
📌เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 สำนักงาน ก.พ.ร. จัดการประชุม อ.ก.พ.ร. ร่วมกัน 2 คณะ ได้แก่ อ.ก.พ.ร. เกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาระบบการบริหารราชการในส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น โดยมีนายฉัตรชัย พรหมเลิศ เป็นประธาน และ อ.ก.พ.ร. เกี่ยวกับการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล โดยมีนายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ เป็นประธาน ณ ห้องประชุม ก.พ.ร. ชั้น 5 และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับแพลตฟอร์มบริการรวมศูนย์เพื่อกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และให้ความเห็นประกอบการดำเนินการเพิ่มเติม ซึ่งสรุปความเห็นสำคัญ ดังนี้
(1) งานบริการเป้าหมาย : ควรเลือกงานบริการเป้าหมายโดยพิจารณาจากงานที่สามารถสร้างแรงจูงใจในการเพิ่มรายได้ของ อปท.
(2) แพลตฟอร์ม : ให้ศึกษาระบบท้องถิ่นดิจิทัลปัจจุบันของ สพร. ว่ายังมีข้อจำกัดอุปสรรคที่เกิดจากการใช้งานของประชาชนและ อปท. อย่างไร เพื่อปรับปรุงหรือพัฒนาให้เกิดความสะดวกมากขึ้นหากมีการนำระบบท้องถิ่นดิจิทัลมาใช้เป็นแพลตฟอร์มดังกล่าว
(3) อปท. นำร่อง : ควรมีเกณฑ์การคัดเลือก อปท. นำร่อง ที่มีความพร้อม โดยประสานกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ซึ่งอาจประสานขอข้อมูลการพัฒนา e Service ของ อปท. ได้
📌นอกจากนี้ ได้มีการประชุม อ.ก.พ.ร. เกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาระบบการบริหารราชการในส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น ครั้งที่ 2/2569 และพิจารณาเห็นชอบข้อเสนอเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานของจังหวัดแบบบูรณาการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของ 76 จังหวัด ซึ่งสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ สำนักงาน ก.พ.ร. สำนักงานสถิติแห่งชาติ และสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) เดินหน้ายกระดับการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มุ่งเน้นการใช้ข้อมูล (Data-Driven) ผ่านการจัดทำ “ศูนย์ข้อมูลสำหรับการบริหารงานของจังหวัดแบบบูรณาการ (Province Data Dashboard)” เพื่อตอบโจทย์นโยบายสำคัญ 4 ด้าน ครอบคลุมทั้ง 76 จังหวัด ได้แก่ (1) การแก้ไขปัญหายาเสพติด (16 จังหวัด) มุ่งเน้นการป้องกันในกลุ่มเสี่ยง การปราบปรามด้วยระบบ Re X-ray และการบำบัดฟื้นฟูตามแนวคิด “ผู้เสพ คือ ผู้ป่วย” (2) การบริหารจัดการภัยพิบัติ (25 จังหวัด) เน้นความพร้อมก่อนเกิดภัย (Early Warning) การจัดการภาวะฉุกเฉิน และการฟื้นฟูเยียวยาอย่างรวดเร็ว (3) การจัดการขยะมูลฝอย (16 จังหวัด) มุ่งเน้นการจัดการขยะที่ต้นทางและระบบการกำจัดที่ได้มาตรฐาน และ (4) การส่งเสริมการท่องเที่ยวและการค้า (OTOP) (19 จังหวัด) เพื่อสร้างรายได้และพัฒนาศักยภาพชุมชน โดยมีความเห็นเพิ่มเติม ดังนี้ (1). ควรจัดทำ “ชุดข้อมูลกลาง” จากส่วนกลาง (เช่น มาตรฐานข้อมูลภัยพิบัติ) แล้วให้แต่ละจังหวัดเพิ่มเติมข้อมูลเฉพาะพื้นที่ เพื่อให้เห็นภาพรวมทั้งประเทศแต่ยังตอบโจทย์บริบทพื้นที่ พร้อมย้ำให้ใช้ระบบ GIS เป็นแผนที่ฐานเพื่อให้ข้อมูลแม่นยำและอัปเดตสม่ำเสมอ (2). ควรมุ่งเน้นการนำ Dashboard ไปใช้ประโยชน์ได้จริง เพื่อให้การตัดสินใจของผู้บริหารมีความถูกต้อง รวมทั้งปรับเปลี่ยนทัศนคติข้าราชการว่าข้อมูลคือเครื่องมือที่ช่วยในการตัดสินใจ (3). ควรพิจารณาประเด็นข้อจำกัดที่จังหวัดเสนอมา ไปขับเคลื่อนการแก้ปัญหา/ปลดล็อก ในประเด็นข้อจำกัดที่จะส่งผลให้จังหวัดได้ประโยชน์รวมกันหลายจังหวัด เช่น การขออนุญาตใช้พื้นที่จากส่วนกลาง สำหรับแผนการดำเนินงานต่อไป ทุกจังหวัดจะได้ปรับปรุง Provincial Data Dashboard ให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม 2569 เพื่อนำระบบไปใช้ประโยชน์สำหรับประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบายของผู้บริหารจังหวัดระหว่างเดือนมิถุนายน – สิงหาคม 2569 ต่อไป
(1). ควรจัดทำ “ชุดข้อมูลกลาง” จากส่วนกลาง (เช่น มาตรฐานข้อมูลภัยพิบัติ) แล้วให้แต่ละจังหวัดเพิ่มเติมข้อมูลเฉพาะพื้นที่ เพื่อให้เห็นภาพรวมทั้งประเทศแต่ยังตอบโจทย์บริบทพื้นที่ พร้อมย้ำให้ใช้ระบบ GIS เป็นแผนที่ฐานเพื่อให้ข้อมูลแม่นยำและอัปเดตสม่ำเสมอ
(2). ควรมุ่งเน้นการนำ Dashboard ไปใช้ประโยชน์ได้จริง เพื่อให้การตัดสินใจของผู้บริหารมีความถูกต้อง รวมทั้งปรับเปลี่ยนทัศนคติข้าราชการว่าข้อมูลคือเครื่องมือที่ช่วยในการตัดสินใจ
(3). ควรพิจารณาประเด็นข้อจำกัดที่จังหวัดเสนอมา ไปขับเคลื่อนการแก้ปัญหา/ปลดล็อก ในประเด็นข้อจำกัดที่จะส่งผลให้จังหวัดได้ประโยชน์รวมกันหลายจังหวัด เช่น การขออนุญาตใช้พื้นที่จากส่วนกลาง
สำหรับแผนการดำเนินงานต่อไป ทุกจังหวัดจะได้ปรับปรุง Provincial Data Dashboard ให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม 2569 เพื่อนำระบบไปใช้ประโยชน์สำหรับประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบายของผู้บริหารจังหวัดระหว่างเดือนมิถุนายน – สิงหาคม 2569 ต่อไป
📌สำหรับการประชุม อ.ก.พ.ร. เกี่ยวกับการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล ครั้งที่ 4/2569 ได้หารือในประเด็น “การสนับสนุนการมี Sovereign email ประชาชนไทยเพื่อใช้ในการการทำธุรกรรมกับภาครัฐทดแทนการใช้อีเมลจากต่างประเทศ” ที่นำเสนอโดย บริษัท อินเทอร์เน็ต ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเชื่อมต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารครบวงจรของประเทศไทยที่มีภาครัฐถือหุ้นด้วย โดยที่ประชุมเห็นด้วยกับแนวคิดที่จะให้ประชาชนไทยมีอีเมลที่น่าเชื่อถือ ปลอดภัย ข้อมูลถูกจัดเก็บไว้ภายในประเทศและอยู่ภายใต้การกำกับของกฎหมายไทย สำหรับให้ประชาชนใช้ในการติดต่อกับหน่วยงานภาครัฐหรือภาคเอกชน ตลอดจนติดต่อระหว่างกันเอง ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะเป็นการยกระดับสภาพแวดล้อมทางดิจิทัล (Digital Ecosystem) ของไทยในการขับเคลื่อนไปสู่สังคมดิจิทัล

