ข่าวสาร/กิจกรรม

การประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบราชการเกี่ยวกับการส่งเสริมการบริหารภาครัฐระบบเปิดและการมีส่วนร่วม ครั้งที่ 2/2569

30 มี.ค. 2569
25
LINE NOTE 260330 1

         เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 สำนักงาน ก.พ.ร. ได้จัดการประชุม อ.ก.พ.ร. เกี่ยวกับการส่งเสริมการบริหารภาครัฐระบบเปิดและการมีส่วนร่วม ครั้งที่ 2/2569 ณ ห้องประชุมสำนักงาน ก.พ.ร. ชั้น 5 และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Zoom) โดยมีนายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ เป็นประธานการประชุม

         📝 ที่ประชุมได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบในวาระสำคัญ ดังนี้

         1️⃣ เห็นชอบร่างเบื้องต้นของแผนปฏิบัติการแห่งชาติ (National Action Plan : NAP) ของประเทศไทย เพื่อการสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกภาคีเครือข่ายภาครัฐระบบเปิด (Open Government Partnership : OGP)

             🔹สำนักงาน ก.พ.ร. จัดทำร่างเบื้องต้นของแผนปฏิบัติการแห่งชาติ (NAP) ของประเทศไทยในฐานะสมาชิก OGP ของประเทศไทย ผ่านกระบวนการ Co-creation Communication และ Consultation โดยได้นำข้อมูลจากการลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ขอนแก่น สงขลา กรุงเทพมหานคร นำมาวิเคราะห์และจัดประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งนำข้อมูลโครงการฯ ที่ส่วนราชการเสนอ มาเพื่อนำมาบรรจุในแผน NAP นำมาวิเคราะห์และจัดทำร่างแผนปฏิบัติการแห่งชาติ (NAP) ประกอบด้วย 3 ประเด็นนโยบายที่สำคัญ (Policy Areas) 8 พันธกรณี (Commitments) ภายใต้ 15 โครงการ/กิจกรรม ดังนี้

         1️⃣ ประเด็นการต่อต้านทุจริต (Anti – Corruption)

         พันธกรณี 1 : การปรับปรุงกระบวนงานภาครัฐเพื่อการป้องกันการทุจริต
                  1) การสร้างความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ

         พันธกรณี 2 : การยกระดับการเปิดเผยข้อมูลและสร้างการมีส่วนร่วมร่วม ของภาคประชาชนในการป้องกันการทุจริต
                  2) การพัฒนากรอบนโยบายด้านหลักนิติธรรมแห่งชาติ เพื่อการปฏิรูปประเทศ และการเปิดเผยข้อมูล (25 ชุดข้อมูล) เพื่อการต่อต้านคอร์รัปชันในการบริหารงานภาครัฐ
                  3) การปรับปรุงการเปิดเผยข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (Open Data)
                  4) การความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ (Infrastructure Transparency Initiative: CoST)
                  5) การพัฒนาศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐเพื่อยกระดับคุณภาพข้อมูลเปิดของประเทศ
                  6) การเสริมสร้างความโปร่งใส และพัฒนาเครือข่ายการมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาเงินแผ่นดิน และทรัพย์สินของรัฐที่สัมฤทธิ์ผล

         พันธกรณี 3 : การส่งเสริมการรวมพลังของพลเมืองในการต่อต้านการทุจริต
                  7) การเสริมพลัง Strong ประชาชนถอนหมุดพื้นที่เสี่ยงทุจริต (Empowering Strong for Proactive Anti -Corruption : ESPAC)

         2️⃣ ประเด็นสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (Climate and Environment)

         พันธกรณี 4 : การขับเคลื่อนเมืองคาร์บอนต่ำ
                  8) การขับเคลื่อนสระบุรีเมืองคาร์บอนต่ำ
                  9) การศึกษาจัดทำข้อมูลฐาน (Baseline data) และการประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจก ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ปี พ.ศ. 2564 – 2573

         พันธกรณี 5 : การปรับตัวและสร้างความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
                  10) การขับเคลื่อนเรื่องการปรับตัวและสร้างความยืดหยุ่น
ต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

         พันธกรณี 6 : การแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5)
                  11) การแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในภาค
เกษตรกรรมและภาคป่าไม้ ในพื้นที่ปฏิบัติการนวัตกรรมภาครัฐ

         พันธกรณี 7 : การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมทางทะเลแบบมีส่วนร่วม
                  12) การบริหารจัดการขยะทะเล
                  13) การขับเคลื่อนดำเนินงานจัดทำพื้นที่จัดการทางทะเลโดยชุมชน (LMMAs)
                  14 ) การเสริมประสิทธิภาพยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนเชิงนโยบาย เพื่อให้ประเทศไทยมุ่งสู่เป้าหมาย 30X 30 ในพื้นที่ทะเลและชายฝั่ง

         3️⃣ ประเด็นความยุติธรรม (Justice)
         พันธกรณี 8 : การเสริมสร้างความเข้มแข็งของหลักนิติธรรมและธรรมภิบาลภาครัฐผ่านรัฐบาลเปิด
                  15) การเสริมสร้างความเข้มแข็งของหลักนิติธรรมและธรรมภิบาลภาครัฐผ่านรัฐบาลเปิด

         🔹ที่ประชุมมีความเห็นและข้อเสนอแนะ ดังนี้

                  1. การสร้างเครือข่าย และการระดมทรัพยากร : ควรสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายและแหล่งทุนอย่างเป็นระบบ โดยเชื่อมโยงประเด็นการขับเคลื่อนไปยังภาคีที่เกี่ยวข้อง พร้อมบูรณาการงานวิจัยและองค์ความรู้จากหน่วยงานต่างๆ รวมถึงต่อยอดโครงการเชิงพื้นที่และเตรียมความพร้อมในด้านแผน

                  2. การใช้เวทีที่มีอยู่เป็นกลไกการมีส่วนร่วม : ควรใช้ประโยชน์จากเวทีเครือข่ายที่มีอยู่แล้ว เช่น สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ กองทุนสุขภาพชุมชน และ สสส. ในการบูรณาการประเด็นและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ

                  3. การพัฒนากลไกการทำงานในพื้นที่ : ควรกำหนดรูปแบบและกลไกการทำงานในลักษณะเดียวกันกับคณะกรรมการ MSF ระดับพื้นที่ให้ชัดเจน (Area-based MSF) เพื่อให้การขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมสามารถเกิดผลได้จริงในพื้นที่

                  4. การเสริมสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานสนับสนุน : ควรขยายความร่วมมือไปยังหน่วยงานด้านทุนและองค์กรที่เกี่ยวข้อง เช่น สกสว. ทช. สสส. พอช. และ สช. เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานทั้งในเชิงนโยบาย วิชาการ และงบประมาณ

                  5. การบูรณาการหน่วยงานด้านการตรวจสอบ : ควรเชิญสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เข้ามามีส่วนร่วมในประเด็นเชิงนโยบายตั้งแต่ต้น เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือในการดำเนินงาน

                  6. การดำเนินการเชิงรุกภายใต้กรอบ OGP : ควรดำเนินการเชื่อมโยงและขับเคลื่อนความร่วมมือภายใต้กรอบ OGP อย่างเชิงรุก โดยไม่จำเป็นต้องรอขั้นตอนจากส่วนกลาง เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและความคล่องตัวในการดำเนินงาน

                  7. กรอบการดำเนินงาน : การขับเคลื่อนงานควรยึดตาม 3 แกน ได้แก่ (1) ประเด็น (Policy Areas) ครอบคลุมการต่อต้านการทุจริต สภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และความยุติธรรม (2) ประเด็นเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Issues) และ (3) พื้นที่เชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Areas) เช่น เชียงใหม่ สระบุรี เพื่อกำหนดทิศทางและพื้นที่ดำเนินงานให้ชัดเจน

                  8. พัฒนาระบบการตอบกลับความคิดเห็นให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง (Feedback Loop) : กระบวนการที่ภาครัฐรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและมีการสื่อสารกลับไปยังประชาชนรับทราบอีกครั้ง

         9. แนวทางการดำเนินงานสร้างความร่วมมือ : ควรดำเนินการสร้างความร่วมมือ กับผู้เชี่ยวชาญและภาคีที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเครือข่าย OGP และส่งเสริมให้ภาคประชาสังคมมีบทบาทเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนงาน เพื่อสร้างความเป็นเจ้าของ

         Next Step 👉🏻สำนักงาน ก.พ.ร. จะรวบรวมความคิดเห็นจากประชาชนทั้งช่องทางออนไลน์และออนไซต์ เพื่อนำมาจัดทำแผนปฏิบัติการแห่งชาติ (NAP) ฉบับสมบูรณ์ (ภาษาไทยและอังกฤษ) และเสนอให้ MSF คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ และคณะรัฐมนตรีพิจารณา ก่อนส่งต่อ OGP Secretariat ภายในเดือนสิงหาคม 2569

         2️⃣ เห็นชอบแนวทางส่งเสริมการมีส่วนร่วมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Participation) เพื่อขับเคลื่อนภาครัฐระบบเปิด (Open Government)

                  1. ส่งเสริมการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อสร้างการมี่ส่วนร่วมของประชาชนทั่วประเทศ
                  2. ยกระดับการมีส่วนร่วมไปสู่การร่วมตัดสินใจในประเด็นสำคัญที่ส่งผลกระทบสูงต่อประชาชน
                  3. สนับสนุนให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการออกแบบและกำหนดทิศทางประเทศ ภายใต้กรอบการเป็นสมาชิกเครือข่ายภาครัฐระบบเปิด OGP

         นอกจากนี้ที่ประชุมมีมติรับทราบมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 เรื่อง การสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกภาคีเครือข่ายภาครัฐระบบเปิด (Open Government Partnership : OGP) ที่นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการมอบหมายให้ทุกส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ให้ความสำคัญและร่วมกันขับเคลื่อนภายหลังจากประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก OGP

         #OG&MP #OPDC #OPDC_OGP #อกพรส่วนร่วม

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุ้กกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ปุ่มตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สำนักงาน ก.พ.ร. เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สำนักงาน ก.พ.ร. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลการใช้งาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้ ก.พ.ร. ทราบถึงการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของ ก.พ.ร. รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่น ๆ ก.พ.ร. ยังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานมากขึ้น ถึงแม้ว่า ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ ก.พ.ร. ไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมาย (Targeting Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของ ก.พ.ร. ทั้งนี้ หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของ ก.พ.ร. แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่น ๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน

บันทึกการตั้งค่า