
เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 สำนักงาน ก.พ.ร. จัดประชุมเพื่อรับฟังข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์ในการพัฒนาผู้ประกอบการ SME จากสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภาเอสเอ็มอี) โดยมีนางอารีย์พันธ์ เจริญสุข ที่ปรึกษาอาวุโส สำนักงาน ก.พ.ร. เป็นประธานการประชุม ร่วมกับนายจินตพันธุ์ ทังสุบุตร ผู้อำนวยการกองพัฒนากฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และนางสาวภัทรอาภา จินดาวงศ์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการอำนวยความสะดวกบริการภาครัฐ สำนักงาน ก.พ.ร. โดยมีประเด็นสำคัญจากการประชุม ดังนี้
ข้อเสนอจากสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย
ปัจจุบันผู้ประกอบการ SME ประสบความท้าทายที่ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของ SME ได้แก่ ต้นทุนพลังงานและการผลิตที่สูงขึ้น การเข้าถึงแหล่งเงินทุน การเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีจนส่งผลทำให้ผู้ประกอบการ SME ต้องเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ ได้แก่
(1) ปัญหา Credit Term (ระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้า) ที่ยาวนานเกินไปจากผู้ประกอบการรายใหญ่ ทำให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อม (SME) ไทยต้องเผชิญกับวิกฤตขาดสภาพคล่องทางการเงินถึงปีละ 2 แสนล้านบาท โดยผู้แทนสภาเอสเอ็มอีได้เสนอให้ปรับปรุงระเบียบของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ต้องรายงานการชำระ Credit Term ตามกรอบเวลาที่กำหนด
(2) ปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อที่ผู้ประกอบการ SME มีอัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่สูงถึงร้อยละ 60-70 โดยเฉพาะ SME รายใหม่ที่ไม่เคยมีประวัติทางการเงิน จากปัญหาดังกล่าวส่งผลให้ผู้ประกอบการ SME ต้องใช้สินเชื่อนอกระบบและมีต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น สภาเอสเอ็มอีจึงเสนอให้มีการปรับเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อให้ผู้ประกอบการ SME สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น
(3) ปัญหาความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจแพลตฟอร์ม ผู้ประกอบการ SME ไม่สามารถแข่งขันในตลาดเดียวกันกับธุรกิจแพลตฟอร์มได้ เนื่องจากมีต้นทุนการขายในแพลตฟอร์มที่สูงขึ้น และทางแพลตฟอร์มมีการออก Promotion ส่งเสริมการขายทำให้ “Digital Habit” หรือพฤติกรรมการใช้งานของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ดังนั้น สภาเอสเอ็มอีจึงเสนอให้มีการดำเนินมาตรการเพื่อสร้างการแข่งขันทางการตลาดที่เหมาะสม
ทั้งนี้ สำนักงาน ก.พ.ร. จะรวบรวมข้อเสนอดังกล่าวเพื่อนำเสนอต่อคณะอนุกรรมการพิจารณาปรับปรุงกฎหมายต่อไป ขณะเดียวกัน สภาเอสเอ็มอีจะสนับสนุนการขับเคลื่อนพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. 2569 โดยร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนงานที่ควรได้รับการพัฒนาและผลักดัน เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และลดภาระแก่ผู้ประกอบการและประชาชน เช่น แนวทางการจัดทำ Super License


