ข่าวสาร/กิจกรรม

นางนันทนา ธรรมสโรช รองเลขาธิการ ก.พ.ร. ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกำกับการประเมินประสิทธิภาพและผลการปฏิบัติราชการของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ร่วมประชุมคณะกรรมการ ฯ ครั้งที่ 3/2563

7 ต.ค. 2563
9
เมื่อวันอังคารที่ 6 ตุลาคม 2563 เวลา 17.00 น. ณ ห้องประชุม 1 สกสว. นางนันทนา ธรรมสโรช รองเลขาธิการ ก.พ.ร. ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกำกับการประเมินประสิทธิภาพและผลการปฏิบัติราชการของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ร่วมประชุมคณะกรรมการ ฯ ครั้งที่ 3/2563 โดยมีประเด็นการประชุมที่สำคัญ ได้แก่

1. การจัดทำ MOU การประเมินฯ วช. ระหว่าง สอวช. ร่วมกับมูลนิธิบัณฑิตยสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (บวท.) ในบทบาท Third Party ผู้ดำเนินการประเมินด้วยกระบวนการ Developmental Evaluation (DE) เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงโครงสร้าง กลไกการบริหาร และทางเลือกในการออกแบบสถานะส่วนราชการของ วช. ต่อไป

2. การพิจารณาวิธีการและ (ร่าง) หลักเกณฑ์และตัวชี้วัดการประเมินฯ วช. ตามที่ บวท. เสนอ ซึ่งที่ประชุมได้อภิปรายเพื่อร่วมพัฒนาหลักเกณฑ์และตัวชี้วัดในประเด็น ดังนี้

2.1 การกำหนดตัวชี้วัดต้องครอบคลุมประเด็นการประเมินที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการอุดมศึกษาฯ แล้ว ได้แก่ 1) Efficiency & Effectiveness 2) Organization Transformation 3) Organization Learning 4) Coordination & Collaboration 5) Social and Public Communication และ 6) Data Platform & Connecting ซึ่งตัวชี้วัดที่เสนอมายังไม่ครอบคลุมประเด็นการประเมินที่สะท้อน Internal Capabilities ในประเด็นที่ 2) 3) และ 4) ดังนั้น ขอให้ บวท. ปรับและนำเสนอเพิ่มเติมในที่ประชุมครั้งต่อไปพร้อมทั้งจัดกลุ่มตัวชี้วัดให้สอดคล้องกับประเด็นการประเมินที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการอุดมศึกษาฯ ด้วย

2.2 ควรลดจำนวนตัวชี้วัดให้คงเหลือเฉพาะตัวที่มีความสำคัญ เพื่อไม่ให้เป็นภาระของผู้รับการประเมิน

2.3 ควรกำหนดน้ำหนักตัวชี้วัดที่แตกต่างกันตามระดับความสำคัญของภารกิจ และควรให้น้ำหนักกับภารกิจการให้ทุนวิจัยและนวัตกรรม รวมทั้งฐานข้อมูลและดัชนีด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมมากกว่าภารกิจอื่น ๆ

2.4 เนื่องจาก วช. ต้องปรับบทบาทภารกิจใหม่ภายหลังจากการจัดตั้งกระทรวง อว. ดังนั้น ในระยะแรกจึงควรให้ความสำคัญกับตัวชี้วัด Process มากกว่าตัวชี้วัดที่มุ่งประเมินผลลัพธ์และผลกระทบ ซึ่งจะเป็นการประเมินที่นำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงานต่อไป

2.5 หากกำหนดตัวชี้วัดระดับผลลัพธ์และผลกระทบ ควรเป็นตัวชี้วัดที่ประเมินผลได้ภายในกรอบระยะเวลาที่มี และสะท้อนผลลัพธ์การทำงานของ วช. ได้โดยตรง ซึ่งไม่ควรกำหนดตัวชี้วัดระดับนโยบายที่เกิดจากผลักดันการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน เช่น จำนวนนักวิจัยต่อประชาการหนึ่งหมื่นคน กรณีนี้อาจกำหนดเป็นตัว Monitor

2.6 ต้องให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมของ วช. และเชิญ stakeholder อื่นที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย มาร่วมกำหนดโจทย์การประเมินร่วมกับผู้ประเมินทุกขั้นตอนตั้งแต่เริ่มต้น ตลอดระยะเวลาจนสิ้นสุดกระบวนการ

3. มอบฝ่ายเลขานุการรายงานความก้าวหน้าการดำเนินการต่อที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมครั้งต่อไป ในวันที่ 12 ตุลาคมนี้

กลุ่มประชาสัมพันธ์ (กองยุทธศาสตร์ฯ) /จัดทำ