
วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน (กพม.) ให้แนวทางการพัฒนาองค์การมหาชนในระยะต่อไปให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล โดยจะให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ในเชิงสาธารณะ การบูรณาการการทำงานร่วมกัน การปรับปรุงกลไกด้านกฎหมาย และการเสริมสร้างธรรมาภิบาลให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ กพม. ได้พิจารณาวาระสำคัญ เช่น
🔹ยุทธศาสตร์การพัฒนาองค์การมหาชน พ.ศ. 2569 – 2570 ที่่มุ่งเน้นการยกระดับองค์การมหาชนให้ตอบโจทย์ประเทศและนโยบายรัฐ ผ่าน 3 ยุทธศาสตร์หลัก 1) ขับเคลื่อนนโยบายของรัฐและภารกิจสำคัญของประเทศ 2) ยกระดับธรรมาภิบาล การมีส่วนร่วม และความโปร่งใส 3) เพิ่มขีดความสามารถด้วยนวัตกรรมและดิจิทัลรวมทั้งกำหนดกลไกการขับเคลื่อนให้มีทิศทางที่ชัดเจนตามประเด็นสำคัญของประเทศ ยกระดับการทำงานเพื่อเร่งผลักดันไทยเข้าสู่การเป็นสมาชิก OECD และเสริมสร้างการบูรณาการการทำงานร่วมกันในลักษณะคลัสเตอร์และระบบนิเวศ เพื่อมุ่งสู่ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับเป็นสำคัญ
🔹ร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (ฉบับที่ …) พ.ศ. …. โดยเห็นชอบการปรับปรุงโครงสร้างการกำกับดูแลสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเพื่อบูรณาการการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัลของประเทศและสร้างความเป็นเอกภาพมากยิ่งขึ้นตามที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายรัฐบาลไว้
🔹ทบทวนหลักเกณฑ์การสรรหาประธานกรรมการและกรรมการในคณะกรรมการองค์การมหาชน และผู้อำนวยการองค์การมหาชน เพื่อลดข้อจำกัดของกระบวนการสรรหาเดิม เพิ่มความคล่องตัว ความโปร่งใส รวมทั้งได้นำแนวคิดสมรรถนะหลัก (Skill Matrix) มาใช้ประกอบการพิจารณา เพื่อยกระดับธรรมาภิบาลของกระบวนการสรรหาคณะกรรมการองค์การมหาชน และสนับสนุนให้องค์การมหาชนสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
🔹รายงานการพัฒนาและประเมินผลองค์การมหาชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ที่แสดงผลลัพธ์การขับเคลื่อนองค์การมหาชนในภาพรวม ผ่านกลไกการพัฒนา ส่งเสริม และการกำกับติดตามอย่างเป็นระบบให้สอดคล้องกับบทบาทของแต่ละองค์การมหาชนในการสนับสนุนการพัฒนาประเทศทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน พร้อมทั้งนำเสนอแนวทางการพัฒนาและยกระดับกลไกการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับบริบทการเปลี่ยนแปลงและตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาประเทศในระยะต่อไป