สำนักงาน ก.พ.ร. หารือร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่ายภาครัฐระบบเปิด (OGP) เรื่องแนวทางการจัดทำแผน NAP ของประเทศไทย

13 มี.ค. 2569
12
01 29

         วันที่ 12 มีนาคม 2569 นางสาวอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการ ก.พ.ร. พร้อมด้วยนางอารีย์พันธ์ เจริญสุข ที่ปรึกษาอาวุโส สำนักงาน ก.พ.ร. นายธนศักดิ์ มังกโรทัย รองเลขาธิการ ก.พ.ร. นายสุมิทธิ์ เกศวพิทักษ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบบริหารงานส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่กองพัฒนาระบบบริหารงานส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น ได้ประชุมหารือร่วมกับ Ms. Swati Mehta หัวหน้าภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก และนางสาวกมลวรรณ ปัญญาเสวนามิตร ที่ปรึกษาด้านนโยบายและความร่วมมือ เพื่อหารือเกี่ยวกับ Next Step ของประเทศไทยในการขับเคลื่อน OGP รวมถึงประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับการดำเนินการที่เกี่ยวข้องของสำนักงาน ก.พ.ร. โดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้

         1. การขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการแห่งชาติ (National Action Plan: NAP) สามารถบูรณาการเข้ากับการดำเนินงานของภาครัฐได้ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นโครงการพิเศษหรืองานที่อยู่นอกเหนือจากภารกิจปกติของหน่วยงาน อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือแนวทางและวิธีการทำงานที่จะช่วยขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติหรือประเด็นสำคัญที่มีอยู่เดิม ให้มีความโปร่งใส เปิดโอกาสให้มีส่วนร่วม และสามารถตรวจสอบได้มากยิ่งขึ้น

         2. การขับเคลื่อนแผน NAP ให้ความสำคัญกับกระบวนการสื่อสาร (Communications) และการรับฟังความคิดเห็น (Consultations) กับภาคประชาสังคม (CSOs) เพื่อสร้างความเข้าใจและเปิดช่องทางให้ทุกภาคส่วนสามารถร่วมให้ข้อเสนอแนะต่อการจัดทำแผน NAP ได้อย่างชัดเจน โดยอาจจัดทำพื้นที่ออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ เพื่อเป็น “คลังข้อมูลกลาง (Online Repository)” สำหรับเผยแพร่กำหนดการ (Timeline) ขั้นตอนของกระบวนการสร้างสรรค์ร่วมกัน (Co-Creation) และช่องทางที่ประชาชนสามารถเข้ามาเสนอความคิดเห็นได้อย่างชัดเจน เพื่อลดความสับสนและป้องกันความรู้สึกว่าถูกกีดกันออกจากการมีส่วนร่วม

         3. หัวใจสำคัญของกระบวนการสร้างสรรค์ร่วมกัน (Co-Creation) คือการตอบสนองต่อทุกข้อเสนอแนะ หากข้อเสนอใดไม่สามารถนำไปบรรจุไว้ในแผนได้ หน่วยงานภาครัฐควรชี้แจงเหตุผลอย่างชัดเจนและเปิดเผยต่อสาธารณะ เช่น ข้อจำกัดด้านงบประมาณ หรือไม่สอดคล้องกับลำดับความสำคัญทางนโยบายในช่วงเวลานั้น การสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้จะช่วยสร้าง “ความไว้วางใจ” (Trust) ระหว่างภาครัฐและภาคส่วนต่าง ๆ แม้จะอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองก็ตาม

         4. การสร้างความยั่งยืนของการดำเนินงาน OGP จำเป็นต้องมีการจัดวางโครงสร้างองค์กร รวมถึงการสนับสนุนด้านบุคลากรและงบประมาณอย่างเหมาะสม เพื่อให้การดำเนินงานสามารถเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง OGP จึงแนะนำให้มีการ “สร้างกลไกเชิงสถาบัน” (Institutionalization) เช่น การออกมติคณะรัฐมนตรีเพื่อมอบหมายให้สำนักงาน ก.พ.ร. ทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการจัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างภาครัฐและภาคประชาสังคม (Multistakeholder Forum: MSF) นอกจากนี้ ควรกำหนดให้มีเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบงานนี้โดยตรง พร้อมกำหนดไว้ในตัวชี้วัด (KPI) ของหน่วยงาน และพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนการเดินทางหรือการจัดประชุมของทุกภาคส่วนโดยเฉพาะภาคประชาสังคม เพื่อให้การมีส่วนร่วมเกิดขึ้นได้จริงในทางปฏิบัติ

         5. ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมคือ ประเทศไทยควรเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ (Start Small) และไม่จำเป็นต้องดำเนินการทุกอย่างพร้อมกันในคราวเดียว โดยสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ของประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ฟิลิปปินส์หรืออินโดนีเซีย ซึ่งเข้าร่วม OGP มานานกว่า 15 ปี ในระยะเริ่มต้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำให้กระบวนการดำเนินงาน (Journey) เป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และเปิดกว้าง มากกว่าการมุ่งเน้นเพียงผลลัพธ์ของแผนงานเท่านั้น

         Next Steps  : สำนักงาน ก.พ.ร. ดำเนินการจัดทำ (ร่าง) แผนปฏิบัติการแห่งชาติ (National Action Plan: NAP) โดยรวบรวมข้อเสนอแนะจากการระดมความคิดเห็นของภาคส่วนต่าง ๆ และดำเนินการรับฟังความคิดเห็นต่อ (ร่าง) แผน NAP ผ่านการประชุมทั้งในรูปแบบ Onsite และ Online เพื่อนำข้อเสนอแนะมาปรับปรุงและพัฒนาแผน NAP ให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ก่อนจัดทำเป็น แผน NAP ฉบับสมบูรณ์ต่อไป

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุ้กกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ปุ่มตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สำนักงาน ก.พ.ร. เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สำนักงาน ก.พ.ร. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลการใช้งาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้ ก.พ.ร. ทราบถึงการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของ ก.พ.ร. รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่น ๆ ก.พ.ร. ยังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานมากขึ้น ถึงแม้ว่า ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ ก.พ.ร. ไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมาย (Targeting Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของ ก.พ.ร. ทั้งนี้ หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของ ก.พ.ร. แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่น ๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน

บันทึกการตั้งค่า