ข่าวสาร/กิจกรรม

การประชุม อ.ก.พ.ร. เกี่ยวกับการส่งเสริมการบริหารภาครัฐระบบเปิดและการมีส่วนร่วม ครั้งที่ 5/2569 และการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนประเด็นนโยบายที่สำคัญ ด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน ครั้งที่ 2/2569

3 พ.ย. 2569
14
การประชุม อ.ก.พ.ร. เกี่ยวกับการส่งเสริมการบริหารภาครัฐระบบเปิดและการมีส่วนร่วม ครั้งที่ 5/2569 และการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนประเด็นนโยบายที่สำคัญ ด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน ครั้งที่ 2/2569

          🔷 เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 สำนักงาน ก.พ.ร. จัดการประชุม อ.ก.พ.ร. เกี่ยวกับการส่งเสริมการบริหารภาครัฐระบบเปิดและการมีส่วนร่วม ครั้งที่ 5/2569 พร้อมการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนประเด็นนโยบายที่สำคัญ ด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน ครั้งที่ 2/2569 ณ ห้องประชุม ก.พ.ร. ชั้น 5 สำนักงาน ก.พ.ร. และผ่านระบบ MS Teams โดยมี นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ เป็นประธานการประชุม

          📝 ที่ประชุมได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบในวาระสำคัญ ดังนี้

          📌 1. พิจารณาร่างแผนปฏิบัติการแห่งชาติ (National Action Plan: NAP) ของประเทศไทย (พ.ศ. 2570-2573) โดยมุ่งให้แผน NAP เป็น “Game Changer” ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงการทำงานของภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม ผ่าน 3 แนวทาง ได้แก่
               🔹 Testing ทดลองแนวทางหรือรูปแบบการดำเนินงานใหม่
               🔹 Networking สร้างเครือข่ายความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
               🔹 Unlocking ปลดล็อกข้อจำกัดเชิงระบบต่าง ๆ

               ข้อเสนอแนะต่อการปรับปรุงโครงการ มีดังนี้

               🌿 1️⃣ ด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (6 โครงการ)

                    1.1 สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ เมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำ (จังหวัดสระบุรี)
                         ▪️ ส่งเสริมการเปิดเผยและใช้ประโยชน์จากข้อมูลสิ่งแวดล้อม (Open Data) ให้ประชาชนสามารถนำไปวิเคราะห์และตรวจสอบได้
                         ▪️ กำหนดตัวชี้วัดการรับรู้และความตระหนักของประชาชนต่อโครงการ
                         ▪️ พัฒนา Dashboard แสดงข้อมูลการปล่อยและลดก๊าซเรือนกระจก จำแนกตามประเภทอุตสาหกรรมและแหล่งกำเนิดมลพิษ
                         ▪️ เชื่อมโยงโครงการกับหลักการ OGP โดยเฉพาะความโปร่งใสและการมีส่วนร่วม
                         ▪️ ระบุข้อจำกัดที่ต้องปลดล็อก เช่น การขออนุญาตใช้พลังงานสะอาด (Solar Farm / Solar Floating) พร้อมกำหนดแนวทางทดลองดำเนินการ

                    1.2 การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสร้างเมืองหยุ่นตัว (กรุงเทพมหานคร)
                         ▪️ ส่งเสริมกลไก Climate Volunteers รวมถึงการมีส่วนร่วมของเยาวชน โดยพิจารณาความร่วมมือกับ UNDP
                         ▪️ ขยายกลุ่มเปราะบางให้ครอบคลุมทั้งด้านสุขภาพ สังคม และอาชีพ เช่น ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ชุมชนแออัด ไรเดอร์ แม่ค้า คนงานก่อสร้าง ผู้ไร้บ้าน และผู้ต้องขัง
                         ▪️ ใช้ข้อมูลและ Data Analytics เช่น แผนที่ความร้อนและพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม เพื่อกำหนดมาตรการรับมือ
                         ▪️ เพิ่มการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเชิงนโยบาย พร้อมกำหนดตัวชี้วัด เช่น e-Participation Index
                         ▪️ กำหนดประเด็น Unlocking เพื่อแก้ไขข้อจำกัดการบริหารจัดการข้ามเขตปกครอง

                    1.3 ภาคีความร่วมมือเพื่อการจัดการป่าน่านอย่างมีส่วนร่วม (จังหวัดน่านและมูลนิธิฮักเมืองน่าน)
                         ▪️ กำหนดพื้นที่นำร่อง Sandbox ในอุทยานแห่งชาติ 3 แห่ง เพื่อทดลองแนวทางบริหารจัดการป่า รวมถึงกลไกรับรองสิทธิที่ดินตาม ม.64 และ ม.65
                         ▪️ จัดทำรายการข้อจำกัดด้านกฎหมาย กฎระเบียบ และกลไกการดำเนินงานที่ต้องปลดล็อกภายในระยะเวลา NAP
                         ▪️ พัฒนาฐานข้อมูลเปิดเรื่องที่ดินของรัฐ ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติฯ และกรมป่าไม้

                    1.4 การสร้างระบบนิเวศภาครัฐระบบเปิดและการมีส่วนร่วมในแก้ไขปัญหา PM2.5 จังหวัดเชียงใหม่ (จังหวัดเชียงใหม่)
                         ▪️ ใช้กลไก Sandbox หรือ Government Innovation Lab เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดด้านกฎระเบียบและการบริหารจัดการพื้นที่ป่า
                         ▪️ ส่งเสริมความร่วมมือกับภาคเอกชนและกิจการเพื่อสังคม พร้อมสร้างแรงจูงใจแก่ผู้มีส่วนร่วมลดการเผา
                         ▪️ บริหารจัดการเชื้อเพลิงด้วย Prescribed Burning ควบคู่กับมาตรการห้ามเผา และกำหนดตัวชี้วัดการลด PM2.5
                         ▪️ วางแผนปรับเปลี่ยนโครงสร้างพืชเกษตรในระยะยาว เพื่อลดการพึ่งพาการเผาอย่างยั่งยืน

                    1.5 การจัดการพื้นที่ทางทะเลอย่างเป็นธรรมและยั่งยืนในอ่าวพังงา (กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง)
                         ▪️ ปรับโครงการให้มีเป้าหมาย กิจกรรม และผลลัพธ์ที่ชัดเจน โดยคัดเลือก 2–3 กิจกรรมหลักที่ดำเนินการและวัดผลได้ภายใน 4 ปี เช่น MSP หรือ OECM
                         ▪️ เปิดโอกาสให้ประชาชนและเครือข่ายประมงพื้นบ้านกว่า 20 องค์กร ร่วมออกแบบกิจกรรม ตัวชี้วัด และติดตามประเมินผล
                         ▪️ ปลดล็อกข้อจำกัดด้านเขตอำนาจและการใช้งบประมาณของ อปท. ในพื้นที่ทางทะเลที่เกี่ยวข้องกับหลายจังหวัด
                         ▪️ จัดทำรายการข้อจำกัดด้านกฎหมาย กฎระเบียบ และกลไกบริหารจัดการพื้นที่
                         ▪️ ทบทวนและจัดลำดับความสำคัญของกิจกรรม โดยเน้นกิจกรรมที่มีความเป็นไปได้และเห็นผลสัมฤทธิ์ได้ภายใน 4 ปี

                    1.6 การเพิ่มพูนบริการทางระบบนิเวศและเศรษฐกิจเชิงบวกต่อธรรมชาติ คุ้งบางกะเจ้า (จังหวัดสมุทรปราการและสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม)
                         ▪️ เน้นการอนุรักษ์และส่งเสริมบริการทางระบบนิเวศ (Payment for Ecosystem Services)
                         ▪️ เพิ่มบทบาทหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการสนับสนุนเกษตรกร
                         ▪️ เพิ่มภาคีความร่วมมือ เช่น สำนักงาน กปร. และมูลนิธิชัยพัฒนา

               🤝 2️⃣ ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน (2 โครงการ)

                    2.1 การปรับปรุงระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน (สปน.)
                         ▪️ พิจารณายกระดับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นพระราชบัญญัติ โดยเพิ่มเติมเป้าหมายและกิจกรรม ภายหลังจากระเบียบฯ ได้ปรับแก้แล้ว
                         ▪️ เชื่อมโยงกับโครงการพัฒนาช่องทางการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อให้กลไกด้านกฎหมายและระบบการมีส่วนร่วมดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
                         ▪️ ทบทวนกรอบระยะเวลาและกิจกรรมการดำเนินการให้เหมาะสม

                    2.2 การนำเทคโนโลยีมาใช้สนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชน (สปน. และ สพร.)
                         ▪️ ยกระดับการมีส่วนร่วมให้ครอบคลุมตั้งแต่การร้องเรียนไปจนถึงการร่วมพัฒนานโยบายสาธารณะ
                         ▪️ พัฒนาช่องทางกลางรับฟังความคิดเห็นและระบบตอบกลับอย่างมีเหตุผล (Reasoned Responses)
                         ▪️ ทดลองใช้ระบบในพื้นที่โครงการด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริม Public Monitoring
                         ▪️ พัฒนาระบบเป็นระยะ โดยพิจารณาใช้ Small AI ช่วยจัดทำร่างคำตอบที่เป็นกลางและประสานงานข้ามหน่วยงาน
                         ▪️ กำหนดกระบวนการ e-Complaint ให้ชัดเจน ตั้งแต่รับเรื่อง ส่งต่อ ติดตามผล แจ้งผลตอบกลับ จนถึงการยุติเรื่อง เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบสถานะได้

          📌 2. เรื่องที่ประชุมรับทราบ

                    1. สรุปผลการประชุมคณะกรรมการร่วมพหุภาคีเพื่อการบริหารงานภาครัฐระบบเปิด (MSF) ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบในหลักการของโครงการภายใต้ร่างแผน NAP และมอบหมายให้คณะทำงานปรับปรุงโครงการก่อนนำเสนอ MSF ในการประชุมครั้งถัดไป

                    2. การแก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบคณะทำงาน ตามคำสั่งคณะกรรมการร่วมพหุภาคีฯ ที่ 2/2569 ลงวันที่ 30 ตุลาคม 2569

          👉🏻 การดำเนินงานระยะต่อไป
               1️⃣ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการให้แก่หน่วยงานเจ้าภาพโครงการ เพื่อปรับปรุงโครงการให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ OGP ในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569
               2️⃣ หน่วยงานเจ้าภาพส่งโครงการฉบับปรับปรุง โดยนำข้อเสนอแนะจาก MSF OGP คณะทำงาน และประชาชนมาประกอบการพิจารณา ภายในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2569
               3️⃣ หน่วยงานเจ้าภาพจัดทำคำชี้แจงตอบกลับข้อคิดเห็น (Reasoned Responses) ภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569
               4️⃣ ประชุมคณะทำงาน ครั้งที่ 3 เพื่อให้หน่วยงานเจ้าภาพนำเสนอโครงการฉบับปรับปรุง ภายในวันที่ 18 ธันวาคม 2569
               5️⃣ ประชุมคณะทำงานร่วมทั้ง 4 คณะ ครั้งที่ 4 ภายในวันที่ 8 มกราคม 2570
               6️⃣ ประชุมคณะกรรมการ MSF ในการประชุมครั้งที่ 3/2569 เพื่อพิจารณาแผน NAP ฉบับสมบูรณ์ ภายในวันที่ 22 มกราคม 2570
               7️⃣ เสนอแผน NAP ฉบับสมบูรณ์ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ต่อสำนักเลขาธิการ OGP ภายในวันที่ 27 มกราคม 2570