ข่าวสาร/กิจกรรม

การประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบราชการเกี่ยวกับการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล ครั้งที่ 2/2569

16 ก.พ. 2569
47
LINE NOTE 260216 1

         🎯 เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงาน ก.พ.ร. ได้จัดการประชุม อ.ก.พ.ร. เกี่ยวกับการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล ครั้งที่ 2/2569 ณ ห้องประชุม ก.พ.ร. ชั้น 5 สำนักงาน ก.พ.ร. และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Microsoft Team) โดยมีศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ เป็นประธานการประชุม

         📌สรุปประเด็นสำคัญจากการประชุม ได้ดังนี้

               1. รับทราบมติ ก.พ.ร. ในการประชุม ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 เรื่อง แพลตฟอร์มบริการรวมศูนย์เพื่อกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น ซึ่งเห็นชอบให้ อ.ก.พ.ร. เกี่ยวกับการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล ร่วมกับ อ.ก.พ.ร. เกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาระบบการบริหารราชการในส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น ศึกษารายละเอียดเชิงลึกเพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มบริการรวมศูนย์เพื่อกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น ก่อนนำผลการศึกษาเสนอ ก.พ.ร. พิจารณาต่อไป

                  📍ทั้งนี้ ที่ประชุมมีความเห็นเพิ่มเติมว่าควรต้องหารือรายละเอียดร่วมกันระหว่าง อ.ก.พ.ร. ทั้ง 2 คณะ เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินการร่วมกันต่อไป

               2. รับทราบความคืบหน้าการดำเนินการในการส่งเสริมหน่วยงานภาครัฐให้เป็นองค์กรดิจิทัลเต็มรูปแบบ: กรณีกรมบังคับคดี ซึ่งกรมบังคับคดีได้เริ่มดำเนินการขับเคลื่อนตามกรอบ MOU โดยมีแผนจะนำร่องใน 3 หน่วยงาน ตามขนาดที่แตกต่างกัน ได้แก่ สำนักงานบังคับคดีแพ่งกรุงเทพมหานคร 7 (ขนาดเล็ก) สำนักงานบังคับคดีจังหวัดสมุทรสงคราม (ขนาดกลาง) และสำนักงานบังคับคดีจังหวัดนนทบุรี (ขนาดใหญ่) โดยมีเป้าหมายให้ทั้ง 3 หน่วยงานนำร่อง สามารถจัดทำสำนวนอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบของสำนวนประเภทอายัดก่อน และขยายผลไปยังสำนวนทุกประเภทภายในปี พ.ศ. 2569 โดยกรมบังคับคดีมีประเด็นข้อติดขัดในส่วนของหน่วยงานที่ต้องติดต่อทั้งภาครัฐและเอกชนบางหน่วยงานไม่ยอมรับการส่งเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ผ่าน e-mail ซึ่งจะหารือกับสำนักงาน ก.พ.ร. เพื่อแก้ไขปัญหาในประเด็นนี้ต่อไป

                  📍ทั้งนี้ ที่ประชุมมีความเห็นเพิ่มเติมว่าการรับ-ส่งเอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่าน e-mail สามารถดำเนินการได้ตาม พ.ร.บ. ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2562 อยู่แล้ว ประเด็นข้อติดขัดดังกล่าวจึงไม่ได้เกิดจากการที่ไม่มีกฎหมายรองรับ แต่กรมบังคับคดี ควรหารือร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดแนวปฏิบัติที่เหมาะสม ดังนี้

                         – กรณีหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมที่ดิน ควรมีการกำหนด SLA สำหรับใช้เป็นแนวปฏิบัติในการรับ-ส่งเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ผ่าน e-mail ระหว่างกัน เพื่อให้เกิดความรัดกุม และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ปฏิบัติงาน
                         – กรณีหน่วยงานภาคเอกชนโดยเฉพาะภาคธนาคาร ควรมีการนำร่องในการรับ-ส่งเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ผ่าน e-mail กับ 2-3 ธนาคารหลัก เพื่อหาแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ก่อน แล้วจึงนำไปหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อกำหนดเป็นแนวปฏิบัติของธนาคารทุกแห่งต่อไป

               3. พิจารณาการขับเคลื่อนการให้บริการประชาชนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Service) : ระบบการอนุญาตวัตถุอันตราย ณ จุดเดียว (Hazardous Substance Single Submission : HSSS) (หน่วยงานหลัก: กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.))

                  ที่ประชุมพิจารณาแล้วเห็นว่า กรอ. ได้ตอบโจทย์ในการพัฒนาระบบ HSSS แล้ว โดยได้เชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบบูรณาการข้อมูลสารเคมีและวัตถุอันตรายเพื่อการบริหารจัดการสารเคมีและวัตถุอันตรายแห่งชาติ ร่วมกับ 4 หน่วยงาน ประกอบด้วย กรมปศุสัตว์ กรมประมง กรมวิชาการเกษตร และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมทั้งได้มีการนำข้อมูลจากระบบบูรณาการฯ ไปใช้ประโยชน์ อาทิ ใช้ประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมดูแลวัตถุอันตราย ใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนการปรับปรุงหลักเกณฑ์หรือแนวทางปฏิบัติ และกำหนดมาตรการเฝ้าระวังวัตถุอันตรายที่มีความเสี่ยง นอกจากนี้ ยังพัฒนาให้ระบบขออนุญาตวัตถุอันตรายของ กรอ. (HSSS-2024) สามารถให้บริการได้แบบ Fully Digital และเปิดให้บริการแบบออนไลน์ 100% ตั้งแต่เดือน ม.ค. 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งควรติดตามประเมินผลว่า ระบบดังกล่าวช่วยให้การดำเนินการรวดเร็วขึ้น และมีความคุ้มค่าในการลงทุนระบบหรือไม่ อย่างไร ทั้งนี้ หากรูปแบบการดำเนินงานดังกล่าวเป็นการพิสูจน์แนวคิด (Proof of Concept) ที่ประสบผลสำเร็จแล้ว หน่วยงานอื่นที่มีลักษณะงานใกล้เคียงกันก็ไม่ควรลงทุนพัฒนาระบบใหม่ที่ซ้ำซ้อน แต่ควรขยายผลจากต้นแบบเดิม เพื่อประหยัดงบประมาณ และสร้างมาตรฐานเดียวกันทั่วทั้งภาครัฐ รวมทั้งควรต้องใช้โครงสร้างพื้นฐานกลางของภาครัฐที่มีร่วมกันด้วย เช่น ศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลางภาครัฐ (Government Data Exchange : GDX)

                  📍โดยที่ประชุมมีมติ (1) รับทราบผลการดำเนินการของระบบ HSSS แผนการดำเนินการในระยะต่อไปของ กรอ. และ (2) เห็นชอบให้ กรอ. ดำเนินการตามแผนโดยไม่ต้องขับเคลื่อนเป็นงานบริการ Agenda

               4. พิจารณาการขับเคลื่อนการให้บริการประชาชนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Service) : ระบบการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เดินทาง (Ease of traveling) (หน่วยงานหลัก: สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (สป.กก.))

                  ที่ประชุมพิจารณาแล้วเห็นว่า สป.กก. ดำเนินการได้แล้วเสร็จตามแผนที่กำหนดไว้ ประกอบกับ อ.ก.พ.ร. เกี่ยวกับการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล เห็นชอบให้บูรณาการจัดทำแพลตฟอร์มดิจิทัลกลางท่องเที่ยวเมืองไทย โดยมีการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นเจ้าภาพ ซึ่งอยู่ระหว่างจัดทำกรอบหลักการ แนวทาง และขอบเขตการดำเนินงาน ร่วมกับสำนักงาน ก.พ.ร. เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินการต่อไป จึงเห็นควรยุติการขับเคลื่อนระบบการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เดินทาง (Ease of traveling) ในรูปแบบของงานบริการ Agenda ทั้งนี้ ให้สำนักงาน ก.พ.ร. พิจารณานำข้อมูลที่มีการจัดเก็บไว้จาก Agenda นี้ มาใช้ประโยชน์เชิงนโยบายด้วย และได้เน้นย้ำสำหรับแพลตฟอร์มดิจิทัลกลางท่องเที่ยวเมืองไทยให้ดำเนินการแบบบูรณาการอย่างแท้จริง ให้ออกแบบระบบโดยคำนึงถึงทั้งมิติภาครัฐและเอกชน กำหนดแนวทางการจัดเก็บข้อมูลให้ชัดเจน รวมทั้งออกแบบให้ผู้ใช้งานได้รับประโยชน์เพื่อให้เกิดการใช้งานอย่างต่อเนื่อง และให้รายงานความก้าวหน้าต่อที่ประชุมเป็นระยะด้วย

                  📍โดยที่ประชุมมีมติ (1) รับทราบผลการดำเนินการของระบบการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เดินทาง และแผนการดำเนินการในระยะต่อไปของ สป.กก. และ (2) เห็นชอบให้ยุติการขับเคลื่อนระบบการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เดินทาง (Ease of traveling) ในรูปแบบของงานบริการ Agenda

         #รัฐบาลดิจิทัล #eService #แพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง #ลดภาระประชาชน #อกพร #OPDC

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุ้กกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ปุ่มตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สำนักงาน ก.พ.ร. เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สำนักงาน ก.พ.ร. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลการใช้งาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้ ก.พ.ร. ทราบถึงการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของ ก.พ.ร. รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่น ๆ ก.พ.ร. ยังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานมากขึ้น ถึงแม้ว่า ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ ก.พ.ร. ไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมาย (Targeting Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของ ก.พ.ร. ทั้งนี้ หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของ ก.พ.ร. แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่น ๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน

บันทึกการตั้งค่า