ข่าวสาร/กิจกรรม

การประชุมเพื่อหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาอุปสรรค การเชื่อมโยงเอกสารใบอนุญาตของหน่วยงานราชการที่ต้องมาใช้ในการนำเข้าและส่งออกสินค้า เพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ

10 มิ.ย. 2569
28
img1006692 1

         เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 สำนักงาน ก.พ.ร. จัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยนางอารีย์พันธ์ เจริญสุข ที่ปรึกษาอาวุโส เป็นประธานการประชุมเพื่อหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาอุปสรรคการเชื่อมโยงเอกสารใบอนุญาตของหน่วยงานราชการที่ต้องมาใช้ในการนำเข้าและส่งออกสินค้า เพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ ซึ่งมีหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมการประชุมจำนวน 11 หน่วยงาน เช่น กรมศุลกากร และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) อย. กรมประมง กรมปศุสัตว์ สมอ. ธปท. กสทช.

         สำหรับเรื่องนี้ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ส่งข้อมูลปัญหาและข้อคิดเห็นเกี่ยวกับกระบวนการนำเข้า-ส่งออกสินค้ามาที่สำนักงาน ก.พ.ร. ให้ช่วยเร่งรัดกระบวนการในพิจารณาอนุมัติ ตรวจสอบ การนำเข้า-ส่งออกสินค้ามีความล่าช้า และต้องขออนุญาตเป็นรายครั้ง แม้ว่าจะรับการบริการผ่านระบบ Online ก็ยังประสบปัญหาความไม่สะดวกในการรับบริการ นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลที่บ่งชี้ว่าการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ไม่เป็นมาตรฐาน อีกทั้งการประสานติดต่อเจ้าหน้าที่ทำได้ยาก

         สำนักงาน ก.พ.ร. จึงได้จัดประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อชี้แจงข้อมูลจาก ส.อ.ท. รับฟังข้อเท็จจริงและความก้าวหน้าในการดำเนินการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยสรุปการประชุม ดังนี้

         1. การดำเนินการที่หน่วยงานได้ดำเนินการแล้ว ได้แก่

                  1.1 เชื่อมโยงใบอนุญาตอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า-ส่งออกซึ่งในปัจจุบันดำเนินการแล้วกว่าร้อยละ 99 ของใบอนุญาต การปรับปรุงข้อมูลพิกัดสินค้ากว่า 9,400 พิกัด (กรมศุลกากร)
                  1.2 การพัฒนาระบบเพื่อรองรับการชำระเงินออนไลน์รวมถึงการเปิดให้บริการระบบ “PromptBiz” เพื่อให้ภาคธุรกิจส่งข้อมูลการซื้อขายจนสามารถนำไปใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อ (ธนาคารแห่งประเทศไทย)
                  1.3 การให้บริการแบบ Online และการกำกับมาตรฐานการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามคู่มือประชาชนจนสามารถลดระยะเวลาการดำเนินการได้ (กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมการค้าต่างประเทศ อย. และ สมอ.)

         2. หน่วยงานรับข้อเสนอของ ส.อ.ท. เพื่อนำไปพิจารณาปรับปรุง ดังนี้

                  2.1 กรมศุลกากร: การพัฒนาระบบ Payment Gateway บนระบบ NSW เพื่อเพิ่มช่องทางการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ รวมถึงเร่งหารือผ่านคณะทำงาน NSW เพื่อจัดการปัญหารหัสพิกัดสินค้าที่แจ้งล็อคไว้ให้ตรงกับหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาต
                  2.2 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน: นำหลักการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) มาใช้ พัฒนาให้มีระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Tracking) และมีระบบ Enterpris Resource Planing (ERP) ในการควบคุมสินค้าคงคลัง
                  2.3 กรมการค้าต่างประเทศ: การกำหนดมาตรฐานการให้บริการ (Service Level Agreement: SLA) ในการบริการ
                  2.4 ธนาคารแห่งประเทศไทย: การพิจารณาจัดทำมาตรการจูงใจ (Incentive) ให้ภาคธุรกิจเข้ามาใช้งานระบบ PromptBiz มากขึ้น
                  2.5 สมอ.: ดำเนิการหารือร่วมกับกรมศุลกากรทุกเดือนเพื่อปรับปรุงและแตกพิกัดสินค้าให้ตรงกับสินค้าที่เข้าข่าย มอก. นำหลักการยืนยันด้วยตนเอง (Self-declaration) มาใช้ให้ผู้ประกอบการประเมินตนเองได้สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีความเสี่ยง
                  2.6 อย.: การพัฒนาระบบ Online สำหรับกลุ่มสินค้ากลุ่มเคมีภัณฑ์อาหารที่ถูกส่งคืนจากต่างประเทศ (Returned Goods)
                  2.7 กสทช.: การปรับปรุงการทำงานเชิงรุกภายใน รวมถึงการให้บริการให้ดีขึ้น ทั้งในเรื่องความรวดเร็วในการขออนุมัติสินค้า และความสะดวกในการติดต่อประสานเจ้าหน้าที่

         #สำนักงานกพร #OPDC

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุ้กกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ปุ่มตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สำนักงาน ก.พ.ร. เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สำนักงาน ก.พ.ร. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลการใช้งาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้ ก.พ.ร. ทราบถึงการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของ ก.พ.ร. รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่น ๆ ก.พ.ร. ยังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานมากขึ้น ถึงแม้ว่า ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ ก.พ.ร. ไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมาย (Targeting Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของ ก.พ.ร. ทั้งนี้ หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของ ก.พ.ร. แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่น ๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน

บันทึกการตั้งค่า