ข่าวสาร/กิจกรรม

การประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบราชการเกี่ยวกับการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล ครั้งที่ 3/2569

16 มี.ค. 2569
20
LINE NOTE 260316 2

         🎯เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 สำนักงาน ก.พ.ร. ได้จัดการประชุม อ.ก.พ.ร. เกี่ยวกับการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล ครั้งที่ 3/2569 ณ ห้องประชุม ก.พ.ร. ชั้น 5 สำนักงาน ก.พ.ร. และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Microsoft Team) โดยมีศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ เป็นประธานการประชุม

         📌สรุปประเด็นสำคัญจากการประชุม ได้ดังนี้

                1. รับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับการยกระดับการทำธุรกรรมนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) ที่ได้มีการศึกษารูปแบบและแนวทางในการพัฒนาแพลตฟอร์มสนับสนุนการทำธุรกรรมนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ (Integrated Document Signing Platform: IDSP) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มต้นแบบ เพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือของธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์สำหรับนิติบุคคล โดยรองรับการยืนยันตัวตน ลงลายมือชื่อดิจิทัล (Digital Signature) ตราประทับ และการเสียอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Stamp Duty) ได้ครบวงจรในที่เดียว ซึ่งปัจจุบัน สพธอ. อยู่ระหว่างขั้นตอนของการนำระบบ IDSP ต้นแบบที่ได้พัฒนาขึ้นไปทดลองใช้ในรูปแบบ Sandbox ร่วมกับภาคเอกชน และหน่วยงานภาครัฐนำร่อง อาทิ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมสรรพากร กรมธุรกิจพลังงาน โดยผ่านมาตรฐานของ โดยคาดว่า สพธอ. จะกำหนดมาตรฐานของระบบแล้วเสร็จและมีภาคเอกชนพัฒนาและเปิดให้บริการได้จริงในเชิงธุรกิจประมาณช่วงเดือนกรกฎาคม 2569

                📍ทั้งนี้ ที่ประชุมมีความเห็นเพิ่มเติมว่า ระบบ IDSP ที่ สพธอ. พัฒนาต้นแบบ หากสามารถเปิดให้บริการได้จริงจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับนิติบุคคลโดยเฉพาะภาคธุรกิจ และเป็นการส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐสามารถให้บริการแก่นิติบุคคลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างเต็มรูปแบบ แต่ทั้งนี้ ระบบนิเวศที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมนิติบุคคลมีรายละเอียดทั้งในเรื่องของกระบวนการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องค่อนข้างมาก จึงมีความเห็นและข้อสังเกต ดังนี้

                       – ที่ผ่านมา สพร. ได้มีการดำเนินการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการใช้งานระบบมอบอำนาจทางอิเล็กทรอนิกส์ แต่จากการศึกษาพบว่าระบบมีความซับซ้อน จึงต้องปรับปรุงกระบวนการและเทคนิคใหม่รวมถึงต้องมีการพัฒนาระบบให้เกิดการเชื่อมโยงไปยังฐานข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อตรวจสอบอำนาจกรรมการได้แบบอัตโนมัติ ทั้งนี้ สพร. จะร่วมจัดทำ Sandbox กับ สพธอ. โดยจะใช้ Biz Portal เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อในส่วนของการให้บริการระหว่างภาคธุรกิจกับหน่วยงานภาครัฐ (B2G) ของระบบ IDSP
                       – การมอบอำนาจของนิติบุคคล ถือเป็นกิจกรรมที่นิติบุคคลโดยเฉพาะในภาคธุรกิจต้องดำเนินการเป็นปกติอยู่แล้ว และมี Transaction ต่อวันสูง แต่การมอบอำนาจนิติบุคคลในปัจจุบันมีรายละเอียดที่ค่อนข้างมาก เช่น การมอบอำนาจช่วง หรือการมอบอำนาจให้แก่กรรมการที่ต้องลงนามรับรองร่วมกันมากกว่า 1 คน ตลอดจนการตรวจสอบสถานะการมอบอำนาจว่าผู้รับมอบอำนาจยังมีอำนาจดังกล่าวอยู่หรือไม่ หรือมีการเพิกถอนอำนาจของผู้รับมอบก่อนที่จะทำธุรกรรมหรือไม่ ซึ่งต้องตรวจสอบได้แบบทันที (Real Time) ดังนั้นการจัดทำระบบฯ ต้องสามารถรองรับกระบวนการที่ซับซ้อนได้ในทุกมิติ และระบบที่สร้างขึ้นต้องความสะดวกให้แก่นิติบุคคลในการลดขั้นตอน และลดระยะเวลา อันจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้นิติบุคคลตัดสินใจเข้ามาใช้งานระบบ
                       – ในการพัฒนาและออกแบบระบบ IDSP ควรคำนึงถึงนิติบุคคลประเภทอื่นนอกเหนือจากผู้ประกอบการที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เช่น มูลนิธิ หรือสมาคม ที่จดทะเบียนกับกรมการปกครองด้วย
                       – ควรมีการศึกษาแนวทางและประมาณการค่าธรรมเนียมการใช้งานระบบ IDSP ที่เหมาะสม ซึ่งจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบว่าใครจะเป็นผู้ชำระค่าธรรมเนียม โดยเฉพาะการทำธุรกรรมระหว่างนิติบุคคลกับหน่วยงานภาครัฐ แต่ทั้งนี้ ในส่วนของภาคเอกชนด้วยกัน (B2B) อาจมีกลไกที่จะให้มีการสร้างข้อตกลงเรื่องค่าใช้จ่ายร่วมกันผ่านระบบว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมหรือร่วมจ่ายในสัดส่วนเท่าใด ทั้งนี้ สพธอ. ชี้แจงเพิ่มเติมว่ายังไม่ได้มีการศึกษา Business Model ที่ชัดเจนในประเด็นค่าธรรมเนียม แต่มีแนวคิดในเบื้องต้นว่าผู้ที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมระบบควรเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการทำธุรกรรมในครั้งนี้เป็นหลัก
                       – สำนักงาน ก.พ.ร. สพธอ, และ สพร. ในฐานะหน่วยงานกลาง ควรทำให้นิติบุคคลเห็นประโยชน์หากระบบ IDSP เกิดขึ้นได้จริง โดยต้องมีการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้เพื่อให้นิติบุคคลเข้ามาใช้งานมากที่สุด รวมถึงควรสร้างความเข้าใจกับหน่วยงานภาครัฐว่า สพธอ. อยู่ระหว่างการดำเนินการพัฒนาระบบ IDSP เพื่อไม่ให้เกิดการลงทุนในส่วนนี้ที่ซ้ำซ้อนกันและหน่วยงานราชการต่าง ๆ สามารถเห็นภาพรวมและประโยชน์ของการเชื่อมต่อระบบบริการของหน่วยงานกับระบบ IDSP ที่จะเกิดขึ้น

                2. รับทราบความคืบหน้าการดำเนินการในการส่งเสริมหน่วยงานภาครัฐให้เป็นองค์กรดิจิทัลเต็มรูปแบบ: กรณีกรมบังคับคดี
โดยกรมบังคับคดีคาดว่าจะปรับปรุงขั้นตอนการทำงาน (Flow) และพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม 2569 และจะเริ่มนำร่องระบบสำนวนคดีอิเล็กทรอนิกส์ในสำนักงานบังคับคดีแพ่งกรุงเทพมหานคร 7 (ขนาดเล็ก) และสำนักงานบังคับคดีจังหวัดนนทบุรี (ขนาดใหญ่) ในเดือนมิถุนายน 2569 และขยายผลไปยังสำนักงานบังคับคดีจังหวัดสมุทรสงคราม (ขนาดกลาง) ในเดือนสิงหาคม 2569 เนื่องจากต้องมีการหารือกับหลายกลุ่มงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ส่งผลให้ต้องมีการปรับแผนการดำเนินงานจากเดิมที่กำหนดให้ปรับปรุงขั้นตอนการทำงานให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2569 อย่างไรก็ตาม ยังคงสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายของปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

                📍ทั้งนี้ ที่ประชุมมีความเห็นเพิ่มเติมว่า สำนักงาน ก.พ.ร. ควรกำกับติดตามการดำเนินงานให้อยู่ในกรอบระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในแผนฯ โดยอาจศึกษาแนวปฏิบัติที่ดีของการบริหารจัดการโครงการของประเทศสิงคโปร์ ที่สามารถบริหารโครงการ e-Court ได้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 1 ปี 6 เดือน จากเดิมที่กำหนดไว้ 3 ปี

                3. พิจารณาการขับเคลื่อนการให้บริการประชาชนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Service) : หนึ่งรหัสหนึ่งผู้ประกอบการ (One Identification : ID One SMEs) (หน่วยงานหลัก: สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.))

                        ที่ประชุมพิจารณาแล้วเห็นว่า สสว. ได้พัฒนาระบบสำหรับการขึ้นทะเบียน SMEs One ID เรียบร้อยแล้ว โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบการ SME ทั้งบุคคลธรรมดา วิสาหกิจชุมชน และนิติบุคคลลงทะเบียนแล้วจำนวน 1,101,624 ราย และมีแผนดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการ SME ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนเข้ามาลงทะเบียน SMEs One ID เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ SME สามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์จากภาครัฐได้อย่างทั่วถึงยิ่งขึ้น

                📍ทั้งนี้ ที่ประชุมมีความเห็นเพิ่มเติม ดังนี้

                        🔹การขึ้นทะเบียน SMEs One ID ควรมุ่งเน้นการเชื่อมโยงหรือใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐาน Digital ID ที่มีอยู่แล้ว เพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อน รวมถึงต้องสามารถเชื่อมโยงกับบริการอื่นที่ต้องใช้ Digital ID ของผู้ประกอบการ SME ได้ เช่น ระบบ IDSP ที่จะนำมาใช้กับนิติบุคคล เพื่อให้เป็นภาพรวมการขับเคลื่อนด้าน Digital ID ของประเทศ และสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์และบริการภาครัฐได้ต่อไป
                        🔹การรวบรวมข้อมูลผู้ประกอบการ SME ที่ได้รับการส่งเสริมจากงบประมาณของภาครัฐที่มีการกระจายไปยังหน่วยงานอื่น สสว. อาจใช้กลไกการกำกับติดตามเช่นเดียวกับกลไกของงบบูรณาการได้ โดยอาจกำหนดข้อมูลที่ต้องการให้หน่วยงานนั้นจัดเก็บ และส่งต่อให้ สสว. เพื่อให้มีข้อมูลสำหรับนำไปใช้วิเคราะห์และวางแผนการส่งเสริมสนับสนุนต่อไปได้
                        🔹การขับเคลื่อนการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลผู้ประกอบการ SME (Data Sharing) โดยอาจดำเนินการร่วมกับสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) (BDI) และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (DGA) ในการออกแบบและจัดทำมาตรฐานที่เกี่ยวข้องในการเชื่อมโยงข้อมูลดังกล่าวได้
                        🔹พิจารณาแนวทางที่จะได้มาซึ่งข้อมูลของผู้ประกอบการ SME เพิ่มเติม เช่น กรณีนิติบุคคล ที่ต้องจดทะเบียนนิติบุคคลที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าอยู่แล้ว สามารถระบุเพิ่มในข้อมูลการจดทะเบียนได้หรือไม่ ว่าเป็นผู้ประกอบการ SME

                📍โดยที่ประชุมมีมติ (1) รับทราบผลการดำเนินการหนึ่งรหัสหนึ่งผู้ประกอบการ (One Identification : ID One SMEs) และแผนการดำเนินการให้บริการประชาชนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Service) ของ สสว. และ (2) เห็นชอบให้ สสว. ดำเนินการตามแผนการให้บริการประชาชนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Service) ของหน่วยงาน โดยไม่ต้องขับเคลื่อนเป็นงานบริการ Agenda

         #รัฐบาลดิจิทัล #eService #แพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง #ลดภาระประชาชน #อกพร #OPDC

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุ้กกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ปุ่มตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สำนักงาน ก.พ.ร. เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สำนักงาน ก.พ.ร. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลการใช้งาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้ ก.พ.ร. ทราบถึงการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของ ก.พ.ร. รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่น ๆ ก.พ.ร. ยังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานมากขึ้น ถึงแม้ว่า ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ ก.พ.ร. ไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมาย (Targeting Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของ ก.พ.ร. ทั้งนี้ หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของ ก.พ.ร. แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่น ๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน

บันทึกการตั้งค่า