
🔷 เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 สำนักงาน ก.พ.ร. จัดการประชุม อ.ก.พ.ร. เกี่ยวกับการส่งเสริมการบริหารภาครัฐระบบเปิดและการมีส่วนร่วม ครั้งที่ 5/2569 พร้อมการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนประเด็นนโยบายที่สำคัญ ด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน ครั้งที่ 2/2569 ณ ห้องประชุม ก.พ.ร. ชั้น 5 สำนักงาน ก.พ.ร. และผ่านระบบ MS Teams โดยมี นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ เป็นประธานการประชุม
📝 ที่ประชุมได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบในวาระสำคัญ ดังนี้
📌 1. พิจารณาร่างแผนปฏิบัติการแห่งชาติ (National Action Plan: NAP) ของประเทศไทย (พ.ศ. 2570-2573) โดยมุ่งให้แผน NAP เป็น “Game Changer” ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงการทำงานของภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม ผ่าน 3 แนวทาง ได้แก่
🔹 Testing ทดลองแนวทางหรือรูปแบบการดำเนินงานใหม่
🔹 Networking สร้างเครือข่ายความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
🔹 Unlocking ปลดล็อกข้อจำกัดเชิงระบบต่าง ๆ
ข้อเสนอแนะต่อการปรับปรุงโครงการ มีดังนี้
🌿 1️⃣ ด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (6 โครงการ)
1.1 สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ เมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำ (จังหวัดสระบุรี)
▪️ ส่งเสริมการเปิดเผยและใช้ประโยชน์จากข้อมูลสิ่งแวดล้อม (Open Data) ให้ประชาชนสามารถนำไปวิเคราะห์และตรวจสอบได้
▪️ กำหนดตัวชี้วัดการรับรู้และความตระหนักของประชาชนต่อโครงการ
▪️ พัฒนา Dashboard แสดงข้อมูลการปล่อยและลดก๊าซเรือนกระจก จำแนกตามประเภทอุตสาหกรรมและแหล่งกำเนิดมลพิษ
▪️ เชื่อมโยงโครงการกับหลักการ OGP โดยเฉพาะความโปร่งใสและการมีส่วนร่วม
▪️ ระบุข้อจำกัดที่ต้องปลดล็อก เช่น การขออนุญาตใช้พลังงานสะอาด (Solar Farm / Solar Floating) พร้อมกำหนดแนวทางทดลองดำเนินการ
1.2 การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสร้างเมืองหยุ่นตัว (กรุงเทพมหานคร)
▪️ ส่งเสริมกลไก Climate Volunteers รวมถึงการมีส่วนร่วมของเยาวชน โดยพิจารณาความร่วมมือกับ UNDP
▪️ ขยายกลุ่มเปราะบางให้ครอบคลุมทั้งด้านสุขภาพ สังคม และอาชีพ เช่น ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ชุมชนแออัด ไรเดอร์ แม่ค้า คนงานก่อสร้าง ผู้ไร้บ้าน และผู้ต้องขัง
▪️ ใช้ข้อมูลและ Data Analytics เช่น แผนที่ความร้อนและพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม เพื่อกำหนดมาตรการรับมือ
▪️ เพิ่มการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเชิงนโยบาย พร้อมกำหนดตัวชี้วัด เช่น e-Participation Index
▪️ กำหนดประเด็น Unlocking เพื่อแก้ไขข้อจำกัดการบริหารจัดการข้ามเขตปกครอง
1.3 ภาคีความร่วมมือเพื่อการจัดการป่าน่านอย่างมีส่วนร่วม (จังหวัดน่านและมูลนิธิฮักเมืองน่าน)
▪️ กำหนดพื้นที่นำร่อง Sandbox ในอุทยานแห่งชาติ 3 แห่ง เพื่อทดลองแนวทางบริหารจัดการป่า รวมถึงกลไกรับรองสิทธิที่ดินตาม ม.64 และ ม.65
▪️ จัดทำรายการข้อจำกัดด้านกฎหมาย กฎระเบียบ และกลไกการดำเนินงานที่ต้องปลดล็อกภายในระยะเวลา NAP
▪️ พัฒนาฐานข้อมูลเปิดเรื่องที่ดินของรัฐ ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติฯ และกรมป่าไม้
1.4 การสร้างระบบนิเวศภาครัฐระบบเปิดและการมีส่วนร่วมในแก้ไขปัญหา PM2.5 จังหวัดเชียงใหม่ (จังหวัดเชียงใหม่)
▪️ ใช้กลไก Sandbox หรือ Government Innovation Lab เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดด้านกฎระเบียบและการบริหารจัดการพื้นที่ป่า
▪️ ส่งเสริมความร่วมมือกับภาคเอกชนและกิจการเพื่อสังคม พร้อมสร้างแรงจูงใจแก่ผู้มีส่วนร่วมลดการเผา
▪️ บริหารจัดการเชื้อเพลิงด้วย Prescribed Burning ควบคู่กับมาตรการห้ามเผา และกำหนดตัวชี้วัดการลด PM2.5
▪️ วางแผนปรับเปลี่ยนโครงสร้างพืชเกษตรในระยะยาว เพื่อลดการพึ่งพาการเผาอย่างยั่งยืน
1.5 การจัดการพื้นที่ทางทะเลอย่างเป็นธรรมและยั่งยืนในอ่าวพังงา (กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง)
▪️ ปรับโครงการให้มีเป้าหมาย กิจกรรม และผลลัพธ์ที่ชัดเจน โดยคัดเลือก 2–3 กิจกรรมหลักที่ดำเนินการและวัดผลได้ภายใน 4 ปี เช่น MSP หรือ OECM
▪️ เปิดโอกาสให้ประชาชนและเครือข่ายประมงพื้นบ้านกว่า 20 องค์กร ร่วมออกแบบกิจกรรม ตัวชี้วัด และติดตามประเมินผล
▪️ ปลดล็อกข้อจำกัดด้านเขตอำนาจและการใช้งบประมาณของ อปท. ในพื้นที่ทางทะเลที่เกี่ยวข้องกับหลายจังหวัด
▪️ จัดทำรายการข้อจำกัดด้านกฎหมาย กฎระเบียบ และกลไกบริหารจัดการพื้นที่
▪️ ทบทวนและจัดลำดับความสำคัญของกิจกรรม โดยเน้นกิจกรรมที่มีความเป็นไปได้และเห็นผลสัมฤทธิ์ได้ภายใน 4 ปี
1.6 การเพิ่มพูนบริการทางระบบนิเวศและเศรษฐกิจเชิงบวกต่อธรรมชาติ คุ้งบางกะเจ้า (จังหวัดสมุทรปราการและสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม)
▪️ เน้นการอนุรักษ์และส่งเสริมบริการทางระบบนิเวศ (Payment for Ecosystem Services)
▪️ เพิ่มบทบาทหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการสนับสนุนเกษตรกร
▪️ เพิ่มภาคีความร่วมมือ เช่น สำนักงาน กปร. และมูลนิธิชัยพัฒนา
🤝 2️⃣ ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน (2 โครงการ)
2.1 การปรับปรุงระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน (สปน.)
▪️ พิจารณายกระดับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นพระราชบัญญัติ โดยเพิ่มเติมเป้าหมายและกิจกรรม ภายหลังจากระเบียบฯ ได้ปรับแก้แล้ว
▪️ เชื่อมโยงกับโครงการพัฒนาช่องทางการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อให้กลไกด้านกฎหมายและระบบการมีส่วนร่วมดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
▪️ ทบทวนกรอบระยะเวลาและกิจกรรมการดำเนินการให้เหมาะสม
2.2 การนำเทคโนโลยีมาใช้สนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชน (สปน. และ สพร.)
▪️ ยกระดับการมีส่วนร่วมให้ครอบคลุมตั้งแต่การร้องเรียนไปจนถึงการร่วมพัฒนานโยบายสาธารณะ
▪️ พัฒนาช่องทางกลางรับฟังความคิดเห็นและระบบตอบกลับอย่างมีเหตุผล (Reasoned Responses)
▪️ ทดลองใช้ระบบในพื้นที่โครงการด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริม Public Monitoring
▪️ พัฒนาระบบเป็นระยะ โดยพิจารณาใช้ Small AI ช่วยจัดทำร่างคำตอบที่เป็นกลางและประสานงานข้ามหน่วยงาน
▪️ กำหนดกระบวนการ e-Complaint ให้ชัดเจน ตั้งแต่รับเรื่อง ส่งต่อ ติดตามผล แจ้งผลตอบกลับ จนถึงการยุติเรื่อง เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบสถานะได้
📌 2. เรื่องที่ประชุมรับทราบ
1. สรุปผลการประชุมคณะกรรมการร่วมพหุภาคีเพื่อการบริหารงานภาครัฐระบบเปิด (MSF) ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบในหลักการของโครงการภายใต้ร่างแผน NAP และมอบหมายให้คณะทำงานปรับปรุงโครงการก่อนนำเสนอ MSF ในการประชุมครั้งถัดไป
2. การแก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบคณะทำงาน ตามคำสั่งคณะกรรมการร่วมพหุภาคีฯ ที่ 2/2569 ลงวันที่ 30 ตุลาคม 2569
👉🏻 การดำเนินงานระยะต่อไป
1️⃣ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการให้แก่หน่วยงานเจ้าภาพโครงการ เพื่อปรับปรุงโครงการให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ OGP ในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569
2️⃣ หน่วยงานเจ้าภาพส่งโครงการฉบับปรับปรุง โดยนำข้อเสนอแนะจาก MSF OGP คณะทำงาน และประชาชนมาประกอบการพิจารณา ภายในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2569
3️⃣ หน่วยงานเจ้าภาพจัดทำคำชี้แจงตอบกลับข้อคิดเห็น (Reasoned Responses) ภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569
4️⃣ ประชุมคณะทำงาน ครั้งที่ 3 เพื่อให้หน่วยงานเจ้าภาพนำเสนอโครงการฉบับปรับปรุง ภายในวันที่ 18 ธันวาคม 2569
5️⃣ ประชุมคณะทำงานร่วมทั้ง 4 คณะ ครั้งที่ 4 ภายในวันที่ 8 มกราคม 2570
6️⃣ ประชุมคณะกรรมการ MSF ในการประชุมครั้งที่ 3/2569 เพื่อพิจารณาแผน NAP ฉบับสมบูรณ์ ภายในวันที่ 22 มกราคม 2570
7️⃣ เสนอแผน NAP ฉบับสมบูรณ์ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ต่อสำนักเลขาธิการ OGP ภายในวันที่ 27 มกราคม 2570