ข่าวสาร/กิจกรรม

การประชุมหารือร่วมกับธนาคารโลก เรื่อง Subnational B-READY

8 พ.ค. 2569
16
LINE NOTE 260508 1

         เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เวลา 07.00 น. สำนักงาน ก.พ.ร. จัดประชุมหารือร่วมกับธนาคารโลก เรื่อง Subnational B-READY ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมีนางอารีย์พันธ์ เจริญสุข ที่ปรึกษาอาวุโส สำนักงาน ก.พ.ร. และ Ms. Valentina Saltane, Manager, Development Economics Regulatory Efficiency Unit (DECRE), World Bank พร้อมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ประเด็นสำคัญของการประชุมหารือ สรุปได้ดังนี้

         1. ความสำคัญของ Subnational B-READY1.1 Subnational B-READY พัฒนาต่อยอดมาจาก Subnational Doing Business ที่ธนาคารโลกดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2548 ครอบคลุมกว่า 619 เมืองและพื้นที่ใน 86 ประเทศทั่วโลก เช่น มาเลเซีย สเปน โปแลนด์ และบราซิล ต่อมาในปี 2567 มีการปรับโฉมและเปลี่ยนชื่อเป็น Subnational B-READY นำร่องในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป เช่น อิตาลี โปรตุเกส และโครเอเชีย
1.2 เครื่องมือนี้ถูกออกแบบมาเพื่อวิเคราะห์และเปรียบเทียบสภาพแวดล้อมการประกอบธุรกิจในระดับเมืองหรือภูมิภาคภายในประเทศเดียวกัน ทำให้รัฐบาลมองเห็นข้อมูลเชิงลึกรายพื้นที่ สามารถลดความเหลื่อมล้ำระหว่างพื้นที่ และปรับปรุงการให้บริการภาครัฐให้มีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ

         2. ระเบียบวิธีวิจัย

                  2.1 เก็บข้อมูลผ่านแบบสอบถามผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐและภาคเอกชน ควบคู่กับแบบสำรวจผู้ประกอบการ
                  2.2 การประเมินครอบคลุมกรอบ B-READY ทั้ง 10 ด้าน โดยปรับให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละประเทศ
                  2.3 ใช้ระยะเวลาดำเนินการประมาณ 4–6 เดือน สำหรับการศึกษาเชิงรายสาขา (Sector-specific) และ 8–12 เดือน สำหรับการศึกษาภาพรวมระดับพื้นที่หรือรายจังหวัด (Subnational Assessment)

         3. ตัวอย่างการดำเนินการ
                  ธนาคารโลกได้ดำเนินการศึกษา Subnational Doing Business ในหลายประเทศทั่วโลก เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ โปแลนด์ เม็กซิโก และบราซิลเพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพการให้บริการภาครัฐและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในแต่ละพื้นที่ ก่อนพัฒนาเป็น Subnational B-READY ซึ่งเริ่มใช้ในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป เช่น โครเอเชีย กรีซ และไอร์แลนด์ โดยสามารถประเมินได้ทั้งภาพรวมระดับพื้นที่และรายสาขา ประกอบด้วย พลังงานหมุนเวียน การทำเหมืองแร่ การท่องเที่ยว และการเกษตร

         ประเด็นที่น่าสนใจของกรณีศึกษาของอินโดนีเซีย พบว่า การศึกษาระยะเวลาการขออนุญาตก่อสร้างในระดับ Subnational B-READY ซึ่งพบว่ามีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ และนำไปสู่การปรับปรุงงานบริการให้มีมาตรฐานเดียวกัน

         4. การดำเนินการต่อไป
                  ธนาคารโลกจะจัดทำข้อเสนอแนวทางการดำเนินงาน Subnational B-READY สำหรับประเทศไทยโดยอ้างอิงผลการสำรวจ Enterprise Surveys และบริบทของประเทศ เพื่อให้ประเทศไทยพิจารณากำหนดขอบเขตการศึกษา หัวข้อ และพื้นที่เป้าหมายในการดำเนินงานร่วมกับธนาคารโลกต่อไป

         5. ประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับ

                  🔹Subnational B-READY จะช่วยให้ประเทศไทยเห็นปัญหาเชิงปฏิบัติในแต่ละพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงกฎระเบียบและบริการภาครัฐอย่างตรงจุด ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างพื้นที่
                  🔹สนับสนุนการขับเคลื่อน พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชนให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศสู่มาตรฐานสากล
                  🔹การจัดทำ Subnational B-READY จะช่วยสนับสนุนการที่ประเทศไทยจะเข้าเป็นสมาชิก OECD ในประเด็นการยกระดับงานบริการและประสิทธิภาพภาครัฐเทียบเคียงมาตรฐานสากล

         #B-READY #BusinessEnvironment #OPDC #GoodGovernance #ธนาคารโลก #SubnationalB-READY

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุ้กกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ปุ่มตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สำนักงาน ก.พ.ร. เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สำนักงาน ก.พ.ร. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลการใช้งาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้ ก.พ.ร. ทราบถึงการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของ ก.พ.ร. รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่น ๆ ก.พ.ร. ยังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานมากขึ้น ถึงแม้ว่า ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ ก.พ.ร. ไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมาย (Targeting Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของ ก.พ.ร. ทั้งนี้ หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของ ก.พ.ร. แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่น ๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน

บันทึกการตั้งค่า