สำนักงาน ก.พ.ร. หารือสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินจัดทำแผน NAP ของ OGP มุ่งส่งเสริมธรรมาภิบาลดิจิทัล

12 มี.ค. 2569
1
01 12

         วันที่ 12 มีนาคม 2569 นางอารีย์พันธ์ เจริญสุข ที่ปรึกษาอาวุโส สำนักงาน ก.พ.ร. และนายสุมิทธิ์ เกศวพิทักษ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบบริหารงานส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.พ.ร. จัดประชุมหารือกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเพื่อพิจารณาแนวทางบรรจุโครงการในแผนปฏิบัติการแห่งชาติ (National Action Plan: NAP) ภายใต้การเป็นสมาชิกภาคีเครือข่ายภาครัฐระบบเปิด (Open Government Partnership: OGP) โดยได้ร่วมหารือกับนายสุทธิพงษ์ บุญนิธิ รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน นายพงศ์ธร เชื้อชวลิต ผู้อำนวยการศูนย์ดิจิทัลและนวัตกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และเจ้าหน้าที่ สตง. สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

         1. การดำเนินการของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)

                  – สตง. เดินหน้าเสริมสร้างความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของสังคม ภายใต้โครงการเสริมสร้างความโปร่งใส และพัฒนาเครือข่ายการมีส่วนร่วมในการดูแลเงินแผ่นดิน และทรัพย์สินของรัฐที่สัมฤทธิ์ผล
                  – สตง. ขับเคลื่อนโครงการเสริมสร้างความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยเชื่อมโยงการดำเนินงานกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต รวมทั้งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) แนวคิดสำคัญ คือ เปลี่ยนการตรวจสอบจากภารกิจของหน่วยงานเดียว สู่การเป็นพลังร่วมของสังคม ผ่านการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคประชาชน ภาคเอกชน และองค์กรอิสระ เพื่อร่วมกันสอดส่อง แจ้งเบาะแส และปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ

         2. แผนดำเนินงานสร้างเครือข่ายพิทักษ์เงินแผ่นดิน

                  – โครงการมีกำหนดดำเนินงานโดยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่

                           ระยะที่ 1: เสริมสร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทการพิทักษ์เงินแผ่นดิน
                           ระยะที่ 2: พัฒนานวัตกรรมและเครื่องมือสนับสนุนการมีส่วนร่วม
                           ระยะที่ 3: ประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการ

                  – ในปี 2569 สตง. จะเน้นการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ให้แก่บุคลากรภาครัฐและประชาชน เพื่อสร้างความตระหนักถึงบทบาทในการร่วมพิทักษ์เงินแผ่นดิน ภายใต้แนวคิด “รู้ ตระหนัก ร่วมรักษา”
                  – ในปี 2570 คาดว่าจะเกิดเครือข่ายความร่วมมือหลัก 2 กลุ่ม ได้แก่ เครือข่ายภาครัฐและเครือข่ายภาคประชาชน ซึ่งจะทำงานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม และเชื่อมโยงผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์หรือแอปพลิเคชัน

         3. การส่งเสริม E-Participation และช่องทางแจ้งเบาะแสดิจิทัล

                  – การมีส่วนร่วมของประชาชนในโครงการอยู่ใน 3 ระดับ ได้แก่ การให้ความรู้ การสร้างความเข้าใจ และการสื่อสารสองทาง ผ่านการพัฒนาระบบ e-Participation โดยเปิดช่องทางให้ประชาชนแจ้งเบาะแสผ่านแอพพลิเคชัน Line เพื่อเพิ่มความสะดวกในการสื่อสารกับภาครัฐ
                  – ผู้แจ้งเบาะแสสามารถ ไม่เปิดเผยตัวตนได้ โดยเจ้าหน้าที่ สตง. จะรับเรื่องเบื้องต้นก่อนส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
                  – ช่วยสอดส่องดูแลทรัพย์สินของทางราชการให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า

         4. การเปิดเผยข้อมูลผลการตรวจสอบเพื่อให้สังคมใช้ประโยชน์

                  – สตง. มีแผนพัฒนาการเปิดเผยข้อมูลผลการตรวจสอบให้เข้าถึงง่ายมากขึ้น โดยจะนำ รายงานผลการตรวจสอบประจำปี มาจัดทำในรูปแบบ Infographic เพื่อให้ประชาชนเข้าใจได้ง่ายและสอดคล้องกับข้อกฎหมาย
                  – รูปแบบการเปิดเผยข้อมูลแบ่งเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่ การประชาสัมพันธ์ข้อมูล เพื่อให้ประชาชนเข้าใจภาพรวมการตรวจสอบ และการเปิดเผยข้อมูลเชิงโครงสร้างซึ่งเป็นข้อมูลเชิงสถิติที่ประชาชนสามารถนำไปใช้วิเคราะห์หรือต่อยอดได้

         Next Step : สำนักงาน ก.พ.ร. ร่วมกับ สตง. จัดทำแผน NAP ภายใต้ประเด็นนโยบายธรรมาภิบาลดิจิทัลและการมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อขับเคลื่อนภาครัฐระบบเปิดให้เป็นรูปธรรมตามมาตรฐาน OGP ต่อไป

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุ้กกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ปุ่มตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สำนักงาน ก.พ.ร. เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สำนักงาน ก.พ.ร. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลการใช้งาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้ ก.พ.ร. ทราบถึงการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของ ก.พ.ร. รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่น ๆ ก.พ.ร. ยังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานมากขึ้น ถึงแม้ว่า ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ ก.พ.ร. ไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมาย (Targeting Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของ ก.พ.ร. ทั้งนี้ หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของ ก.พ.ร. แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่น ๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน

บันทึกการตั้งค่า