ข่าวสาร/กิจกรรม

​ก.พ.ร. เร่งแก้ปัญหาสีเทา: การทุจริต ความไม่โปร่งใสในภาคราชการ ตั้งเป้าทุกกรมคัดเลือกงานที่เสี่ยงต่อการทุจริต ปรับสู่ความโปร่งใส เสริมความเชื่อมั่นประชาชน พร้อมยกระดับงานบริการของท้องถิ่น ลดภาระประชาชน

21 ม.ค. 2569
97
IMG 1046

​         เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เพื่อพิจารณาแนวทางปรับปรุงงานที่มีความเสี่ยงต่อการทุจริต โดยให้หน่วยงานในระดับกรมทุกแห่งขับเคลื่อนโครงการ “One Agency One Integrity: 1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา” พร้อมทั้ง พิจารณาแนวทางการพัฒนาแพลตฟอร์มกลางเพื่อให้บริการประชาชนในท้องถิ่น โดยให้กระจายรายได้ ค่าธรรมเนียมกลับคืนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อยกระดับการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนและลดความเสี่ยงต่อการทุจริตอีกด้วย

​​         ที่ประชุมได้พิจารณาข้อเสนอโครงการสร้างความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ “1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา” (One Agency One Integrity) เพื่อแก้ไขปัญหาการทุจริตในภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม โดยให้หน่วยงานระดับกรมทุกหน่วยงานคัดเลือกงานที่มีความเสี่ยงสูงต่อการทุจริตมาพัฒนาให้มีความโปร่งใสมากขึ้น ตามหลักเกณฑ์ 5 ประการ ได้แก่ 

​         1. เป็นงานที่มีผลกระทบสูงต่อเศรษฐกิจและสังคม
​         2. มีผู้ใช้บริการหรือผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก 
​         3. มีความเสี่ยงต่อการทุจริตสูง
​         4. มีการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ในการตัดสินใจ 
​         5. เป็นงานที่มีการร้องเรียนจากประชาชน 

​​         โดยในปี 2569 จะเน้นที่ส่วนราชการระดับกรม และระยะที่ 2 ในปี 2570 จะขยายไปยังจังหวัด รัฐวิสาหกิจ และองค์การมหาชน

​         ​นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางการพัฒนาแพลตฟอร์มกลางเพื่อให้บริการประชาชนในท้องถิ่นของ อปท. สำหรับกลุ่มงานที่มีความเสี่ยงสูงต่อการทุจริตและมีประชาชนร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมักเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้ดุลพินิจในการอนุมัติ อนุญาต และการบริหารจัดการรายได้ เช่น

​         • งานควบคุมอาคาร: การขออนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคาร
​         • งานที่ดินและสิ่งแวดล้อม: การขุดดินและถมดิน
​         • งานจัดเก็บรายได้: ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีป้าย และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ

​​         ทั้งนี้ จะมุ่งขยายผลจากแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพอยู่แล้ว มาเป็นระบบกลาง (Central Platform) และเริ่มใช้ในงานบริการที่มีจำนวนผู้ใช้บริการจำนวนมากก่อน เพื่อให้ประชาชนสามารถยื่นคำขอ ชำระเงิน และติดตามสถานะการดำเนินการได้สะดวก โปร่งใส และเป็นมาตรฐานเดียวกันมากขึ้น

​​         ในภาพรวมการประชุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การสร้างความโปร่งใสในภาครัฐไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาการทุจริต แต่เป็นการสร้างความเชื่อมั่นระหว่างรัฐและประชาชน โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อลดโอกาสในการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ รวมถึงพัฒนาการทำงานและการให้บริการของภาครัฐให้สะดวก โปร่งใส ตรวจสอบได้