
📌 เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 สำนักงาน ก.พ.ร. จัดประชุมหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่องการแบ่งปันข้อมูลเครดิตข้ามพรมแดน ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อหารือแนวทางยกระดับการแลกเปลี่ยนข้อมูลเครดิตข้ามพรมแดนให้สอดคล้องกับเกณฑ์ B-READY โดยมีนางอารีย์พันธ์ เจริญสุข ที่ปรึกษาอาวุโส สำนักงาน ก.พ.ร. และนายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับระบบการชำระเงินและคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย พร้อมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม สรุปประเด็นสำคัญของการประชุมได้ดังนี้
1. ความสำคัญของการแบ่งปันข้อมูลเครดิตข้ามพรมแดน
การแบ่งปันข้อมูลเครดิตข้ามพรมแดนช่วยให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SME ที่ไปลงทุนในต่างประเทศ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้สะดวกขึ้น โดยใช้ข้อมูลเครดิตจากประเทศต้นทางประกอบการพิจารณา ลดข้อจำกัดด้านข้อมูลและเพิ่มความเชื่อมั่นให้สถาบันการเงิน ทั้งนี้ เกณฑ์ B-READY ด้าน Financial Services จะประเมินใน 3 มิติหลัก ได้แก่ การมีกฎหมายรองรับ มาตรการคุ้มครองข้อมูล และการมีการดำเนินการจริงในการแลกเปลี่ยนข้อมูล
2. สถานะและประเด็นท้าทายของไทยด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลเครดิตข้ามพรมแดนตามเกณฑ์ B-READY ดังนี้
2.1 ประเทศไทยยังไม่มีระบบหรือกลไกในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเครดิตข้ามพรมแดนอย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากข้อจำกัดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.ศ. 2545 โดยเฉพาะนิยามในมาตรา 3 และหลักเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลตามมาตรา 20 ซึ่งกำหนดให้เปิดเผยข้อมูลได้เฉพาะสมาชิกภายในประเทศ และต้องประมวลผลข้อมูลภายในราชอาณาจักร ส่งผลให้ยังไม่สามารถดำเนินการในรูปแบบ MOU หรือเชื่อมโยงข้อมูลกับต่างประเทศได้
2.2 แนวปฏิบัติที่ดีของต่างประเทศ พบว่ามีแนวปฏิบัติที่หลากหลาย เช่น
🔹อาเซอร์ไบจาน มีกฎหมาย และPlatform กลางรองรับสำหรับแลกเปลี่ยนข้อมูล
🔹สิงคโปร์และกัมพูชาใช้ MOU ซึ่งเป็นกลไกทางการบริหารในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเครดิตระหว่างประเทศ ช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SME ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนในประเทศปลายทางได้สะดวกขึ้น
2.3 ประเทศไทยยังมีข้อจำกัดเชิงระบบหลายด้าน ได้แก่ ข้อจำกัดด้านกฎหมายและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ความกังวลเกี่ยวกับมาตรฐานและการกำกับดูแลข้อมูลของประเทศปลายทาง การขาดระบบรองรับการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างประเทศ และข้อมูลความต้องการใช้งานของภาคธุรกิจที่ยังไม่ชัดเจน
3. มุมมองของธนาคารแห่งประเทศไทย มีดังนี้
3.1 ในเชิงกฎหมาย เห็นว่าประเด็นดังกล่าวมีความสำคัญและอาจจำเป็นในอนาคต อย่างไรก็ดี ปัจจุบันยังไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากข้อจำกัดทางกฎหมาย และไม่สามารถใช้ MOU แทนกฎหมายได้ อีกทั้งข้อมูลเครดิตเป็นข้อมูลอ่อนไหว จึงมีความเสี่ยงด้านการคุ้มครองข้อมูลและบทลงโทษ
3.2 ในเชิงปฏิบัติ เห็นว่ากลไกดังกล่าวอาจช่วยผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SME ในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันความจำเป็นยังไม่ชัดเจน เนื่องจากธุรกิจขนาดใหญ่ไม่ได้ใช้ข้อมูลเครดิตเป็นปัจจัยหลัก และผู้ประกอบการไทยมักใช้ธนาคารไทยหรือพันธมิตรในต่างประเทศอยู่แล้ว
✅ สำนักงาน ก.พ.ร. มีแนวทางการดำเนินการต่อไป ดังนี้
1) ในระยะสั้น จะพิจารณาปริมาณความต้องการ (Demand) ของภาคธุรกิจในการใช้ข้อมูลเครดิตเพื่อเข้าถึงแหล่งเงินทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะ SME เพื่อประเมินความคุ้มค่าเชิงนโยบาย พร้อมดำเนินแนวทางที่ไม่ขัดกฎหมาย เช่น การให้ลูกหนี้ขอและส่งข้อมูลด้วยตนเอง การยอมรับข้อมูลภายในเครือสถาบันการเงินเดียวกัน และการพัฒนากลไกรับรองความน่าเชื่อถือของข้อมูล
2) ในระยะยาว จะศึกษาความเป็นไปได้ในการปรับปรุงกฎหมายข้อมูลเครดิตเพื่อรองรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลข้ามพรมแดนอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงความเสี่ยงด้านการคุ้มครองข้อมูล และใช้แนวทาง Selective Adoption โดยเลือกแนวปฏิบัติที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศ
#B-READY #BusinessEnvironment #OPDC #GoodGovernance #ธนาคารโลก #Financial Services #Cross-borderCreditDataSharing #BOT #OPDC