ข่าวสาร/กิจกรรม

กพม. เคาะผลการประเมินองค์การมหาชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 มุ่งเน้นผลลัพธ์ของการขับเคลื่อนองค์การมหาชน เพื่อตอบโจทย์ประเทศและประชาชน

30 ม.ค. 2569
41
405163

         วันที่ 22 มกราคม 2569 นายบวรศักดิ์  อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน (กพม.) เพื่อพิจารณาผลการประเมินองค์การมหาชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 :โดยมีองค์การมหาชน 37 แห่ง ที่ประเมินผลโดย กพม. มีผลการประเมินเฉลี่ยร้อยละ 88.56 อยู่ในระดับดีมาก 9 แห่ง
(ร้อยละ 24.32) ระดับดี 22 แห่ง (ร้อยละ 59.46) การประเมินปีนี้สะท้อนการทำงานได้ชัดเจนมากขึ้น เนื่องจากมีการปรับปรุงตัวชี้วัดที่มุ่งเน้นตัวชี้วัดผลลัพธ์ ผลกระทบ และค่าเป้าหมายที่มีความท้าทายมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีข้อเสนอแนะที่สำคัญ เช่น

  1. การประเมินผลองค์การมหาชนเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาองค์การมหาชน โดยช่วยให้เห็นปัญหา อุปสรรคและโอกาสในการพัฒนา เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารจัดการและสร้างผลลัพธ์เชิงสาธารณะที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น ดังนั้น สำนักงาน ก.พ.ร. ควรมุ่งเน้นการให้ความเห็นและข้อเสนอแนะ (feedback) ในประเด็นที่องค์การมหาชนยังไม่สามารถดำเนินการให้บรรลุผลได้ตามที่กำหนด รวมทั้งควรมีการติดตามและรายงานผลการปรับปรุงหรือปฏิบัติตามข้อเสนอแนะในประเด็นดังกล่าวด้วย เพื่อให้การแก้ไขปัญหา
    เป็นรูปธรรมและสะท้อนให้เห็นความก้าวหน้าได้ชัดเจนขึ้น
  2. การจัดกลุ่มองค์การมหาชน (Clustering) ในการประเมินผล เนื่องจากองค์การมหาชนมีลักษณะภารกิจที่หลากหลาย ทำให้ความยากง่ายในการปฏิบัติงานแตกต่างกัน การพิจารณาจากคะแนนผลการประเมินจากเกณฑ์เดียวกันเพียงอย่างเดียวอาจไม่สะท้อนประสิทธิภาพและประสิทธิผลการทำงานได้อย่างครบถ้วน การจัดกลุ่มจะช่วยให้เห็นความแตกต่าง โดยเฉพาะความท้าทายของภารกิจอย่างชัดเจน และนำไปสู่การจัดกลุ่มสำหรับการประเมินให้เหมาะสมและสอดคล้องกับบริบทของแต่ละองค์การมหาชนมากขึ้น
  3. การประเมินประสิทธิภาพ ประสิทธิผลขององค์การมหาชน นอกจากจะประเมินตามภารกิจหลักของแต่ละองค์การมหาชนแล้ว ยังมีส่วนที่เป็นการประเมินศักยภาพภายในองค์กร (Potential Perspective) ด้วย ซึ่งทุกหน่วยงานใช้เกณฑ์การประเมินเดียวกัน ดังนั้น สำนักงาน ก.พ.ร. ควรนำผลประเมิน Potential Perspective ของทุกองค์การมหาชนมาเปรียบเทียบประสิทธิภาพการบริหารจัดการภายในระหว่างองค์การมหาชนได้อย่างเป็นระบบ เพื่อไปสู่การกำหนดแนวทางการพัฒนาและยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานขององค์การมหาชนในภาพรวมต่อไป

         นอกจากนั้น กพม. ได้รับทราบรายงานผลการดำเนินงานตามมาตรฐานทางจริยธรรม ประมวลจริยธรรม ข้อกำหนดจริยธรรม และกระบวนการรักษาจริยธรรมขององค์การมหาชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 และข้อเสนอเพื่อการพัฒนาต่อสำนักงาน ก.พ. เกี่ยวกับการบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการประเมินด้านคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการประเมิน

         ในช่วงท้าย ประธาน กพม. ได้เน้นย้ำความจำเป็นในการทบทวนปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับองค์การมหาชนที่บังคับใช้มานาน เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของการดำเนินงานและการบริหารจัดการองค์การมหาชนต่อไป

         การประชุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การประเมินองค์การมหาชนมิได้มีเป้าหมายเพียงแค่เพื่อให้ได้ผลคะแนนประเมินที่ดีเยี่ยม แต่การประเมินผลต้องนำไปสู่การยกระดับและพัฒนาผลลัพธ์การทำงานขององค์การมหาชนให้ดีขึ้น เพื่อให้สามารถตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ สร้างคุณค่าแก่ประชาชนได้อย่างแท้จริง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุ้กกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ปุ่มตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สำนักงาน ก.พ.ร. เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สำนักงาน ก.พ.ร. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลการใช้งาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้ ก.พ.ร. ทราบถึงการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของ ก.พ.ร. รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่น ๆ ก.พ.ร. ยังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานมากขึ้น ถึงแม้ว่า ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ ก.พ.ร. ไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมาย (Targeting Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของ ก.พ.ร. ทั้งนี้ หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของ ก.พ.ร. แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่น ๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน

บันทึกการตั้งค่า