
เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 นายกุลิศ สมบัติศิริ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบราชการเกี่ยวกับการปรับปรุงระบบการเงินและงบประมาณ ครั้งที่ 2/2569 ณ ห้องประชุม ก.พ.ร. สำนักงาน ก.พ.ร. และผ่านระบบ MS Teams โดยที่ประชุมได้พิจารณาประเด็นสำคัญ ดังต่อไปนี้
🗂 ประเด็นการนำประกาศหลักเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้างเพื่อการวิจัยและพัฒนาและการให้บริการทางวิชาการของสถาบันอุดมศึกษาในระบบวิจัยและนวัตกรรมมาบังคับใช้กับองค์การมหาชนด้านวิจัยและนวัตกรรม จำนวน 7 แห่ง ที่ประชุมมีข้อสังเกตว่าพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มาตรา 7 (3) กำหนดให้ใช้กับสถาบันอุดมศึกษาโดยเฉพาะ จึงไม่สามารถ นำหลักเกณฑ์ดังกล่าวมาบังคับใช้กับองค์การมหาชนได้ โดยตรงอาจต้องพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าวโดยการตราเป็นพระราชกฤษฎีกา เพื่อให้สามารถบังคับใช้ได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาของที่ประชุมสภานโยบาย การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติแล้วและอยู่ระหว่างการส่งเรื่องไปยังกรมบัญชีกลางเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐตามขั้นตอนต่อไป
กรมบัญชีกลางจะดำเนินการตามขั้นตอนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป
📑 ประเด็นข้อเสนอการปรับปรุงวิธีการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีเฉพาะเจาะจงสำหรับวงเงินไม่เกิน 50,000 บาท โดยเห็นว่ากระบวนการในปัจจุบันยังมีหลายขั้นตอนและต้องใช้เอกสารประกอบจำนวนมาก จึงมีข้อเสนอให้พิจารณาจัดทำแบบฟอร์มมาตรฐานเพื่อลดขั้นตอนและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ปฏิบัติงาน โดยเฉพาะหน่วยงานขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมเห็นควรให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานผู้ปฏิบัติ หน่วยตรวจสอบ ในการดำเนินการตามแนวทาง ว. 804 การจัดซื้อวงเงินไม่เกิน 50,000 บาท เพื่อให้ทราบถึงปัญหาในการดำเนินการ และพิจารณาแบบฟอร์มมาตรฐาน ร่วมกับกรมบัญชีกลาง เพื่อลดจำนวนเอกสารและมีแบบฟอร์มมาตรฐานที่นำไปใช้ได้จริงและอำนวยความสะดวกให้ในการปฏิบัติงาน โดยให้นำเสนอ อ.ก.พ.ร. พิจารณาอีกครั้ง
💡 ประเด็นบัญชีสินค้านวัตกรรมที่ประชุมมีข้อสังเกตว่า สินค้าบางรายการอาจไม่เข้าลักษณะนวัตกรรมแล้ว เนื่องจากมีการผลิตเชิงพาณิชย์อย่างแพร่หลาย จึงควรมีการทบทวนบัญชีดังกล่าวเพื่อเปิดโอกาสให้สินค้านวัตกรรมที่แท้จริงหรือนวัตกรรมใหม่เข้าสู่ระบบ และลดความเสี่ยงต่อการใช้จ่ายงบประมาณอย่างไม่มีประสิทธิภาพต่อไป. ทั้งนี้ สำนักงาน ก.พ.ร. จะประสานกรมบัญชีกลาง สำนักงบประมาณ และ สวทช. เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขประเด็นดังกล่าวต่อไป