แผนและวิธีการจัดทำ

12 พ.ค. 2569
48
roadmap OGP 6

         วิธีการจัดทำแผนปฏิบัติการแห่งชาติ

         1. Action Plan Development

                  กระบวนการพัฒนาแผนปฏิบัติการแห่งชาติ หรือ National Action Plan (NAP) เริ่มจากการรวบรวมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนในภาพรวมของประเทศ ทั้งในรูปแบบการประชุม On-site และช่องทาง Online จากนั้นนำข้อมูล ความเห็น ประเด็นปัญหา และข้อเสนอแนะที่ได้รับมาวิเคราะห์ จัดหมวดหมู่ เรียงลำดับความสำคัญของประเด็นนโยบาย (Policy Areas) เพื่อใช้เป็นข้อมูลสำหรับการประชุม Multi-Stakeholder Forum หรือ MSF ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการพิจารณาประเด็นเชิงนโยบายและคัดเลือกข้อเสนอที่เหมาะสมสำหรับการจัดทำแผน NAP

                  หลังจากผ่านการพิจารณาใน MSF แล้ว จะมีการกำหนด Policy Areas และ Commitments หรือประเด็นนโยบายและข้อผูกพันสำคัญที่ประเทศไทยจะนำไปดำเนินการภายใต้กรอบ OGP ก่อนพัฒนาเป็นรายละเอียดของแผน NAP ผ่านการจัดประชุมร่วมกับหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องภายใต้แต่ละโครงการ ได้แก่ ภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน และนำเสนอแผน NAP ในลำดับถัดไป โดยกระบวนการนี้ของประเทศไทยสะท้อนหลักการของภาครัฐระบบเปิด ได้แก่ ความโปร่งใส (Transparency) การมีส่วนร่วมของประชาชน (Public Participation) ความรับผิดชอบ (Accountability) และการใช้เทคโนโลยีหรือนวัตกรรม (Technology and Innovation) ซึ่งเป็นเสาหลักของ OGP

         2. Reasoned Response and Finalization

                  หลังจากการรับฟังความคิดเห็นและการรวบรวมข้อเสนอแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการนำความคิดเห็นทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการพิจารณาอย่างเป็นระบบ โดยไม่ได้เป็นเพียงการรับฟังเชิงสัญลักษณ์ แต่มีการวิเคราะห์ข้อเสนอ พิจารณาความเป็นไปได้ ความสอดคล้องกับกรอบ OGP และความเหมาะสมต่อการพัฒนาเป็นโครงการภายใต้แผน NAP ในขั้นตอนนี้ มีการจัดทำคำอธิบาย เหตุผล หรือคำชี้แจงต่อข้อเสนอที่ได้รับจากภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อให้ผู้มีส่วนร่วมสามารถเข้าใจได้ว่าข้อเสนอใดได้รับการนำไปใช้ ข้อเสนอใดจำเป็นต้องปรับปรุง และข้อเสนอใดอาจยังไม่สามารถบรรจุไว้ในแผนได้ในระยะนี้ การมี Reasoned Responses จึงเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการจัดทำแผน NAP เพราะช่วยสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือให้กับการจัดทำแผน

                  เมื่อ MSF พิจารณาและตัดสินใจเลือกประเด็นนโยบาย รวมถึงข้อผูกพันที่จะบรรจุในแผนแล้ว จะเข้าสู่การจัดทำรายละเอียดของแผน NAP ฉบับสมบูรณ์ โดยกำหนดสาระสำคัญของแผน แนวทางดำเนินงาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกรอบเวลาการดำเนินการ จากนั้นจึงเสนอแผนต่อ ก.พ.ร. MSF และคณะรัฐมนตรี รวมถึงเสนอแผนต่อ OGP ตามลำดับ ขั้นตอนนี้ถือเป็นการเปลี่ยนข้อเสนอจากภาคส่วนต่าง ๆ ให้กลายเป็นแผนปฏิบัติการที่เป็นทางการและสามารถนำไปใช้ดำเนินงานได้จริง

         3. Planning and Outreach

                  ในช่วงแรกของกระบวนการจัดทำแผน NAP มีการวางแผนการรับฟังความคิดเห็นและกำหนดพื้นที่เป้าหมายทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่หลากหลาย ทั้งในระดับส่วนกลางและระดับพื้นที่ การลงพื้นที่และการเปิดรับฟังผ่านช่องทางออนไลน์ช่วยเพิ่มโอกาสให้ประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ สามารถเสนอความคิดเห็นได้กว้างขวางขึ้น โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับปัญหาเชิงพื้นที่หรือประเด็นสาธารณะที่ประชาชนได้รับผลกระทบโดยตรง อีกทั้ง การมีช่องทางออนไลน์ช่วยเพิ่มความครอบคลุมของการมีส่วนร่วม โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่ห่างไกล มีข้อจำกัดด้านเวลา หรือไม่สามารถเข้าร่วมการประชุมในพื้นที่ได้ นอกจากนี้ กระบวนการจัดทำแผน NAP สามารถสะท้อนบทบาทของหน่วยงานสนับสนุนในพื้นที่และกลไกการประสานงานระหว่างหน่วยงาน เพื่อช่วยจัดการประชุม รวบรวมข้อเสนอ และส่งต่อข้อมูลเข้าสู่กระบวนการส่วนกลาง การ Outreach หรือการเข้าถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจึงเป็นหัวใจสำคัญของแผนนี้ เพราะทำให้กระบวนการจัดทำ NAP มีความครอบคลุมและไม่จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มผู้กำหนดนโยบาย และเมื่อเข้าสู่ช่วงกลางของกระบวนการ ข้อมูลจากการรับฟังความคิดเห็นจะถูกนำมาวิเคราะห์และจัดทำเป็นประเด็นสำหรับหารือใน MSF จากนั้นจึงพัฒนาเป็นร่างแผนและเข้าสู่ขั้นตอนการเสนอพิจารณาในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน 2569

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุ้กกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ปุ่มตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สำนักงาน ก.พ.ร. เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สำนักงาน ก.พ.ร. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลการใช้งาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้ ก.พ.ร. ทราบถึงการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของ ก.พ.ร. รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่น ๆ ก.พ.ร. ยังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานมากขึ้น ถึงแม้ว่า ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ ก.พ.ร. ไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมาย (Targeting Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของ ก.พ.ร. ทั้งนี้ หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของ ก.พ.ร. แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่น ๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน

บันทึกการตั้งค่า