
เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 สำนักงาน ก.พ.ร. จัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยนางอารีย์พันธ์ เจริญสุข ที่ปรึกษาอาวุโส เป็นประธานการประชุมเพื่อหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาอุปสรรคการเชื่อมโยงเอกสารใบอนุญาตของหน่วยงานราชการที่ต้องมาใช้ในการนำเข้าและส่งออกสินค้า เพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ ซึ่งมีหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมการประชุมจำนวน 11 หน่วยงาน เช่น กรมศุลกากร และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) อย. กรมประมง กรมปศุสัตว์ สมอ. ธปท. กสทช.
สำหรับเรื่องนี้ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ส่งข้อมูลปัญหาและข้อคิดเห็นเกี่ยวกับกระบวนการนำเข้า-ส่งออกสินค้ามาที่สำนักงาน ก.พ.ร. ให้ช่วยเร่งรัดกระบวนการในพิจารณาอนุมัติ ตรวจสอบ การนำเข้า-ส่งออกสินค้ามีความล่าช้า และต้องขออนุญาตเป็นรายครั้ง แม้ว่าจะรับการบริการผ่านระบบ Online ก็ยังประสบปัญหาความไม่สะดวกในการรับบริการ นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลที่บ่งชี้ว่าการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ไม่เป็นมาตรฐาน อีกทั้งการประสานติดต่อเจ้าหน้าที่ทำได้ยาก
สำนักงาน ก.พ.ร. จึงได้จัดประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อชี้แจงข้อมูลจาก ส.อ.ท. รับฟังข้อเท็จจริงและความก้าวหน้าในการดำเนินการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยสรุปการประชุม ดังนี้
1. การดำเนินการที่หน่วยงานได้ดำเนินการแล้ว ได้แก่
1.1 เชื่อมโยงใบอนุญาตอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า-ส่งออกซึ่งในปัจจุบันดำเนินการแล้วกว่าร้อยละ 99 ของใบอนุญาต การปรับปรุงข้อมูลพิกัดสินค้ากว่า 9,400 พิกัด (กรมศุลกากร)
1.2 การพัฒนาระบบเพื่อรองรับการชำระเงินออนไลน์รวมถึงการเปิดให้บริการระบบ “PromptBiz” เพื่อให้ภาคธุรกิจส่งข้อมูลการซื้อขายจนสามารถนำไปใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อ (ธนาคารแห่งประเทศไทย)
1.3 การให้บริการแบบ Online และการกำกับมาตรฐานการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามคู่มือประชาชนจนสามารถลดระยะเวลาการดำเนินการได้ (กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมการค้าต่างประเทศ อย. และ สมอ.)
2. หน่วยงานรับข้อเสนอของ ส.อ.ท. เพื่อนำไปพิจารณาปรับปรุง ดังนี้
2.1 กรมศุลกากร: การพัฒนาระบบ Payment Gateway บนระบบ NSW เพื่อเพิ่มช่องทางการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ รวมถึงเร่งหารือผ่านคณะทำงาน NSW เพื่อจัดการปัญหารหัสพิกัดสินค้าที่แจ้งล็อคไว้ให้ตรงกับหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาต
2.2 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน: นำหลักการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) มาใช้ พัฒนาให้มีระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Tracking) และมีระบบ Enterpris Resource Planing (ERP) ในการควบคุมสินค้าคงคลัง
2.3 กรมการค้าต่างประเทศ: การกำหนดมาตรฐานการให้บริการ (Service Level Agreement: SLA) ในการบริการ
2.4 ธนาคารแห่งประเทศไทย: การพิจารณาจัดทำมาตรการจูงใจ (Incentive) ให้ภาคธุรกิจเข้ามาใช้งานระบบ PromptBiz มากขึ้น
2.5 สมอ.: ดำเนิการหารือร่วมกับกรมศุลกากรทุกเดือนเพื่อปรับปรุงและแตกพิกัดสินค้าให้ตรงกับสินค้าที่เข้าข่าย มอก. นำหลักการยืนยันด้วยตนเอง (Self-declaration) มาใช้ให้ผู้ประกอบการประเมินตนเองได้สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีความเสี่ยง
2.6 อย.: การพัฒนาระบบ Online สำหรับกลุ่มสินค้ากลุ่มเคมีภัณฑ์อาหารที่ถูกส่งคืนจากต่างประเทศ (Returned Goods)
2.7 กสทช.: การปรับปรุงการทำงานเชิงรุกภายใน รวมถึงการให้บริการให้ดีขึ้น ทั้งในเรื่องความรวดเร็วในการขออนุมัติสินค้า และความสะดวกในการติดต่อประสานเจ้าหน้าที่
#สำนักงานกพร #OPDC