ข่าวสาร/กิจกรรม

ก.พ.ร. เร่งขับเคลื่อนการป้องกันการทุจริตทั้งระบบเพื่อยกระดับ ดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) และเสริมความเชื่อมั่นภาครัฐ

25 ก.พ. 2569
82
กพร 2.69

         วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เพื่อพิจารณาแนวทางการป้องกันการทุจริตในภาครัฐทั้งระบบ และกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนการเพิ่มอันดับและคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perception Index: CPI) ของประเทศไทย ภายหลังผลการประเมินล่าสุดสะท้อนว่าประเทศไทยได้รับ 33 คะแนน อยู่ในอันดับที่ 116 ของโลก

         ที่ประชุมเห็นชอบแนวทางยกระดับอันดับดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ของประเทศไทยเชิงรุก โดยนำข้อเสนอแนะของ OECD มาเป็นแนวทางการขับเคลื่อน เน้นวางกรอบในการป้องกัน ระงับ และจัดการปัญหาการทุจริตอย่างเป็นระบบ เพื่อปิดช่องโหว่การทุจริตตลอดวงจร โดยแบ่งเป็น 3 มิติ ดังนี้

         1. ต้นน้ำ (ลดดุลพินิจ สร้างระบบกั้นโกง) เช่น

            🔹ยกระดับบริการภาครัฐสู่ E-Service แบบครบวงจร (End-to-End) โดยมีแผนเชื่อมโยง e-Service กับแพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง 2,899 บริการภายในปี 2570 และกำหนดให้เชื่อมโยงข้อมูลสำคัญข้ามหน่วยงานเพื่อสอบทานการทุจริต
            🔹ป้องกันระบบอุปถัมภ์ โดยนำระบบจริยธรรมมาใช้ในการสรรหาและเลื่อนตำแหน่งข้าราชการระดับสูงพร้อมบังคับใช้มาตรการเว้นวรรคหลังพ้นตำแหน่ง (Cooling-off period) อย่างเข้มงวด
            🔹ยกระดับการบังคับใช้มาตรการเปิดเผยข้อมูลโครงการก่อสร้างภาครัฐ (COST) และข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) เพื่อป้องกันการทุจริตเชิงนโยบาย

         2. กลางน้ำ (เฝ้าระวังและระงับเหตุก่อนจะเสียหาย) เช่น

            🔹เร่งผลักดันกฎหมายคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส (Whistleblower Act) เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้บุคคลที่กล้าเปิดเผยข้อมูลการทุจริต
            🔹สร้างระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning System) โดยเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงานตรวจสอบ เพื่อแจ้งเตือนความผิดปกติทางบัญชีและจัดซื้อจัดจ้างได้ทันที

         3. ปลายน้ำ (ลงโทษเด็ดขาด ขจัดวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด) เช่น

            🔹ยกระดับการตรวจสอบเส้นทางการเงิน แกะรอยสินทรัพย์ดิจิทัล (Cryptocurrency) และนอมินีต่างประเทศ
            🔹สร้างมาตรฐานกลางในการลงโทษทางวินัยให้เป็นระบบเดียวกันทั้งประเทศ เพิ่มผู้สอบสวนจากภายนอก และพิจารณาเปลี่ยนโทษอาญาเป็นโทษทางจริยธรรมสำหรับผู้บริหารระดับสูง

         ทั้งนี้ เพื่อให้การขับเคลื่อนมีเอกภาพจะต้องมี “กลไกกลางของประเทศ” ทำหน้าที่เชื่อมโยงหน่วยงานต่าง ๆ ในระบบการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตในภาพรวมของภาครัฐให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

          นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าในการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการประเมินสภาพแวดล้อมในการประกอบธุรกิจและการลงทุน (Business Ready: B-READY) ของธนาคารโลก โดยประเทศไทยจะเข้าสู่การประเมินในปี 2569  ซึ่งสำนักงาน ก.พ.ร. ได้นำผลการประเมินของ 101 เขตเศรษฐกิจที่ได้รับการประเมินไปแล้ว มาวิเคราะห์และเตรียมแผนขับเคลื่อนการปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการประกอบธุรกิจตามเกณฑ์การประเมิน B-READY ร่วมกับหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้อง

          สุดท้ายนี้ ที่ประชุมย้ำว่า การยกระดับคะแนน CPI นอกจากจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นต่อภาครัฐของไทย และภาพลักษณ์ความโปร่งใสของประเทศแล้ว ยังเอื้อต่อการตัดสินใจลงทุนของภาคเอกชนทั้งในและจากต่างประเทศ ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมรับการประเมิน B-READY ของธนาคารโลกด้วย

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุ้กกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ปุ่มตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สำนักงาน ก.พ.ร. เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สำนักงาน ก.พ.ร. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลการใช้งาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้ ก.พ.ร. ทราบถึงการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของ ก.พ.ร. รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่น ๆ ก.พ.ร. ยังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานมากขึ้น ถึงแม้ว่า ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ ก.พ.ร. ไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมาย (Targeting Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของ ก.พ.ร. ทั้งนี้ หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของ ก.พ.ร. แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่น ๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน

บันทึกการตั้งค่า