ประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกภาคีเครือข่ายภาครัฐระบบเปิด (Open Government Partnership : OGP) อย่างเป็นทางการ

27 ม.ค. 2569
2
01

         วันนี้ (27 มกราคม 2569) ประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกภาคีเครือข่ายภาครัฐระบบเปิด (Open Government Partnership : OGP) อย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งถือเป็นความพยายามต่อเนื่องกว่า 7 ปี OGP ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 70 ประเทศทั่วโลก และประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกในลำดับที่ 12 ของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก สะท้อนถึงการก้าวเข้าสู่ระดับมาตรฐานสากล

         OGP คืออะไร ?

         OGP หรือ ภาคีเครือข่ายภาครัฐระบบเปิด คือ ความร่วมมือพหุภาคีระดับนานาชาติ มุ่งเน้น “รัฐบาลที่เปิดให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานกับภาครัฐ”

         ประโยชน์จากการเข้าร่วมเป็นสมาชิก OGP

                  1. ความโปรงใส : ส่งเสริมการเปิดเผยข้อมูล และเข้าถึงข้อมูลการทำงานภาครัฐได้
                  2. การมีส่วนร่วม: เสริมสร้างการมีส่วนร่วมในการออกแบบนโยบายสาธารณะร่วมกับภาครัฐ
                  3. ความรับผิดชอบของภาครัฐ : ยกระดับความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมาย

         ก้าวต่อไปรัฐบาลไทยในการเป็นสมาชิก OGP

                  – ขับเคลื่อนภาครัฐระบบเปิดอย่างเป็นรูปธรรม
                  – ยกระดับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
                  – เสริมสร้างกระบวนการยุติธรรมให้เข้มแข็ง
                  – บริหารงบประมาณได้อย่างโปร่งใสตรวจสอบได้
                  – เปิดพื้นที่ให้ประชาชนและทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการกำหนดนโยบาย

         การเข้าเป็นสมาชิก OGP ไม่ใช่จุดหมายปลายทาง แต่คือ “จุดเริ่มต้น” ของการสร้างภาครัฐที่เปิดกว้างและเป็นของประชาชนเพื่อสร้างสังคมที่เท่าเทียมและเติบโตไปพร้อมกัน

         ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงได้ที่ :

         #OGP #OGPThailand #OpenGovernment #OPDC #สำนักงานกพร #ภาครัฐระบบเปิด

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุ้กกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ปุ่มตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สำนักงาน ก.พ.ร. เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สำนักงาน ก.พ.ร. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลการใช้งาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้ ก.พ.ร. ทราบถึงการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของ ก.พ.ร. รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่น ๆ ก.พ.ร. ยังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานมากขึ้น ถึงแม้ว่า ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ ก.พ.ร. ไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมาย (Targeting Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของ ก.พ.ร. ทั้งนี้ หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของ ก.พ.ร. แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่น ๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน

บันทึกการตั้งค่า