ข่าวสาร/กิจกรรม

การประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบราชการเกี่ยวกับการส่งเสริมการบริหารภาครัฐระบบเปิดและการมีส่วนร่วม ครั้งที่ 4/2569 และการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนประเด็นนโยบายที่สำคัญ ด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน ครั้งที่ 1/2569

22 ก.ย. 2569
5
img220969 1

          🔷 เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 สำนักงาน ก.พ.ร. ได้จัดการประชุม อ.ก.พ.ร. เกี่ยวกับการส่งเสริมการบริหารภาครัฐระบบเปิดและการมีส่วนร่วม ครั้งที่ 4/2569 พร้อมด้วยการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนประเด็นนโยบายที่สำคัญ ด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุม ก.พ.ร. ชั้น 5 สำนักงาน ก.พ.ร. และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (MS Teams) โดยมีนายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ เป็นประธานการประชุม

          📝 ที่ประชุมได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบในวาระสำคัญ ดังนี้

          ✍🏻 พิจารณาร่างแผนปฏิบัติการแห่งชาติ (National Action Plan : NAP) ของประเทศไทย (พ.ศ. 2570 – 2573)

                    1️⃣ ที่ประชุมเสนอให้พิจารณานำ “โครงการข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact)” ของกรมบัญชีกลาง ซึ่งเป็นกลไกที่มีการดำเนินงานอยู่แล้ว มาต่อยอดและบรรจุไว้ในร่างแผน NAP เพื่อใช้เป็นกลไกส่งเสริมความโปร่งใส และเปิดโอกาสให้ภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการติดตามตรวจสอบการดำเนินงานของภาครัฐ
                    2️⃣ ควรนำกลไกการมีส่วนร่วมที่มีผลการดำเนินงานเป็นรูปธรรมอยู่แล้วมาต่อยอดเป็นต้นแบบ เช่น การทำงานผ่านภาคีของ สสส. สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน รวมถึงกลไกการจัดการร่วมเชิงพื้นที่ เช่น ป่าชุมชนของกรมป่าไม้ และพื้นที่จัดการทะเลชุมชน (LMMA) ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อขยายแนวทาง Open Government ไปสู่พื้นที่อื่น ๆ
                    3️⃣ แม้ร่างแผน NAP จะกำหนดกรอบระยะเวลา 4 ปี แต่ควรกำหนดระยะเวลาของแต่ละโครงการตามความเหมาะสมของภารกิจ โดยโครงการที่สามารถดำเนินการได้เร็วควรเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ ไม่จำเป็นต้องกำหนดให้ทุกโครงการใช้ระยะเวลาเต็ม 4 ปี
                    4️⃣ ส่งเสริมการใช้แหล่งทุนจากภาคเอกชน องค์กรระหว่างประเทศ และแหล่งทุนอื่นเพิ่มเติมจากงบประมาณภาครัฐ เนื่องจากระบบงบประมาณรายปี อาจมีข้อจำกัดด้านเวลาและรูปแบบกิจกรรม ซึ่งอาจไม่เอื้อต่อการดำเนินงานด้านการมีส่วนร่วมที่ต้องการความต่อเนื่องและความยืดหยุ่น

          🌿 ข้อเสนอของคณะทำงานด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

                    1️⃣ ควรพัฒนาพื้นที่เป้าหมายภายใต้ร่างแผน NAP ให้เป็นพื้นที่ทดลองในลักษณะ Government Innovation Lab หรือ Sandbox เพื่อให้สามารถทดลองแนวทางใหม่ในพื้นที่จริง และนำผลที่ได้มาปรับปรุงก่อนขยายผลไปยังพื้นที่อื่น
                    2️⃣ ควรจัดทำ “บัญชีประเด็นที่ต้องปลดล็อก (Unlocking List)” เพื่อรวบรวมข้อจำกัดด้านกฎหมาย กฎระเบียบ อำนาจหน้าที่ และกระบวนการทำงาน พร้อมพิจารณาให้พื้นที่หรือจังหวัดมีอำนาจแก้ไขข้อจำกัดเฉพาะพื้นที่ได้มากขึ้น โดยลดการพึ่งพากระบวนการจากส่วนกลาง รวมถึงรองรับการดำเนินงานที่มีลักษณะข้ามเขตการปกครอง ทั้งนี้ ประเด็นที่เป็นอุปสรรคจะนำเสนอต่อที่ประชุม MSF ครั้งที่ 2/2569 เพื่อพิจารณาแนวทางปลดล็อกต่อไป
                    3️⃣ ควรพัฒนากลไกทางการเงินเพิ่มเติมจากงบประมาณภาครัฐ เช่น Sustainability-Linked Bond แหล่งทุนจากธนาคารโลก และกลไกที่สนับสนุนการอนุรักษ์พื้นที่ในรูปแบบ OECM เพื่อให้พื้นที่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนที่หลากหลาย และมีทรัพยากรเพียงพอต่อการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศในระยะยาว
                    4️⃣ ในประเด็น Low-Emission Zone ควรนำข้อมูลสถานการณ์มลพิษ สถิติย้อนหลัง และแบบจำลองคาดการณ์ล่วงหน้ามาใช้ร่วมกัน เพื่อกำหนดพื้นที่และมาตรการป้องกันได้ล่วงหน้า แทนการรอให้สถานการณ์เข้าสู่ภาวะวิกฤตก่อนจึงดำเนินการ
                    5️⃣ สำหรับปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ควรพิจารณาการดำเนินงานในลักษณะเชื่อมโยงพื้นที่ต่อเนื่อง เนื่องจากปัญหาดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่ตามเขตการปกครอง การแก้ไขจึงควรคำนึงถึงระบบนิเวศและผลกระทบที่เชื่อมโยงกันระหว่างพื้นที่

          🤝🏻 ข้อเสนอของคณะทำงานด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน

                    1️⃣ การมีส่วนร่วมของประชาชนไม่ควรจำกัดเพียงระดับการรับฟังความคิดเห็น (Public Consultation) แต่ควรยกระดับไปสู่การร่วมออกแบบ ร่วมตัดสินใจ และร่วมดำเนินงาน (Collaboration) เพื่อให้ประชาชนมีบทบาทต่อการกำหนดและขับเคลื่อนนโยบายมากขึ้น และสอดคล้องกับแนวทางของ OECD
                    2️⃣ สำหรับโครงการปรับปรุงระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องแล้ว และอยู่ระหว่างพิจารณาร่วมกับข้อเสนอของสำนักงาน ป.ย.ป. เพื่อปรับปรุงขอบเขตของระเบียบให้ครอบคลุมระดับการมีส่วนร่วมที่สูงขึ้น และสอดคล้องกับมาตรฐานของ OECD
                    3️⃣ โครงการ e-Participation มีแนวทางให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ร่วมกันพัฒนาระบบ โดยเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์ม “แจ้งรัฐ” เพื่อพัฒนาไปสู่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน ข้อเสนอแนะ และความคิดเห็นของประชาชนแบบเบ็ดเสร็จ โดย DGA สนับสนุนด้านระบบและเทคโนโลยีเป็นหลัก
                    4️⃣ ควรเชื่อมโยงระบบ e-Initiative ซึ่งเป็นช่องทางให้ประชาชนเสนอร่างกฎหมายผ่านระบบออนไลน์ เข้ากับแพลตฟอร์ม e-Participation เพื่อให้ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมได้ตั้งแต่การเสนอประเด็น แสดงความคิดเห็น ไปจนถึงการเสนอแนวทางเชิงนโยบายหรือกฎหมายอย่างครบวงจร รวมทั้งสามารถนำไปทดลองใช้ในพื้นที่ภายใต้ร่างแผน NAP เช่น น่าน คุ้งบางกะเจ้า และเชียงใหม่
                    5️⃣ ควรนำ AI และข้อมูลจากแหล่งข้อมูลเปิด (Open Source) มาใช้ช่วยรวบรวมและวิเคราะห์ความคิดเห็นของประชาชน เพื่อให้สามารถประมวลผลข้อมูลจำนวนมากและนำไปใช้ประกอบการกำหนดนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันควรมีกลไกตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูล และยืนยันว่าความคิดเห็นที่นำมาใช้สะท้อนเสียงของประชาชนจริง ไม่ใช่ข้อมูลที่สร้างขึ้นโดยระบบอัตโนมัติ

          🔹 ที่ประชุมได้ให้ข้อเสนอแนะต่อการจัดทำร่างแผน NAP โดยมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำความคิดเห็นของ อ.ก.พ.ร. และคณะทำงานขับเคลื่อนประเด็นนโยบายที่สำคัญ ด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน ไปประกอบการปรับปรุงโครงการฯ ภายใต้แผน NAP และเสนอต่อคณะกรรมการร่วมพหุภาคีเพื่อการบริหารงานภาครัฐระบบเปิดพิจารณาต่อไป

          ✍🏻 พิจารณาให้ความเห็นและข้อเสนอแนะต่อประเด็นตามร่างกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการ (พ.ศ. 2571 – 2575) สรุปดังนี้

                    1️⃣ 🔗 เชื่อมโยงแผนยุทธศาสตร์ ก.พ.ร. กับ NAP/OGP : ควรกำหนดความเชื่อมโยงระหว่างแผนยุทธศาสตร์ของสำนักงาน ก.พ.ร. กับแผนปฏิบัติการแห่งชาติ (NAP) ภายใต้ OGP ให้ชัดเจน เพื่อให้เป้าหมาย ตัวชี้วัด และโครงการสำคัญเดินไปในทิศทางเดียวกัน รวมทั้งเปิดให้ทีมที่ขับเคลื่อน OGP เข้ามามีส่วนร่วมในการผลักดันยุทธศาสตร์ของสำนักงาน ก.พ.ร. อย่างเป็นระบบ
                    2️⃣ 🤝 ให้ Citizen Participation เป็นจุดเน้นสำคัญ: ควรยกระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนจากการรับฟังความคิดเห็นไปสู่การร่วมคิด ร่วมออกแบบ และร่วมดำเนินการ โดยนำกลไกที่มีอยู่แล้วมาต่อยอดเป็นต้นแบบและขยายผล
                    3️⃣ 💻 ยกระดับ Digital Data และเชื่อมโยงข้อมูลในระดับประเทศ : ควรพัฒนาระบบข้อมูลดิจิทัลขององค์กรให้สามารถเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่น ลดความซ้ำซ้อนของแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชัน และทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการและมีส่วนร่วมได้สะดวกมากขึ้น โดยข้อมูลที่ได้จากประชาชนควรถูกนำมาวิเคราะห์ต่อ เพื่อใช้ค้นหาความต้องการ ปัญหา และข้อเสนอของประชาชนที่แท้จริง และนำไปประกอบการกำหนดนโยบาย
                    4️⃣ 📊 เร่งยกระดับ Public Integrity Indicator ให้สอดคล้อง OECD : Public Integrity Indicator ของไทยยังไม่ครบทั้ง 6 ด้านตามมาตรฐาน OECD จึงควรเร่งพัฒนาให้ครบถ้วน และเชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการป้องกันการทุจริตของสำนักงาน ก.พ.ร. เพื่อให้รองรับมาตรฐานสากลได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
                    5️⃣ 🎯 เพิ่มตัวชี้วัด “การนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์จริง” ในยุทธศาสตร์ที่ 2 : ควรเพิ่มตัวชี้วัดที่สะท้อนว่าข้อมูลภาครัฐถูกนำไปใช้ประโยชน์โดยประชาชน ภาคธุรกิจ หรือภาคส่วนต่าง ๆ จริงเพียงใด ไม่ควรวัดเพียงจำนวนชุดข้อมูลหรือการเปิดเผยข้อมูลเท่านั้น แต่ควรสะท้อนผลลัพธ์จากการใช้ข้อมูลในการแก้ปัญหา พัฒนาบริการ หรือสร้างการมีส่วนร่วมด้วย

          นอกจากนี้ที่ประชุมมีมติรับทราบสรุปผลการประชุมคณะกรรมการร่วมพหุภาคีเพื่อการบริหารงานภาครัฐระบบเปิด ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 : คณะกรรมการร่วมพหุภาคีฯ เห็นชอบประเด็นนโยบายสำคัญสำหรับจัดทำแผนปฏิบัติการแห่งชาติ (NAP) จำนวน 4 ด้าน ได้แก่ การต่อต้านการทุจริต สภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ความยุติธรรม และการมีส่วนร่วมของประชาชน พร้อมให้แต่งตั้งคณะทำงานรับผิดชอบในแต่ละด้าน และรับทราบคำสั่งคณะกรรมการร่วมพหุภาคีฯ ที่ 1/2569 ลงวันที่ 15 กันยายน 2569 แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อรับผิดชอบและขับเคลื่อนประเด็นนโยบายสำคัญทั้ง 4 ด้านให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

          #OGMP #OPDC #OPDC_OGP #อกพรส่วนร่วม #OpenGovernment #OGPThailand