
เมื่อวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2569 นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ประธาน อ.ก.พ.ร. เกี่ยวกับการส่งเสริมการบริหารภาครัฐระบบเปิดและการมีส่วนร่วม และนางอารีย์พันธ์ เจริญสุข ที่ปรึกษาอาวุโส สำนักงาน ก.พ.ร. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.พ.ร. ร่วมหารือกับ นายสุทธิเกตติ์ ทัดพิทักษ์กุล รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ผู้แทนสำนักงาน ป.ย.ป. และ รศ. ดร.สุดสวาสดิ์ ดวงศรีไสย์ รองผู้อำนวยการสำนักกลยุทธ์พัฒนาความร่วมมือนานาชาติและใช้ประโยชน์งานวิจัย ระบบ ววน. เพื่อหารือแนวทางใช้มาตรการส่งเสริมการลงทุนสนับสนุนการแก้ไขปัญหา PM2.5 และการพัฒนาเศรษฐกิจฐานทรัพยากร (Nature-based Economy) ตามแนวทางการพัฒนาเชิงพื้นที่ โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
1. แนวทางใช้มาตรการ BOI
มาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อการป้องกันไฟป่า การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และการแก้ไขปัญหา PM2.5 ซึ่งยังมีข้อจำกัดด้านงบประมาณภาครัฐ โดยมีแนวทางสำคัญ ได้แก่
1️⃣ เชื่อมโยงการลงทุนของภาคเอกชนกับการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ โดยกำหนดโครงการให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของแต่ละชุมชน
2️⃣ สนับสนุนเครื่องมือ อุปกรณ์ องค์ความรู้ และการพัฒนาศักยภาพชุมชน เพื่อให้ชุมชนสามารถดำเนินงานป้องกันไฟป่าและฟื้นฟูทรัพยากรได้อย่างต่อเนื่อง
3️⃣ ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อร่วมกันกำหนดเป้าหมาย ดำเนินงาน และติดตามผลอย่างเป็นระบบ
2. ข้อจำกัดของมาตรการปัจจุบัน
1️⃣ กระบวนการพิจารณาใช้เวลาค่อนข้างนาน เนื่องจากผู้ยื่นโครงการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังขาดความเข้าใจที่ชัดเจน ทำให้โครงการไม่ทันต่อช่วงเวลาการเตรียมความพร้อมและการป้องกันไฟป่าตามฤดูกาล
2️⃣ หลักเกณฑ์ค่าขนส่งครอบคลุมระยะทางไม่เกิน 50 กิโลเมตร ซึ่งยังไม่สอดคล้องกับพื้นที่ป่าและพื้นที่ห่างไกลที่มีต้นทุนการขนส่งสูง
3️⃣ รายการอุปกรณ์ที่สนับสนุนได้ยังไม่ครอบคลุมอุปกรณ์เฉพาะด้าน เช่น เครื่องมือป้องกันไฟป่า อุปกรณ์ฟื้นฟูป่า และอุปกรณ์จัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่
3. แนวทางในอนาคต
ปัจจุบัน BOI มีมาตรการที่ครอบคลุมการประหยัดพลังงาน สิ่งแวดล้อม พลังงานทดแทน ระบบอัตโนมัติ เกษตรยั่งยืน การท่องเที่ยวชุมชน สินค้าชุมชน การบริหารจัดการน้ำ และการแก้ไขปัญหา PM2.5 โดยเน้นให้ภาคเอกชนสนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์แก่ชุมชนแทนการบริจาคเงิน เพื่อให้สามารถตรวจสอบและติดตามผลการดำเนินงานได้อย่างชัดเจน โดยที่ประชุมได้สรุปแนวทางสำคัญสำหรับการดำเนินงานในอนาคต ดังนี้
1️⃣ ขยายมาตรการให้ครอบคลุมการป้องกันไฟป่า การฟื้นฟูป่า และ Nature-based Economy เพื่อรองรับโครงการที่สร้างประโยชน์ทั้งด้านเศรษฐกิจ ชุมชน และสิ่งแวดล้อม
2️⃣ ปรับกระบวนการพิจารณาให้รวดเร็วและสอดคล้องกับฤดูกาล โดยเฉพาะโครงการที่ต้องเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ช่วงเสี่ยงไฟป่า
3️⃣ จัดทำและปรับปรุงบัญชีรายการอุปกรณ์มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง โดยจำแนกตามประเภทพื้นที่และระดับงบประมาณ เพื่อให้ภาคเอกชนสามารถเลือกสนับสนุนได้ตรงกับความต้องการของพื้นที่
4. หลักเกณฑ์การพิจารณา
BOI มุ่งให้ภาคเอกชนส่งต่อประโยชน์ไปยังชุมชนโดยตรง โดยองค์กรผู้รับการสนับสนุนควรจดทะเบียนถูกต้อง มีระบบบัญชีที่ตรวจสอบได้ และดำเนินงานจริงในพื้นที่ ซึ่งกรณีคณะกรรมการป่าชุมชนสามารถนำมาพิจารณาได้เช่นเดียวกัน ทั้งนี้ BOI จะพิจารณาจากหลักเกณฑ์ ดังนี้
1️⃣ รายการลงทุนที่ขอรับการส่งเสริม รวมถึงความจำเป็นและความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ
2️⃣ ตัวชี้วัดผลลัพธ์ที่สามารถสะท้อนผลสำเร็จของโครงการได้อย่างชัดเจน
3️⃣ การเปรียบเทียบผลก่อนและหลังดำเนินโครงการ เพื่อแสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริง
4️⃣ ประโยชน์ที่เกิดขึ้นต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม เช่น การลดการเผา ลดของเสีย และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
🔎👉🏼Next Step : สำนักงาน ก.พ.ร. จะดำเนินการหารือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เพื่อจัดทำข้อเสนอสำหรับการแก้ไขปัญหา PM2.5 และเศรษฐกิจฐานทรัพยากร โดยจำแนกตามประเภทพื้นที่ พร้อมจัดทำบัญชีโครงการและอุปกรณ์ที่จำเป็น รวมทั้งพิจารณากระบวนการคัดกรองและรับรองโครงการก่อนเสนอ BOI ต่อไป
#PM25 #NatureBasedEconomy #AreaBasedDevelopment #BOI #OPD