
เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 นางอารีย์พันธ์ เจริญสุข ที่ปรึกษาอาวุโส สำนักงาน ก.พ.ร. เป็นประธานการประชุมหารือการพัฒนาแพลตฟอร์มบริการรวมศูนย์เพื่อกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น ร่วมกับผู้แทนของกรุงเทพมหานคร สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) โดยมีรองเลขาธิการ ก.พ.ร. (นายธนศักดิ์ มังกโรทัย) และเจ้าหน้าที่ของทั้ง 4 หน่วยงานเข้าร่วมประชุมด้วย การประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์มุ่งยกระดับการจัดเก็บ ภาษีและค่าธรรมเนียมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน รวมทั้งหารือประเด็นกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แนวทางปลดล็อกข้อจำกัด การทดลองนำร่อง และเตรียมจัดทำ Action Plan และกรอบระยะเวลาดำเนินงาน ซึ่งมีสาระสำคัญจำแนกได้เป็น 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ ข้อเท็จจริงและข้อจำกัดในการใช้แพลตฟอร์มของทั้ง 3 หน่วยงาน และความเห็น/ข้อเสนอ ดังนี้
1. ข้อเท็จจริงและข้อจำกัดในการใช้แพลตฟอร์ม
- งานบริการหลายงานสามารถให้บริการบนแพลตฟอร์มกลางได้เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการลงทุนของ อปท. แต่ละแห่ง อย่างไรก็ตาม แม้ว่ามีแพลตฟอร์มแล้ว การใช้งานจริงยังมีจำนวนน้อย เช่น ระบบ BMA OSS ของ กทม. ที่มีการใช้งานออนไลน์เข้ามาในจำนวนที่ไม่มาก แต่เดินทางมาใช้งานออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มที่เตรียมให้ ณ ศาลาว่าการ กทม. เป็นต้น
- บุคลากร อปท. ยังไม่มีความพร้อมด้านดิจิทัล และโยกย้ายบ่อย รวมทั้งบางส่วนไม่เห็นความสำคัญของการบันทึกข้อมูล และไม่อยากทำงานซ้ำซ้อนหลายรอบ เนื่องจากแพลตฟอร์มของหน่วยงานไม่เชื่อมโยงกัน เช่น การบันทึกข้อมูลซ้ำในระบบบัญชี e-LAAS ของ สถ. และระบบท้องถิ่นดิจิทัลของ สพร.
- การเก็บค่าใช้จ่ายในการให้บริการแพลตฟอร์มกลาง ทำให้ อปท. จำนวนมากที่มีข้อจำกัดด้านรายได้ไม่พร้อมเข้าร่วมใช้งาน ซึ่งส่วนกลางยังไม่มีนโยบายสนับสนุนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นดังกล่าว
2. ความเห็น/ข้อเสนอสำหรับการดำเนินการต่อไป
– การรวมแพลตฟอร์มเรื่องภาษีท้องถิ่นให้เป็นระบบเดียว โดย สถ. อยู่ระหว่างพิจารณาควบรวม L-Tax Online กับ Local Service เพื่อลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งเชื่อมโยงข้อมูลอัตโนมัติกับระบบอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น e-LAAS
– การปรับอัตราค่าใช้บริการแพลตฟอร์ม เช่น ระบบท้องถิ่นดิจิทัล เพื่อจูงใจให้ อปท. เข้าร่วม รวมทั้งการกำหนดนโยบายให้ส่วนกลางสามารถสนับสนุนค่าใช้บริการแทน อปท. เพื่อให้เข้าร่วมและใช้บริการจำนวนมากขึ้น นอกจากนี้ สามารถปรับกฎระเบียบเพื่อเพิ่มรายได้และแรงจูงใจ เช่น การเปิดช่องให้เก็บค่าธรรมเนียมล่วงหน้าได้เป็นรายปี และมีส่วนลดให้กับประชาชน
– ควรเลือก “งานที่มีค่าบริการ/ค่าธรรมเนียมจำนวนมาก” เช่น ภาษีป้าย ค่าขยะ หรือภารกิจที่ประชาชนต้องติดต่อ อปท. เป็นประจำ มาทดลองนำร่อง โดยอาจขอข้อมูลเพิ่มเติมจากบาง อปท. ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้เห็นผลชัดและสร้างแรงจูงใจในการใช้ระบบกลาง รวมทั้งเรียนรู้จากพื้นที่ที่ทำสำเร็จ ใช้โมเดล อปท. ที่ใช้งานดิจิทัลได้ผลจริง และสร้างเครือข่ายช่วยเหลือกัน (buddy system)
ที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันว่าแนวคิดการพัฒนาแพลตฟอร์มกลางสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีศักยภาพในการลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ แม้ว่ายังมีอุปสรรคด้านบุคลากร ระบบงาน และกฎหมาย แต่หากนำร่องโดยการเลือกภารกิจที่มีปริมาณสูงและจำเป็น ควบคู่กับการปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ รวมทั้งสร้างแรงจูงใจที่เหมาะสม จะช่วยให้การขับเคลื่อนเกิดผลในทางปฏิบัติ โดยสำนักงาน ก.พ.ร. จะนำข้อมูลดังกล่าวไปหาข้อมูลจาก อปท. และวิเคราะห์เพิ่มเติมเพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานต่อไป
#แพลตฟอร์มกลาง #ท้องถิ่น #ดิจิทัล #สำนักงานกพร #OPDC