ข่าวสาร/กิจกรรม

การประชุมหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่องการแบ่งปันข้อมูลเครดิตข้ามพรมแดน ภายใต้การประเมิน B-READY ด้านบริการทางการเงิน (Financial Services) ของธนาคารโลก

6 พ.ค. 2569
15
LINE NOTE 260506 1

         📌 เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 สำนักงาน ก.พ.ร. จัดประชุมหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่องการแบ่งปันข้อมูลเครดิตข้ามพรมแดน ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อหารือแนวทางยกระดับการแลกเปลี่ยนข้อมูลเครดิตข้ามพรมแดนให้สอดคล้องกับเกณฑ์ B-READY โดยมีนางอารีย์พันธ์ เจริญสุข ที่ปรึกษาอาวุโส สำนักงาน ก.พ.ร. และนายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับระบบการชำระเงินและคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย พร้อมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม สรุปประเด็นสำคัญของการประชุมได้ดังนี้

         1. ความสำคัญของการแบ่งปันข้อมูลเครดิตข้ามพรมแดน

                  การแบ่งปันข้อมูลเครดิตข้ามพรมแดนช่วยให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SME ที่ไปลงทุนในต่างประเทศ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้สะดวกขึ้น โดยใช้ข้อมูลเครดิตจากประเทศต้นทางประกอบการพิจารณา ลดข้อจำกัดด้านข้อมูลและเพิ่มความเชื่อมั่นให้สถาบันการเงิน ทั้งนี้ เกณฑ์ B-READY ด้าน Financial Services จะประเมินใน 3 มิติหลัก ได้แก่ การมีกฎหมายรองรับ มาตรการคุ้มครองข้อมูล และการมีการดำเนินการจริงในการแลกเปลี่ยนข้อมูล

         2. สถานะและประเด็นท้าทายของไทยด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลเครดิตข้ามพรมแดนตามเกณฑ์ B-READY ดังนี้

                  2.1 ประเทศไทยยังไม่มีระบบหรือกลไกในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเครดิตข้ามพรมแดนอย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากข้อจำกัดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.ศ. 2545 โดยเฉพาะนิยามในมาตรา 3 และหลักเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลตามมาตรา 20 ซึ่งกำหนดให้เปิดเผยข้อมูลได้เฉพาะสมาชิกภายในประเทศ และต้องประมวลผลข้อมูลภายในราชอาณาจักร ส่งผลให้ยังไม่สามารถดำเนินการในรูปแบบ MOU หรือเชื่อมโยงข้อมูลกับต่างประเทศได้
                  2.2 แนวปฏิบัติที่ดีของต่างประเทศ พบว่ามีแนวปฏิบัติที่หลากหลาย เช่น

                           🔹อาเซอร์ไบจาน มีกฎหมาย และPlatform กลางรองรับสำหรับแลกเปลี่ยนข้อมูล
                           🔹สิงคโปร์และกัมพูชาใช้ MOU ซึ่งเป็นกลไกทางการบริหารในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเครดิตระหว่างประเทศ ช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SME ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนในประเทศปลายทางได้สะดวกขึ้น
                  2.3 ประเทศไทยยังมีข้อจำกัดเชิงระบบหลายด้าน ได้แก่ ข้อจำกัดด้านกฎหมายและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ความกังวลเกี่ยวกับมาตรฐานและการกำกับดูแลข้อมูลของประเทศปลายทาง การขาดระบบรองรับการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างประเทศ และข้อมูลความต้องการใช้งานของภาคธุรกิจที่ยังไม่ชัดเจน

         3. มุมมองของธนาคารแห่งประเทศไทย มีดังนี้

                  3.1 ในเชิงกฎหมาย เห็นว่าประเด็นดังกล่าวมีความสำคัญและอาจจำเป็นในอนาคต อย่างไรก็ดี ปัจจุบันยังไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากข้อจำกัดทางกฎหมาย และไม่สามารถใช้ MOU แทนกฎหมายได้ อีกทั้งข้อมูลเครดิตเป็นข้อมูลอ่อนไหว จึงมีความเสี่ยงด้านการคุ้มครองข้อมูลและบทลงโทษ
                  3.2 ในเชิงปฏิบัติ เห็นว่ากลไกดังกล่าวอาจช่วยผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SME ในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันความจำเป็นยังไม่ชัดเจน เนื่องจากธุรกิจขนาดใหญ่ไม่ได้ใช้ข้อมูลเครดิตเป็นปัจจัยหลัก และผู้ประกอบการไทยมักใช้ธนาคารไทยหรือพันธมิตรในต่างประเทศอยู่แล้ว

         ✅ สำนักงาน ก.พ.ร. มีแนวทางการดำเนินการต่อไป ดังนี้

                  1) ในระยะสั้น จะพิจารณาปริมาณความต้องการ (Demand) ของภาคธุรกิจในการใช้ข้อมูลเครดิตเพื่อเข้าถึงแหล่งเงินทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะ SME เพื่อประเมินความคุ้มค่าเชิงนโยบาย พร้อมดำเนินแนวทางที่ไม่ขัดกฎหมาย เช่น การให้ลูกหนี้ขอและส่งข้อมูลด้วยตนเอง การยอมรับข้อมูลภายในเครือสถาบันการเงินเดียวกัน และการพัฒนากลไกรับรองความน่าเชื่อถือของข้อมูล

                  2) ในระยะยาว จะศึกษาความเป็นไปได้ในการปรับปรุงกฎหมายข้อมูลเครดิตเพื่อรองรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลข้ามพรมแดนอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงความเสี่ยงด้านการคุ้มครองข้อมูล และใช้แนวทาง Selective Adoption โดยเลือกแนวปฏิบัติที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศ

         #B-READY #BusinessEnvironment #OPDC #GoodGovernance #ธนาคารโลก #Financial Services #Cross-borderCreditDataSharing #BOT #OPDC

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุ้กกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ปุ่มตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สำนักงาน ก.พ.ร. เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สำนักงาน ก.พ.ร. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลการใช้งาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้ ก.พ.ร. ทราบถึงการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของ ก.พ.ร. รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่น ๆ ก.พ.ร. ยังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานมากขึ้น ถึงแม้ว่า ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ ก.พ.ร. ไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมาย (Targeting Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของ ก.พ.ร. ทั้งนี้ หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของ ก.พ.ร. แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่น ๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน

บันทึกการตั้งค่า