
📢 วันที่ 26 สิงหาคม 2568 สำนักงาน ก.พ.ร. นำโดยนางสาวอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการ ก.พ.ร. ได้ประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับด้านบริการด้านสาธารณูปโภค (Utility Services) นำโดยนายพิพัฒน์ ชลอำไพ รองผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง พร้อมด้วยผู้แทนจากการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การประปานครหลวง (กปน.) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) สาระสำคัญของการประชุม สรุปได้ดังนี้
📍นางสาวอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการ ก.พ.ร. กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการประเมิน B-READY ด้านบริการด้านสาธารณูปโภค (Utility Services) ซึ่งการประเมิน B-READY มาแทนที่ Doing Business เดิมที่ประเทศไทยเคยทำคะแนนได้ดีโดยเฉพาะในด้านการขอใช้ไฟฟ้า โดยกรอบตัวชี้วัดของการประเมิน B-READY จะครอบคลุมด้านโครงสร้างพื้นฐาน คุณภาพบริการ ความโปร่งใส และสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจก่อให้เกิดภาระในการจัดเก็บข้อมูลจำนวนมาก โดยมีมิติใหม่ที่ต้องพิจารณา เช่น ด้าน Green Economy และพลังงานสะอาดที่ยังเป็นความท้าทายของประเทศ จำเป็นต้องพัฒนาความรู้และความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมกำหนดบทบาทของแต่ละหน่วยงานอย่างชัดเจน สำนักงาน ก.พ.ร. พร้อมให้การสนับสนุนหน่วยงานต่าง ๆ ในการเป็นตัวประสานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อปรับปรุงกฎหมายที่ยังเป็นอุปสรรคในการให้บริการให้สอดคล้องกับเกณฑ์การประเมิน B-READY และได้ผลักดันให้ทุกหน่วยงานดำเนินการประเมินตนเอง (Self-Assessment) เพื่อตรวจสอบความพร้อมและยกระดับมาตรฐานบริการให้สอดคล้องกับเกณฑ์การประเมินในอนาคต
📍นายณัฏฐา พาชัยยุทธ ที่ปรึกษาการพัฒนาระบบราชการ ได้ชี้แจงเกี่ยวกับกรอบการประเมิน B-READY ของธนาคารโลก ด้านบริการด้านสาธารณูปโภค (Utility Services) โดยอธิบายเกณฑ์การประเมินและตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้อง และเป้าหมายของประเทศไทยในการประเมิน B-READY 2026 พร้อมทั้งนำเสนอประเด็นสำคัญที่หน่วยงานต่าง ๆ ต้องเร่งดำเนินการเพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการประเมิน B-READY เช่น กรอบการกำกับดูแล ระยะเวลาในการเชื่อมต่อ ความเสถียรของการให้บริการ ก่อนที่ธนาคารโลกจะเริ่มเก็บข้อมูลประเทศไทยในระหว่างเดือนตุลาคม 2568 – กุมภาพันธ์ 2569 และประกาศผลในเดือนตุลาคม 2569
หน่วยงานที่ร่วมประชุมได้ชี้แจงความก้าวหน้าและความท้าทายในการดำเนินการ ดังนี้
1. ไฟฟ้า
– การประเมิน Doing Business 2020 ด้านการขอใช้ไฟฟ้า ได้อันดับที่ 6 ด้วยคะแนน 98.7 ซึ่งเป็นหนึ่งในสองด้านที่ประเทศไทยติดอันดับ Top Ten ของโลก
– กฟน. มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เช่น การปรับปรุงแอปพลิเคชันเพื่อให้บริการออนไลน์แบบครบวงจร พร้อมทั้งลดขั้นตอนจาก 5 เหลือ 3 ขั้นตอนในการขอใช้ไฟฟ้า
– การดำเนินการในกรุงเทพมหานครและส่วนภูมิภาคมีค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการดำเนินการที่แตกต่างกัน ซึ่งจะส่งผลต่อการเก็บแบบสำรวจในเสาหลักที่ 3 ประสิทธิภาพการดำเนินการ (Operational Efficiency)
– การขับเคลื่อนในประเด็นพลังงานสะอาดจำเป็นต้องดำเนินการร่วมกับหน่วยงานอื่น เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กระทรวงพลังงาน ฯลฯ
2. ประปา
– ปัจจุบันมีการจัดเก็บค่าใช้เขตทางหลวงท้องถิ่นจากหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ ทำให้การติดตั้งสาธารณูปโภคเป็นไปด้วยความล่าช้ากว่าที่กำหนด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลการประเมิน B-READY ทั้งนี้ กปน. อยู่ระหว่างการหารือกับกรุงเทพมหานครเพื่อหาแนวทางร่วมกันในแก้ไขปัญหาดังกล่าว
3. อินเทอร์เน็ต
– กสทช. ชี้แจงว่าโครงข่ายอินเทอร์เน็ตของไทยมีความครอบคลุมทั่วประเทศ และมีความเร็วและคุณภาพในการเชื่อมต่อที่สามารถแข่งขันได้ในระดับนานาชาติอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ประชาชนอาจมีประสบการณ์การใช้งานอินเทอร์เน็ตที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับพื้นที่และช่วงเวลา ซึ่งอาจส่งผลต่อการเก็บแบบสำรวจในเสาหลักที่ 3 ประสิทธิภาพการดำเนินการ (Operational Efficiency)
– สกมช. มีการดำเนินการปรับปรุงกฎระเบียบด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (International Telecommunication Union: ITU) ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการประเมิน B-READY
⏩ ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งประชาสัมพันธ์ข้อมูลการให้บริการต่าง ๆ ให้เข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมายเพื่อสร้างการรับรู้ก่อนที่ธนาคารโลกจะเข้าเก็บแบบสำรวจ และสำนักงาน ก.พ.ร. จะนำปัญหาอุปสรรคและความท้าทายที่ได้จากการประชุมครั้งนี้ไปขับเคลื่อนต่อไป
#B-READY #ธนาคารโลก #BusinessEnvironment #GoodGovernance #บริการด้านสาธารณูปโภค #UtilityServices





