
🎯 สำนักงาน ก.พ.ร. เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นองค์การมหาชน เพื่อทบทวนพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งหลักเกณฑ์กลางต่าง ๆ มุ่งปรับปรุงกฎหมาย/หลักเกณฑ์ให้ทันสมัย สอดคล้องสภาวการณ์ปัจจุบัน และเพิ่มประสิทธิภาพการขับเคลื่อนภารกิจขององค์การมหาชน
📍 เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงาน ก.พ.ร. โดยกองกิจการองค์การมหาชนและหน่วยงานของรัฐรูปแบบอื่น และกองกฎหมายและระเบียบราชการ จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นเพื่อทบทวนพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ โดยมีผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่จากองค์การมหาชนเข้าร่วมทั้งสิ้น 38 แห่ง รวม 114 คน
🧩 รูปแบบการหารือ แบ่งกลุ่ม 2 กลุ่ม ได้แก่ องค์การมหาชนกลุ่มวิจัย วิทยาศาสตร์ และเศรษฐกิจ และองค์การมหาชนกลุ่มการศึกษา สังคม และวัฒนธรรม
📊การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวกับความเหมาะสมของกฎหมาย เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการประเมินผลสัมฤทธิ์ และปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน และสนับสนุนการดำเนินงานขององค์การมหาชนให้มีความคล่องตัว ยืดหยุ่น และตอบสนองต่อนโยบายรัฐบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี รองเลขาธิการ ก.พ.ร. (นางสาวจิตตา กิตติเสถียรนนท์) และผู้อำนวยการกองกิจการองค์การมหาชนและหน่วยงานของรัฐรูปแบบอื่น กล่าวต้อนรับและชี้แจงวัตถุประสงค์ในการจัดประชุม รวมถึงรับฟังประเด็นข้อเสนอแนะและตอบข้อซักถามจากองค์การมหาชน
🗂️ประเด็นข้อคิดเห็นสำคัญที่ได้รับจากที่ประชุม เช่น
(1) ควรเพิ่มเติมภารกิจที่จะจัดตั้งเป็นองค์การมหาชนในพระราชบัญญัติให้เหมาะสมกับบริบทในปัจจุบัน เช่น การพัฒนานวัตกรรม ดิจิทัล การพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศ การพัฒนาด้านการเกษตร ด้านเศรษฐกิจ
(2) หลักการขององค์การมหาชนที่ต้องไม่แสวงหากำไรเป็นหลัก
🔹ควรทบทวนความจำเป็นในการคงอยู่
🔹องค์การมหาชนสามารถหารายได้เพื่อลดภาระงบประมาณ
🔹ต้องกำหนดนิยามคำว่า แสวงหากำไร และการหารายได้ ให้มีความชัดเจน
(3) การใช้งบประมาณขององค์การมหาชน ควรมุ่งเน้นการใช้งบประมาณให้เกิดผลสัมฤทธิ์หรือผลลัพธ์ของการทำงานตามวัตถุประสงค์ โดยไม่มุ่งเน้นที่การเบิกจ่ายงบประมาณสูงสุดเพียงอย่างเดียว
(4) ควรกำหนดนิยามของการร่วมทุนให้ชัดเจน ควรเปิดให้องค์การมหาชนใช้เงินร่วมกับทรัพย์สินหรือทรัพยากรอื่นขององค์การมหาชนร่วมด้วย
(5) การสรรหาคณะกรรมการ ควรสรรหาได้ก่อนครบวาระ ควรให้มีสัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญจากภาคธุรกิจหรือเอกชนเป็นสัดส่วนที่มากกว่ากรรมการโดยตำแหน่ง เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการใช้ความรู้ความสามารถและนำประสบการณ์มาสนับสนุนการทำงานขององค์การมหาชนให้มีความคล่องตัวมากขึ้น
(6) ควรศึกษาวิเคราะห์และทบทวนการจัดกลุ่มองค์การมหาชน บัญชีโครงสร้างเงินเดือนของผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่องค์การมหาชนทั้งระบบให้สอดรับกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน และอัตราเงินเฟ้อ ที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย เพื่อให้ดึงดูดบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงานในองค์การมหาชน
(7) การขยายอายุเจ้าหน้าที่องค์การมหาชนเป็น 65 ปี ควรเป็นไปตามความสมัครใจเป็นรายบุคคล โดยพิจารณาจากผลการดำเนินงาน (performance) ของบุคลากรแต่ละรายเป็นสำคัญ และคำนึงถึง career path ของเจ้าหน้าที่ด้วย
(8) การทบทวนกรอบอัตราค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรและกรอบอัตรากำลังบุคลากรโดยเฉพาะตำแหน่งผู้บริหารที่เหมาะสมกับสภาวการณ์และความจำเป็นของแต่ละองค์การมหาชน โดยมีกลไกที่เหมาะสมอื่นในการควบคุม
ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมประชุม 97% มีความพึงพอใจในภาพรวมและประโยชน์ของการจัดประชุมในระดับมาก-มากที่สุด
🗓️ขั้นตอนดำเนินงานต่อไป สำนักงาน ก.พ.ร. จะรับฟังความคิดเห็นขององค์การมหาชนเพิ่มเติมผ่านช่องทางออนไลน์ รวมทั้งจะรวบรวมความคิดเห็นเพิ่มเติมจากผู้ทรงคุณวุฒิและคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง และจัดทำร่างแก้ไข และจะเสนอร่างกฎหมายต่อ อ.กพม. กพม. และต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป นอกจากนี้ ในเวทีดังกล่าวสำนักงาน ก.พ.ร. ได้ชี้แจงยุทธศาสตร์การพัฒนาองค์การมหาชน พ.ศ. 2569-2570 ในเบื้องต้น ซึ่งจะจัดชี้แจงในรายละเอียดแก่องค์การมหาชนอีกครั้งหนึ่ง
















