บข้อมูลสำหรับใช้ในการยืนยันตัวตนจากหลายแหล่ง ซึ่งมีมาตรฐานเดียวกันทำให้บุคคล ธุรกิจ และองค์กรต่าง ๆ สามารถนำข้อมูลของตนมาใช้ในการยืนยันตัวตนทางดิจิทัลได้
                  • ชิลี ปัจจุบันมีผู้ใช้งาน Digital ID กว่า 20 ล้านคน และมีการใช้งานมากกว่า 500 ล้านครั้งต่อปี โดยส่วนใหญ่เป็นการใช้งานสำหรับงานบริการภาครัฐ ดังนั้น รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล
                  • สหราชอาณาจักร พัฒนา UK One Login สำหรับให้บริการเฉพาะภาครัฐ ณ จุดเดียว ซึ่งปัจจุบันได้มีการให้บริการภาครัฐกว่า 100 งาน และจะพัฒนาเพิ่มเติมในปี 2026 กว่า 100 งาน โดยจะสามารถให้บริการภาครัฐทั้งหมดบน UK One Login ได้ในปี 2027 รวมถึงได้เริ่มพัฒนา Gov.uk wallet ซึ่งได้นำร่องกับบัตรประจำตัวทหารผ่านศึกก่อน
                  • ญี่ปุ่น มีการบูรณาการข้อมูลบุคคลร่วมกันระบบประกันสุขภาพและใบขับขี่ ซึ่งปัจจุบัน ญี่ปุ่นถือเป็นประเทศแรกนอกเหนือจากสหรัฐอเมริกาที่ให้บริการประชาชนใช้ Mobile ID ผ่านระบบ iOS ในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะขยายผลไปยังแรงงานต่างชาติกว่า 3 ล้านคน และนักท่องเที่ยวกว่า 40 ล้านคน ในอีก 4 ปีข้างหน้า

         📈 หัวข้อที่ 5: การประเมินผลกระทบ AI (AI Impact Measurement)
                  การประเมินผลกระทบของการลงทุน AI ในภาครัฐยังต่ำมากเพียง 17% เนื่องจากภาครัฐพยายามใช้ตัวชี้วัดแบบเอกชนซึ่งเน้นผลตอบแทนทางการเงิน แนวทางที่ถูกต้อง คือ ภาครัฐควรเปลี่ยนไปประเมินคุณค่าสาธารณะ เช่น ความไว้วางใจของประชาชน ประสิทธิภาพบริการ และผลกระทบต่อสังคม

         💸 หัวข้อที่ 6: การปรับเปลี่ยนแนวทางลงทุนในรัฐบาลดิจิทัล (Investing for Impact)
                  การลงทุนดิจิทัลภาครัฐทั่วโลกกำลังปรับเปลี่ยนสู่รูปแบบที่คล่องตัว (Agile) มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ โดยหันมาใช้การจัดสรรงบประมาณแบบแบ่งระยะ โดยไม่ให้เงินก้อนใหญ่ทั้งหมดในครั้งเดียว แต่ทยอยอนุมัติเงินทุนเป็นงวด ๆ ตามความสำเร็จของแต่ละช่วงการพัฒนา เพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่อย่าง AI และ คลาวด์ ได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยความท้าทายสำคัญยังคงอยู่ที่การปรับแก้กฎระเบียบและวัฒนธรรมองค์กร ให้ก้าวข้ามกรอบงานเอกสารแบบเดิม ไปสู่การสร้างประโยชน์ที่แท้จริงให้แก่ประชาชน

         📊 หัวข้อที่ 7: ผลการประเมินดัชนีชี้วัดรัฐบาลดิจิทัลและรัฐบาลแบบเปิดของ OECD (Insights from the DGI, OURdata, and Outlook)
                  ผลการประเมินเบื้องต้นดัชนีชี้วัดรัฐบาลดิจิทัลและรัฐบาลแบบเปิดของ OECD (OECD Digital Government Index (DGI) and OECD Open, Useful, and Re-Usable Data (OURdata) Index) ปี 2025 แสดงแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยเฉพาะมิติ User-Driven ที่เพิ่มขึ้นถึง 17% รวมถึง Digital by Design และ Data-Driven แต่ยังต้องเร่งพัฒนาบริการเชิงรุกและการเปิดเผยข้อมูลแก่สาธารณะโดยที่ประชาชนไม่ต้องร้องขอ

         📊หัวข้อที่ 8: ทิศทางของคณะทำงาน e-Leaders ในอนาคต (Strategic Direction of the e-Leaders)
                  ในอนาคตคณะทำงาน e-Leaders จะมุ่งเน้นเรื่องการกำกับดูแล AI (โดยเฉพาะ Agentic AI) และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของภาครัฐ (Digital Public Infrastructure – DPI) เช่น Digital Wallet ทั้งนี้ ผู้แทน e-Leaders เสนอให้ปรับวิธีการทำงานเพื่อเพิ่มความคล่องตัว (Agility) มากขึ้น และจัดให้มีประชุมแลกเปลี่ยนแนวคิดแบบไม่เป็นทางการ เพื่อให้สมาชิกนำประเด็นหรือกรณีศึกษาที่สนใจมาหารือแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดี

         🤝 กิจกรรม Government and Industry Event วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568

                  1. การบรรยายนำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับทักษะดิจิทัล ผลกระทบของ AI ต่อการจ้างงาน กลยุทธ์การพัฒนา กำลังแรงงาน พัฒนาทักษะใหม่ (Upskilling) และปรับทักษะ (Reskilling)

                  • หน่วยงาน Australian Computer Society (ACS) ระบุว่า AI จะเข้ามาแทนที่งานซ้ำ ๆ มากกว่าการแทนที่บุคลากรโดยตรง แนวคิด Net Person Zero Impact ที่ว่าในระยะยาวจำนวนตำแหน่งงานรวมจะไม่ลดลง อีกทั้งเน้นความสำคัญของการปรับทักษะ เพื่อให้บุคลากรสามารถทำงานที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น
                  • หน่วยงานรัฐบาลนิวเซาท์เวลส์ (NSW) ได้นำเสนอความสำเร็จที่ดำเนินการผ่านกองทุน Digital Restart Fund (DRF) ซึ่งใช้กลไกการจัดสรรงบประมาณแบบแบ่งจ่ายเป็นงวด (Tranche Based Funding) โดยการเบิกจ่ายงวดถัดไปจะขึ้นอยู่กับผลการตรวจสอบคุณภาพว่าโครงการมีความก้าวหน้าและบรรลุผลลัพธ์

                  2. การหารือร่วมกับผู้แทนหน่วยงานภาครัฐเพื่อระบุประเด็นความท้าทายร่วมกันและแนวทางแก้ปัญหาให้สามารถทำงานร่วมกันได้

                  • การหารือกับหน่วยงาน Service Australia ออสเตรเลียเผชิญความท้าทายจากการที่ไม่มีระบบบัตรประจำตัว (National ID) ทำให้ต้องอาศัยระบบที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงบริการหลายอย่างได้โดยใช้ข้อมูลประจำตัวชุดเดียว (Federated Identity) รัฐบาลจึงพัฒนา “MyGov” เพื่อเป็นช่องทางในการเข้าถึงบริการสำคัญ โดยสำนักงาน ก.พ.ร. ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การพัฒนาระบบ “ทางรัฐ” เพื่อเป็นช่องทางในการเข้าใช้บริการ e-Services โดยใช้ ThaiD ในการเข้าสู่ระบบ
                  • การหารือกับหน่วยงาน Digital Transformation Agency (DTA) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายและมาตรฐานด้านดิจิทัลของรัฐบาล กลไกบังคับใช้ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด คือ การควบคุมงบประมาณ เนื่องจาก DTA สังกัดอยู่ภายใต้กระทรวงการคลัง โดยหน่วยงานภาครัฐที่มีการใช้งานระบบ AI ที่มีความเสี่ยง จะต้องจัดทำรายงานเสนอต่อ DTA เพื่อให้ประเมินความเหมาะสม

         OECD #eLeadersMeeting #Sydney #OPDC

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุ้กกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ปุ่มตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สำนักงาน ก.พ.ร. เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สำนักงาน ก.พ.ร. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลการใช้งาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้ ก.พ.ร. ทราบถึงการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของ ก.พ.ร. รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่น ๆ ก.พ.ร. ยังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานมากขึ้น ถึงแม้ว่า ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ ก.พ.ร. ไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมาย (Targeting Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของ ก.พ.ร. ทั้งนี้ หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของ ก.พ.ร. แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่น ๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน

บันทึกการตั้งค่า