
เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 สำนักงาน ก.พ.ร. ร่วมกับมูลนิธิ Konrad Adenauer Stiftung และจังหวัดสมุทรปราการ จัดประชุมเตรียมความพร้อมการจัดกิจกรรม “OpenGov for Citizen พลเมืองเคลื่อนรัฐ” ครั้งที่ 5 ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ
การประชุมดังกล่าวได้รับเกียรติจาก นายประทีป นทีทวีวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เป็นประธาน พร้อมด้วยนายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ประธานอนุกรรมการพัฒนาระบบราชการเกี่ยวกับการส่งเสริมการบริหารภาครัฐระบบเปิดและการมีส่วนร่วม นางอารีย์พันธ์ เจริญสุข ที่ปรึกษาอาวุโส สำนักงาน ก.พ.ร. นายธนศักดิ์ มังกโรทัย รองเลขาธิการ ก.พ.ร. ตลอดจนผู้แทนจากสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรปราการ ที่ว่าการอำเภอพระประแดง สำนักงานจังหวัดสมุทรปราการ และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่คุ้งบางกะเจ้าเข้าร่วมประชุม
การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อเตรียมความพร้อมในการดึงทุกภาคส่วนในพื้นที่เข้ามาร่วมสร้างสรรค์และกำหนดทิศทางการพัฒนาคุ้งบางกะเจ้า ซึ่งสอดรับกับแผนปฏิบัติการแห่งชาติของประเทศไทยในฐานะสมาชิกภาคีเครือข่ายภาครัฐระบบเปิด (Open Government Partnership: OGP) โดยมีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้
1️⃣ การขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เครือข่าย OGP
🔹ประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก OGP ซึ่งเป็นความร่วมมือพหุภาคีระดับนานาชาติที่มุ่งส่งเสริมการบริหารราชการแผ่นดินด้วยความโปร่งใส เปิดเผยข้อมูล และสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยสำนักงาน ก.พ.ร. ในฐานะหน่วยงานหลัก อยู่ระหว่างการจัดทำแผนปฏิบัติการแห่งชาติ (National Action Plan: NAP) ผ่านกระบวนการร่วมสร้างสรรค์ (Co-Creation) จากทุกภาคส่วนให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล
2️⃣ คุ้งบางกะเจ้าพื้นที่ยุทธศาสตร์แห่งการมีส่วนร่วม
🔹คุ้งบางกะเจ้าถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญในการเพิ่มพูนบริการทางระบบนิเวศและขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชิงบวกต่อธรรมชาติ ซึ่งจะถูกบรรจุไว้ในแผน NAP โดยกิจกรรม “OpenGov for Citizen พลเมืองเคลื่อนรัฐ” จะเข้ามาเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนให้ประชาชนได้ร่วมคิด วางภาพฝัน และกำหนดอนาคตของคุ้งบางกะเจ้าไปพร้อมกัน
3️⃣ 5 ข้อค้นพบสำคัญในพื้นที่คุ้งบางกะเจ้า
🔹ข้อจำกัดทางกฎหมายและการผังเมือง: มีข้อบังคับและกฎหมายที่ซ้อนทับกันหลายฉบับ ส่งผลให้การพัฒนาอาคารและการใช้ประโยชน์ที่ดินขาดความยืดหยุ่น กระทบต่อการดำรงชีพของคนในพื้นที่
🔹โครงสร้างภาษีที่ดินกระทบระบบนิเวศ: อัตราภาษีที่ดินรกร้างที่สูงและเกณฑ์การประเมินที่ไม่ยืดหยุ่น บังคับให้คนในพื้นที่ต้องตัดไม้ขนาดใหญ่เพื่อปรับพื้นที่เป็นแปลงเกษตรกรรม ส่งผลให้ระบบนิเวศดั้งเดิมถูกทำลาย
🔹การบริหารจัดการน้ำและตลิ่งพัง: พืชผลได้รับความเสียหายจากปัญหาน้ำเค็มหนุน ประกอบกับประตูน้ำในพื้นที่ติดข้อจำกัดทางกฎหมายในการถ่ายโอนให้ท้องถิ่นดูแล รวมถึงปัญหาตลิ่งพังจากการสัญจรของเรือขนาดใหญ่
🔹การเปลี่ยนมือถือครองที่ดินสู่นายทุน: ข้อจำกัดในการทำเกษตรกรรมร่วมกับภาระภาษี ทำให้เกษตรกรท้องถิ่นต้องขายที่ดิน ส่งผลให้โครงสร้างการถือครองที่ดินเปลี่ยนไป
🔹การขาดกลไกการบริหารจัดการพื้นที่แบบบูรณาการ: การดำเนินงานของภาครัฐและเอกชนส่วนใหญ่ยังเป็นเพียงโครงการระยะสั้น ขาดองค์กรกลางหรือกฎหมายพิเศษในการบริหารจัดการพื้นที่ทั้ง 6 ตำบลอย่างเป็นเอกภาพ
📌Next Step : สำนักงาน ก.พ.ร. มูลนิธิ Konrad Adenauer Stiftung และจังหวัดสมุทรปราการ กำหนดจัดกิจกรรม “OpenGov for Citizen พลเมืองเคลื่อนรัฐ” ครั้งที่ 5 ในวันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2569 ณ พิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อเปิดเวทีให้ชุมชนร่วมกันกำหนดภาพอนาคตของคุ้งบางกะเจ้า ภายใต้แนวคิด “Share the Vision, Shape the Future @ Bang Kachao ร่วมคิดภาพฝัน ร่วมสร้างสรรค์อนาคตบางกะเจ้า”



