ข่าวสาร/กิจกรรม

สำนักงาน ก.พ.ร. จัดสัมมนาเพื่อสนับสนุนการทำงานของผู้นำการบริหารการเปลี่ยนแปลง (CCO) และเครือข่ายกลุ่มพัฒนาระบบบริหารของส่วนราชการ ในธีม “Digital & Open Gov : ผสานพลังเครือข่ายดิจิทัล สู่มิติใหม่ของภาครัฐที่เปิดกว้าง”

24 มี.ค. 2569
64
img230369 1

         เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น 3 โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน กรุงเทพฯ โดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้

         เปิดการอบรมและปาฐกถาพิเศษ เรื่อง ความท้าทาย ทิศทาง และมาตรการสำคัญในการพัฒนาระบบราชการไทยโดยนายณัฏฐา พาชัยยุทธ (รองเลขาธิการ ก.พ.ร.)

         ความท้าทายและแนวโน้ม : ภาครัฐต้องเตรียมพร้อมรับมือความเสี่ยงโลก และปรับตัวตาม 9 แนวโน้มเพื่อยกระดับบริการและคุณภาพชีวิตประชาชน

         บทบาทรัฐยุคใหม่ : ปรับเปลี่ยนสู่การเป็นทั้งผู้วางนโยบาย ผู้ชี้นำสังคม ผู้สื่อสาร ผู้ให้บริการ และผู้กำกับดูแลอย่างสมดุล การยกระดับ e-Service : เร่งพัฒนางานบริการสู่รูปแบบดิจิทัลแบบเบ็ดเสร็จและเชื่อมโยงเข้าสู่แพลตฟอร์มกลางเพื่อลดขั้นตอนการจัดการข้อมูลและกฎหมาย : ขับเคลื่อนการเชื่อมโยงข้อมูลผ่าน Data Catalog ควบคู่กับการใช้ พ.ร.บ. การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์

         ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการ (พ.ศ. 2567 – 2570) : มุ่งสร้างภาครัฐที่ล้ำหน้าและเปิดกว้าง โดยตั้งเป้าหมาย (1) ความพึงพอใจในคุณภาพการให้บริการของภาครัฐ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 (2) ผลักดันดัชนีรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (EGDI) สู่อันดับ 40 ของโลก (3) ผลักดันอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (IMD) ด้านประสิทธิภาพภาครัฐ ไม่ต่ำกว่าอันดับที่ 20

         Agentic AI สำหรับหน่วยงานภาครัฐ โดยนายสันติพงษ์ ไทยประยูร (ผู้แทนศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC))

             – วิวัฒนาการและกลไก Agentic AI คือ AI ที่สามารถคิด วางแผน และลงมือทำเองแบบครบวงจร (End-to-End) ผ่านกระบวนการ 5 ขั้นตอน ตั้งแต่รับข้อมูลจนถึงประเมินผล
              – กรณีศึกษาต่างประเทศ เอสโตเนียใช้ระบบ Bürokratt ทำงานข้ามหน่วยงานอย่างไร้รอยต่อ และสิงคโปร์ใช้ Agent “Bobbi” ช่วยตำรวจตอบคำถามประชาชนสำเร็จถึง 82%
              – การประยุกต์ใช้ในไทย นำมาเพิ่มประสิทธิภาพระบบงานสารบรรณ การจัดซื้อจัดจ้าง อนุมัติใบอนุญาตเบ็ดเสร็จ และจัดสวัสดิการเชิงรุก ลดเวลาทำงานจาก 30 วันเหลือ 1-3 วัน
              – แนวทางและ Roadmap สำหรับภาครัฐไทย ต่อยอดจากฐานข้อมูลเดิม (ThaID, DGA Platform) ขับเคลื่อนผ่าน 4 ระยะ คือ ค้นหาจุดคุ้มทุน (Identify), ทดสอบ (Sandbox), ให้มนุษย์กำกับ (Human-in-the-Loop) และขยายผล (Scale)
              – ประสิทธิภาพของ AI เริ่มต้นจากคุณภาพข้อมูล เพื่อมุ่งสู่การบริการที่ผสานความเร็วของ AI และความเข้าอกเข้าใจของมนุษย์

         AI Trend 2026 โดยนางชนิกานต์ โปรณานันท์ (รองกรรมการผู้จัดการ สายงานกลุ่มธุรกิจภาครัฐ และภาคการศึกษา บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด)

              – การมุ่งสู่ภาครัฐอัจฉริยะ : AI กำลังขับเคลื่อนระบบราชการสู่ “Frontier Government” ไม่ใช่เป็นเพียงแค่รัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) ทั่วไป แต่คือ รัฐบาลที่คล่องตัว น่าเชื่อถือ และให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนด้วย AI เป็นหลัก (Agile, trusted, AI-first government) ซึ่งมีการพัฒนาบริการให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
              – การเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี : แนวโน้มของ AI กำลังเปลี่ยนจากยุค Chat Model เข้าสู่ยุค Reasoning Model ที่สามารถคิดวิเคราะห์ ให้เหตุผล และเรียนรู้ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
              – พัฒนาการ 3 ระยะของการทำงาน : รูปแบบการทำงานจะก้าวจากการใช้ AI เป็นผู้ช่วย สู่ยุคที่มนุษย์กำกับดูแล AI Agents และขั้นสูงสุดคือมนุษย์กำหนดทิศทางให้ AI บริหารงานอัตโนมัติทั้งระบบ
              – ประสิทธิภาพของ AI Agents : ระบบสามารถทำงานที่ซับซ้อนแทนมนุษย์ได้อย่างรวดเร็ว เช่น การสืบค้นและทำรายงานกว่า 50 ขั้นตอนได้ภายในเวลาเพียง 4 นาที ภายใต้ระบบธรรมาภิบาล
              – การประยุกต์ใช้ในภาครัฐไทย : มีการริเริ่มโครงการที่ใช้ AI Agents แล้วหลายด้าน เช่น SMART VILLAGE SOLVER, BulletProof AI และ AI-DIN Smart Advisor เพื่อแก้ปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพการบริการประชาชน

         แนวทางการทบทวนตัวชี้วัดการประเมินผลการปฏิบัติราชการของส่วนราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยนางสาวณฐิณี สงกุมาร (รองเลขาธิการ ก.พ.ร.) และ นางสาวธนพร ทับสุพรรณ (นักพัฒนาระบบราชการชำนาญการพิเศษ)

              – ปรับโครงสร้าง Strategic KPIs และ Monitor KPIs ให้เชื่อมโยงแผนแม่บท แผนพัฒนาฯ และยุทธศาสตร์งบประมาณ
              – เน้นตัวชี้วัดผลกระทบจริง (Impact-Based KPIs)
              – กำหนดตัวชี้วัดร่วม (Joint KPIs) ไม่เกิน 5 ตัว
              – เกณฑ์ประเมิน Performance Base 70% และ Potential Base 30%

         การเข้าเป็นสมาชิก OGP และการจัดทำแผนปฏิบัติการแห่งชาติ (NAP) ของประเทศไทย โดยนายธนศักดิ์ มังกโรทัย (รองเลขาธิการ ก.พ.ร.) และนางสาวกนกพร ศรีวิทยา (ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการพัฒนาระบบราชการ)

              – ประเทศไทยได้รับการรับรองร่วมเป็นสมาชิก Open Government Partnership (OGP)
              – ประเด็นหลักของ NAP:

                  (1) ต่อต้านคอร์รัปชัน
                  (2) ความยุติธรรม
                  (3) สภาพภูมิอากาศ–สิ่งแวดล้อม
                  (4) ข้อมูลการคลัง
                  (5) การเปิดพื้นที่พลเมือง

              – มีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นร่วมกับทุกภาคส่วนในหลายจังหวัด (เชียงใหม่ สงขลา ขอนแก่น ฯลฯ)

         กิจกรรม Workshop : “การทำงานร่วมกันของเครือข่ายอย่างมีประสิทธิภาพ” โดย ดร.จารุวรรณ ยอดระฆัง และทีมวิทยากร

              – กิจกรรมที่ 1 : Networking Cards เปิดเวทีแลกเปลี่ยน โดยให้ผู้เข้าร่วมเลือกการ์ดสะท้อน “ความเป็นเครือข่าย” พร้อมแชร์ประสบการณ์ ความสำเร็จ และอุปสรรคในการทำงานร่วมกัน
              – กิจกรรมที่ 2 : PIN ปลดล็อกความคิด พิชิตเป้าหมาย ใช้สถานการณ์จำลองเพื่อให้ผู้เข้าร่วมร่วมมือ ร่วมคิด และบริหารสถานการณ์ภายใต้เวลาจำกัด ผ่านทักษะการสื่อสารและการคิดเชิงระบบ

         ทั้งสองกิจกรรมสะท้อนภาพการทำงานจริงของเครือข่ายกลุ่มพัฒนาระบบบริหารที่ต้องผสานการสื่อสาร การบริหารงานช่วงวิกฤต และการประสานงานข้ามหน่วยงานอย่างมีประสิทธิภาพ

         บทสรุป
                  ระบบราชการไทยกำลังก้าวสู่ยุคใหม่ ใช้ Agentic AI และข้อมูลเชิงลึก เปิดกว้างการมีส่วนร่วม ยกระดับความโปร่งใส ลดภาระงาน เพิ่มประสิทธิภาพ มุ่งตอบโจทย์ประชาชนอย่างแท้จริง

         #เครือข่ายกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร #กพบ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุ้กกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ปุ่มตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สำนักงาน ก.พ.ร. เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สำนักงาน ก.พ.ร. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลการใช้งาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้ ก.พ.ร. ทราบถึงการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของ ก.พ.ร. รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่น ๆ ก.พ.ร. ยังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานมากขึ้น ถึงแม้ว่า ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ ก.พ.ร. ไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมาย (Targeting Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของ ก.พ.ร. ทั้งนี้ หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของ ก.พ.ร. แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่น ๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน

บันทึกการตั้งค่า