
วิธีการจัดทำแผนปฏิบัติการแห่งชาติ
1. Action Plan Development
กระบวนการพัฒนาแผนปฏิบัติการแห่งชาติ หรือ National Action Plan (NAP) เริ่มจากการรวบรวมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนในภาพรวมของประเทศ ทั้งในรูปแบบการประชุม On-site และช่องทาง Online จากนั้นนำข้อมูล ความเห็น ประเด็นปัญหา และข้อเสนอแนะที่ได้รับมาวิเคราะห์ จัดหมวดหมู่ เรียงลำดับความสำคัญของประเด็นนโยบาย (Policy Areas) เพื่อใช้เป็นข้อมูลสำหรับการประชุม Multi-Stakeholder Forum หรือ MSF ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการพิจารณาประเด็นเชิงนโยบายและคัดเลือกข้อเสนอที่เหมาะสมสำหรับการจัดทำแผน NAP
หลังจากผ่านการพิจารณาใน MSF แล้ว จะมีการกำหนด Policy Areas และ Commitments หรือประเด็นนโยบายและข้อผูกพันสำคัญที่ประเทศไทยจะนำไปดำเนินการภายใต้กรอบ OGP ก่อนพัฒนาเป็นรายละเอียดของแผน NAP ผ่านการจัดประชุมร่วมกับหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องภายใต้แต่ละโครงการ ได้แก่ ภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน และนำเสนอแผน NAP ในลำดับถัดไป โดยกระบวนการนี้ของประเทศไทยสะท้อนหลักการของภาครัฐระบบเปิด ได้แก่ ความโปร่งใส (Transparency) การมีส่วนร่วมของประชาชน (Public Participation) ความรับผิดชอบ (Accountability) และการใช้เทคโนโลยีหรือนวัตกรรม (Technology and Innovation) ซึ่งเป็นเสาหลักของ OGP
2. Reasoned Response and Finalization
หลังจากการรับฟังความคิดเห็นและการรวบรวมข้อเสนอแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการนำความคิดเห็นทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการพิจารณาอย่างเป็นระบบ โดยไม่ได้เป็นเพียงการรับฟังเชิงสัญลักษณ์ แต่มีการวิเคราะห์ข้อเสนอ พิจารณาความเป็นไปได้ ความสอดคล้องกับกรอบ OGP และความเหมาะสมต่อการพัฒนาเป็นโครงการภายใต้แผน NAP ในขั้นตอนนี้ มีการจัดทำคำอธิบาย เหตุผล หรือคำชี้แจงต่อข้อเสนอที่ได้รับจากภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อให้ผู้มีส่วนร่วมสามารถเข้าใจได้ว่าข้อเสนอใดได้รับการนำไปใช้ ข้อเสนอใดจำเป็นต้องปรับปรุง และข้อเสนอใดอาจยังไม่สามารถบรรจุไว้ในแผนได้ในระยะนี้ การมี Reasoned Responses จึงเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการจัดทำแผน NAP เพราะช่วยสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือให้กับการจัดทำแผน
เมื่อ MSF พิจารณาและตัดสินใจเลือกประเด็นนโยบาย รวมถึงข้อผูกพันที่จะบรรจุในแผนแล้ว จะเข้าสู่การจัดทำรายละเอียดของแผน NAP ฉบับสมบูรณ์ โดยกำหนดสาระสำคัญของแผน แนวทางดำเนินงาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกรอบเวลาการดำเนินการ จากนั้นจึงเสนอแผนต่อ ก.พ.ร. MSF และคณะรัฐมนตรี รวมถึงเสนอแผนต่อ OGP ตามลำดับ ขั้นตอนนี้ถือเป็นการเปลี่ยนข้อเสนอจากภาคส่วนต่าง ๆ ให้กลายเป็นแผนปฏิบัติการที่เป็นทางการและสามารถนำไปใช้ดำเนินงานได้จริง
3. Planning and Outreach
ในช่วงแรกของกระบวนการจัดทำแผน NAP มีการวางแผนการรับฟังความคิดเห็นและกำหนดพื้นที่เป้าหมายทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่หลากหลาย ทั้งในระดับส่วนกลางและระดับพื้นที่ การลงพื้นที่และการเปิดรับฟังผ่านช่องทางออนไลน์ช่วยเพิ่มโอกาสให้ประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ สามารถเสนอความคิดเห็นได้กว้างขวางขึ้น โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับปัญหาเชิงพื้นที่หรือประเด็นสาธารณะที่ประชาชนได้รับผลกระทบโดยตรง อีกทั้ง การมีช่องทางออนไลน์ช่วยเพิ่มความครอบคลุมของการมีส่วนร่วม โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่ห่างไกล มีข้อจำกัดด้านเวลา หรือไม่สามารถเข้าร่วมการประชุมในพื้นที่ได้ นอกจากนี้ กระบวนการจัดทำแผน NAP สามารถสะท้อนบทบาทของหน่วยงานสนับสนุนในพื้นที่และกลไกการประสานงานระหว่างหน่วยงาน เพื่อช่วยจัดการประชุม รวบรวมข้อเสนอ และส่งต่อข้อมูลเข้าสู่กระบวนการส่วนกลาง การ Outreach หรือการเข้าถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจึงเป็นหัวใจสำคัญของแผนนี้ เพราะทำให้กระบวนการจัดทำ NAP มีความครอบคลุมและไม่จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มผู้กำหนดนโยบาย และเมื่อเข้าสู่ช่วงกลางของกระบวนการ ข้อมูลจากการรับฟังความคิดเห็นจะถูกนำมาวิเคราะห์และจัดทำเป็นประเด็นสำหรับหารือใน MSF จากนั้นจึงพัฒนาเป็นร่างแผนและเข้าสู่ขั้นตอนการเสนอพิจารณาในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน 2569