ข่าวสาร/กิจกรรม

ก.พ.ร. เดินหน้ารัฐบาลเปิด หลังไทยเข้าเป็นสมาชิก OGP ตั้งกลไก MSF ร่วมพหุภาคี พร้อมยกระดับคู่มือประชาชน ลดภาระ-ลดดุลพินิจในการอนุมัติ อนุญาต และการให้บริการของภาครัฐ

25 มิ.ย. 2569
46
S 31916084

          เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เป็นประธานการประชุม ก.พ.ร. โดยมีประเด็นสำคัญในการประชุม ได้แก่ การแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมพหุภาคีเพื่อการบริหารงานภาครัฐระบบเปิด (Multi-Stakeholder Forum: MSF) เพื่อขับเคลื่อนการเป็นสมาชิกภาคีเครือข่ายภาครัฐระบบเปิด (Open Government Partnership: OGP) ของประเทศไทย และหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาอนุญาตและการบริการของหน่วยงานของรัฐ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ภายใต้ร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. …. ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนการประกาศใช้บังคับเป็นกฎหมาย

          ภายหลังองค์กรภาคีเครือข่ายภาครัฐระบบเปิด (Open Government Partnership: OGP) ประกาศให้ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 ก.พ.ร. ได้เดินหน้ารับฟังความคิดเห็นในการจัดทำแผนปฏิบัติการแห่งชาติ (National Action Plan: NAP) ภายใต้ OGP ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชน/คนรุ่นใหม่ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน ภาควิชาการ และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง จนตกผลึกเป็น 3 ประเด็นสำคัญ คือการต่อต้านการทุจริต การบริหารจัดการสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม โดยที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบหลักการการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมพหุภาคีเพื่อการบริหารงานภาครัฐระบบเปิด (Multi-Stakeholder Forum: MSF) เป็นกลไกหลักในการพิจารณาแผนปฏิบัติการแห่งชาติ และกำกับติดตามการดำเนินงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ จำนวน 10 คน และผู้แทนจากภาคส่วนอื่นที่ไม่ใช่ภาครัฐ จำนวน 15 คน ประกอบด้วยภาคเอกชน สื่อมวลชน ภาคการเมือง ภาคประชาสังคม และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน โดยมีรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธาน ก.พ.ร. เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนเป็นรองประธานกรรมการ และเลขาธิการ ก.พ.ร. เป็นกรรมการและเลขานุการ

          นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาอนุญาตและการบริการของหน่วยงานของรัฐ ภายใต้ร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. …. ซึ่งกำหนดให้หน่วยงานของรัฐจัดทำคู่มือสำหรับประชาชนให้ครอบคลุมทั้งงานอนุญาตและงานบริการ โดยสำนักงาน ก.พ.ร. จะทำหน้าที่ตรวจสอบให้สอดคล้องกับหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ทั้งนี้ ก.พ.ร. ได้กำหนดให้คู่มือดังกล่าวต้องมีองค์ประกอบ 10 รายการ เช่น หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการยื่นคำขอ ค่าธรรมเนียม ขั้นตอนและระยะเวลา รายการเอกสาร แนวทางการใช้ดุลพินิจ ช่องทางการให้บริการ และช่องทางร้องเรียน เพื่อให้บริการภาครัฐมีความโปร่งใส ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น ลดการเรียกเอกสารซ้ำซ้อน ลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ และส่งเสริมการให้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก ซึ่งสำนักงาน ก.พ.ร. ได้กำหนดแผนการจัดทำและทบทวนคู่มือสำหรับประชาชนให้สอดคล้องกับช่วงเวลาการประกาศใช้บังคับของร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ที่จะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้น 180 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยตั้งเป้าเผยแพร่คู่มือสำหรับประชาชนให้ครบถ้วนภายในเดือนมกราคม 2570 ผ่านระบบศูนย์รวมข้อมูลเพื่อติดต่อราชการ (Info.go.th) พร้อมนำ AI มาช่วยสนับสนุนการตรวจสอบคู่มือให้เป็นระบบมากขึ้น

          การประชุมครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของภาครัฐในการยกระดับระบบราชการไทยให้เปิดกว้าง โปร่งใส และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ทั้งในมิติการขับเคลื่อนรัฐบาลเปิดภายใต้กรอบ OGP ผ่านกลไกความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และการปรับปรุงกระบวนการอนุญาตและบริการภาครัฐให้ชัดเจน รวดเร็ว ตรวจสอบได้ และลดภาระของประชาชนอันจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อภาครัฐและยกระดับคุณภาพการให้บริการสาธารณะของไทยในระยะต่อไป

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุ้กกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ปุ่มตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สำนักงาน ก.พ.ร. เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สำนักงาน ก.พ.ร. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลการใช้งาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้ ก.พ.ร. ทราบถึงการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของ ก.พ.ร. รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่น ๆ ก.พ.ร. ยังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานมากขึ้น ถึงแม้ว่า ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ ก.พ.ร. ไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมาย (Targeting Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของ ก.พ.ร. ทั้งนี้ หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของ ก.พ.ร. แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่น ๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน

บันทึกการตั้งค่า