
🎯เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 สำนักงาน ก.พ.ร. ได้จัดการประชุม อ.ก.พ.ร. เกี่ยวกับการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล ครั้งที่ 3/2569 ณ ห้องประชุม ก.พ.ร. ชั้น 5 สำนักงาน ก.พ.ร. และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Microsoft Team) โดยมีศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ เป็นประธานการประชุม
📌สรุปประเด็นสำคัญจากการประชุม ได้ดังนี้
1. รับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับการยกระดับการทำธุรกรรมนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) ที่ได้มีการศึกษารูปแบบและแนวทางในการพัฒนาแพลตฟอร์มสนับสนุนการทำธุรกรรมนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ (Integrated Document Signing Platform: IDSP) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มต้นแบบ เพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือของธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์สำหรับนิติบุคคล โดยรองรับการยืนยันตัวตน ลงลายมือชื่อดิจิทัล (Digital Signature) ตราประทับ และการเสียอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Stamp Duty) ได้ครบวงจรในที่เดียว ซึ่งปัจจุบัน สพธอ. อยู่ระหว่างขั้นตอนของการนำระบบ IDSP ต้นแบบที่ได้พัฒนาขึ้นไปทดลองใช้ในรูปแบบ Sandbox ร่วมกับภาคเอกชน และหน่วยงานภาครัฐนำร่อง อาทิ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมสรรพากร กรมธุรกิจพลังงาน โดยผ่านมาตรฐานของ โดยคาดว่า สพธอ. จะกำหนดมาตรฐานของระบบแล้วเสร็จและมีภาคเอกชนพัฒนาและเปิดให้บริการได้จริงในเชิงธุรกิจประมาณช่วงเดือนกรกฎาคม 2569
📍ทั้งนี้ ที่ประชุมมีความเห็นเพิ่มเติมว่า ระบบ IDSP ที่ สพธอ. พัฒนาต้นแบบ หากสามารถเปิดให้บริการได้จริงจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับนิติบุคคลโดยเฉพาะภาคธุรกิจ และเป็นการส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐสามารถให้บริการแก่นิติบุคคลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างเต็มรูปแบบ แต่ทั้งนี้ ระบบนิเวศที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมนิติบุคคลมีรายละเอียดทั้งในเรื่องของกระบวนการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องค่อนข้างมาก จึงมีความเห็นและข้อสังเกต ดังนี้
– ที่ผ่านมา สพร. ได้มีการดำเนินการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการใช้งานระบบมอบอำนาจทางอิเล็กทรอนิกส์ แต่จากการศึกษาพบว่าระบบมีความซับซ้อน จึงต้องปรับปรุงกระบวนการและเทคนิคใหม่รวมถึงต้องมีการพัฒนาระบบให้เกิดการเชื่อมโยงไปยังฐานข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อตรวจสอบอำนาจกรรมการได้แบบอัตโนมัติ ทั้งนี้ สพร. จะร่วมจัดทำ Sandbox กับ สพธอ. โดยจะใช้ Biz Portal เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อในส่วนของการให้บริการระหว่างภาคธุรกิจกับหน่วยงานภาครัฐ (B2G) ของระบบ IDSP
– การมอบอำนาจของนิติบุคคล ถือเป็นกิจกรรมที่นิติบุคคลโดยเฉพาะในภาคธุรกิจต้องดำเนินการเป็นปกติอยู่แล้ว และมี Transaction ต่อวันสูง แต่การมอบอำนาจนิติบุคคลในปัจจุบันมีรายละเอียดที่ค่อนข้างมาก เช่น การมอบอำนาจช่วง หรือการมอบอำนาจให้แก่กรรมการที่ต้องลงนามรับรองร่วมกันมากกว่า 1 คน ตลอดจนการตรวจสอบสถานะการมอบอำนาจว่าผู้รับมอบอำนาจยังมีอำนาจดังกล่าวอยู่หรือไม่ หรือมีการเพิกถอนอำนาจของผู้รับมอบก่อนที่จะทำธุรกรรมหรือไม่ ซึ่งต้องตรวจสอบได้แบบทันที (Real Time) ดังนั้นการจัดทำระบบฯ ต้องสามารถรองรับกระบวนการที่ซับซ้อนได้ในทุกมิติ และระบบที่สร้างขึ้นต้องความสะดวกให้แก่นิติบุคคลในการลดขั้นตอน และลดระยะเวลา อันจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้นิติบุคคลตัดสินใจเข้ามาใช้งานระบบ
– ในการพัฒนาและออกแบบระบบ IDSP ควรคำนึงถึงนิติบุคคลประเภทอื่นนอกเหนือจากผู้ประกอบการที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เช่น มูลนิธิ หรือสมาคม ที่จดทะเบียนกับกรมการปกครองด้วย
– ควรมีการศึกษาแนวทางและประมาณการค่าธรรมเนียมการใช้งานระบบ IDSP ที่เหมาะสม ซึ่งจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบว่าใครจะเป็นผู้ชำระค่าธรรมเนียม โดยเฉพาะการทำธุรกรรมระหว่างนิติบุคคลกับหน่วยงานภาครัฐ แต่ทั้งนี้ ในส่วนของภาคเอกชนด้วยกัน (B2B) อาจมีกลไกที่จะให้มีการสร้างข้อตกลงเรื่องค่าใช้จ่ายร่วมกันผ่านระบบว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมหรือร่วมจ่ายในสัดส่วนเท่าใด ทั้งนี้ สพธอ. ชี้แจงเพิ่มเติมว่ายังไม่ได้มีการศึกษา Business Model ที่ชัดเจนในประเด็นค่าธรรมเนียม แต่มีแนวคิดในเบื้องต้นว่าผู้ที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมระบบควรเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการทำธุรกรรมในครั้งนี้เป็นหลัก
– สำนักงาน ก.พ.ร. สพธอ, และ สพร. ในฐานะหน่วยงานกลาง ควรทำให้นิติบุคคลเห็นประโยชน์หากระบบ IDSP เกิดขึ้นได้จริง โดยต้องมีการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้เพื่อให้นิติบุคคลเข้ามาใช้งานมากที่สุด รวมถึงควรสร้างความเข้าใจกับหน่วยงานภาครัฐว่า สพธอ. อยู่ระหว่างการดำเนินการพัฒนาระบบ IDSP เพื่อไม่ให้เกิดการลงทุนในส่วนนี้ที่ซ้ำซ้อนกันและหน่วยงานราชการต่าง ๆ สามารถเห็นภาพรวมและประโยชน์ของการเชื่อมต่อระบบบริการของหน่วยงานกับระบบ IDSP ที่จะเกิดขึ้น
2. รับทราบความคืบหน้าการดำเนินการในการส่งเสริมหน่วยงานภาครัฐให้เป็นองค์กรดิจิทัลเต็มรูปแบบ: กรณีกรมบังคับคดี
โดยกรมบังคับคดีคาดว่าจะปรับปรุงขั้นตอนการทำงาน (Flow) และพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม 2569 และจะเริ่มนำร่องระบบสำนวนคดีอิเล็กทรอนิกส์ในสำนักงานบังคับคดีแพ่งกรุงเทพมหานคร 7 (ขนาดเล็ก) และสำนักงานบังคับคดีจังหวัดนนทบุรี (ขนาดใหญ่) ในเดือนมิถุนายน 2569 และขยายผลไปยังสำนักงานบังคับคดีจังหวัดสมุทรสงคราม (ขนาดกลาง) ในเดือนสิงหาคม 2569 เนื่องจากต้องมีการหารือกับหลายกลุ่มงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ส่งผลให้ต้องมีการปรับแผนการดำเนินงานจากเดิมที่กำหนดให้ปรับปรุงขั้นตอนการทำงานให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2569 อย่างไรก็ตาม ยังคงสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายของปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
📍ทั้งนี้ ที่ประชุมมีความเห็นเพิ่มเติมว่า สำนักงาน ก.พ.ร. ควรกำกับติดตามการดำเนินงานให้อยู่ในกรอบระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในแผนฯ โดยอาจศึกษาแนวปฏิบัติที่ดีของการบริหารจัดการโครงการของประเทศสิงคโปร์ ที่สามารถบริหารโครงการ e-Court ได้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 1 ปี 6 เดือน จากเดิมที่กำหนดไว้ 3 ปี
3. พิจารณาการขับเคลื่อนการให้บริการประชาชนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Service) : หนึ่งรหัสหนึ่งผู้ประกอบการ (One Identification : ID One SMEs) (หน่วยงานหลัก: สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.))
ที่ประชุมพิจารณาแล้วเห็นว่า สสว. ได้พัฒนาระบบสำหรับการขึ้นทะเบียน SMEs One ID เรียบร้อยแล้ว โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบการ SME ทั้งบุคคลธรรมดา วิสาหกิจชุมชน และนิติบุคคลลงทะเบียนแล้วจำนวน 1,101,624 ราย และมีแผนดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการ SME ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนเข้ามาลงทะเบียน SMEs One ID เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ SME สามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์จากภาครัฐได้อย่างทั่วถึงยิ่งขึ้น
📍ทั้งนี้ ที่ประชุมมีความเห็นเพิ่มเติม ดังนี้
🔹การขึ้นทะเบียน SMEs One ID ควรมุ่งเน้นการเชื่อมโยงหรือใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐาน Digital ID ที่มีอยู่แล้ว เพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อน รวมถึงต้องสามารถเชื่อมโยงกับบริการอื่นที่ต้องใช้ Digital ID ของผู้ประกอบการ SME ได้ เช่น ระบบ IDSP ที่จะนำมาใช้กับนิติบุคคล เพื่อให้เป็นภาพรวมการขับเคลื่อนด้าน Digital ID ของประเทศ และสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์และบริการภาครัฐได้ต่อไป
🔹การรวบรวมข้อมูลผู้ประกอบการ SME ที่ได้รับการส่งเสริมจากงบประมาณของภาครัฐที่มีการกระจายไปยังหน่วยงานอื่น สสว. อาจใช้กลไกการกำกับติดตามเช่นเดียวกับกลไกของงบบูรณาการได้ โดยอาจกำหนดข้อมูลที่ต้องการให้หน่วยงานนั้นจัดเก็บ และส่งต่อให้ สสว. เพื่อให้มีข้อมูลสำหรับนำไปใช้วิเคราะห์และวางแผนการส่งเสริมสนับสนุนต่อไปได้
🔹การขับเคลื่อนการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลผู้ประกอบการ SME (Data Sharing) โดยอาจดำเนินการร่วมกับสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) (BDI) และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (DGA) ในการออกแบบและจัดทำมาตรฐานที่เกี่ยวข้องในการเชื่อมโยงข้อมูลดังกล่าวได้
🔹พิจารณาแนวทางที่จะได้มาซึ่งข้อมูลของผู้ประกอบการ SME เพิ่มเติม เช่น กรณีนิติบุคคล ที่ต้องจดทะเบียนนิติบุคคลที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าอยู่แล้ว สามารถระบุเพิ่มในข้อมูลการจดทะเบียนได้หรือไม่ ว่าเป็นผู้ประกอบการ SME
📍โดยที่ประชุมมีมติ (1) รับทราบผลการดำเนินการหนึ่งรหัสหนึ่งผู้ประกอบการ (One Identification : ID One SMEs) และแผนการดำเนินการให้บริการประชาชนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Service) ของ สสว. และ (2) เห็นชอบให้ สสว. ดำเนินการตามแผนการให้บริการประชาชนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Service) ของหน่วยงาน โดยไม่ต้องขับเคลื่อนเป็นงานบริการ Agenda
#รัฐบาลดิจิทัล #eService #แพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง #ลดภาระประชาชน #อกพร #OPDC