
เมื่อวันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม 2568 สำนักงาน ก.พ.ร. จัดประชุมระดมความคิดเห็นแนวทางการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการแห่งชาติ (National Action Plan : NAP) ของการเข้าร่วมเป็นสมาชิกภาคีเครือข่ายภาครัฐระบบเปิด (Open Government Partnership : OGP) ของประเทศไทย ณ โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง กรุงเทพฯ โดยมีนายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ประธาน อ.ก.พ.ร. เกี่ยวกับการส่งเสริมการบริหารภาครัฐระบบเปิดและการมีส่วนร่วม เป็นประธาน พร้อมด้วยนางอารีย์พันธ์ เจริญสุข ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสาวเพชรรัตน์ เอกแสงกุล นายวิวรรธน์ เหมมณฑารพ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ดร.วรีรัตน์ ศรีสถิตย์วัฒนา กรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมเข้าร่วมการประชุม สรุปสาระสำคัญดังนี้
1. วัตถุประสงค์การประชุม เพื่อชี้แจงสาระสำคัญของมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการจัดทำแผน NAP โดยนำเสนอแนวทางจากต่างประเทศและแนวทางที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย รวมถึงรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน เพื่อกำหนดทิศทางและเนื้อหาแผน NAP ให้สอดคล้องกับปัญหาและบริบทของประเทศ
2. การระดมความคิดเห็นครั้งนี้เป็นการสะท้อนมุมมองและข้อเสนอของผู้เข้าร่วมประชุมให้สอดคล้องกับหลักการพื้นฐานของ OGP ได้แก่ ความโปร่งใส การมีส่วนร่วมของประชาชน และความรับผิดชอบของภาครัฐ ซึ่งสามารถสรุปสาระสำคัญตาม 4 ประเด็นหลักที่ใช้เป็นกรอบการระดมความคิดเห็นเพื่อกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการแห่งชาติ (NAP) ได้ดังนี้
(1) โครงการ/กิจกรรมที่ควรทำหรือทำเพิ่มเติม : เห็นพ้องว่าควรเน้นโครงการที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบหรือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ (Game Changer) เช่น การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพื่อเพิ่มความโปร่งใส ลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ การพัฒนาแพลตฟอร์มข้อมูลกลางและการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐแบบ Open by Default รวมถึงโครงการที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายและแก้ไขปัญหาในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
(2) Partnership ที่ควรเข้าร่วมขับเคลื่อน : มีข้อเสนอให้กำหนดหน่วยงานเจ้าภาพและหน่วยงานสนับสนุนอย่างชัดเจน พร้อมเปิดพื้นที่ความร่วมมือกับภาคประชาสังคม ภาคเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในรูปแบบเครือข่าย (Network) เพื่อบูรณาการการทำงาน ลดความซ้ำซ้อน และสร้างความเป็นเจ้าของร่วมกัน โดยเฉพาะความร่วมมือด้านข้อมูล เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และการต่อต้านคอร์รัปชัน
(3) วิเคราะห์ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข (Solution) : ประเด็นร่วมที่พบคือการทำงานแบบแยกส่วนของหน่วยงานภาครัฐ มาตรฐานข้อมูลที่ไม่เชื่อมโยงกัน กฎระเบียบที่ไม่ทันต่อสถานการณ์จริง ระบบแผนงาน งบประมาณ และตัวชี้วัดที่ไม่เอื้อต่อการทำงานเชิงบูรณาการ แนวทางแก้ไขที่เสนอ คือ การปรับกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค การใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือปลดล็อกเชิงโครงสร้าง และการออกแบบกลไกการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
(4) บทบาทของ ก.พ.ร. ในการสนับสนุนการขับเคลื่อน : ผู้เข้าร่วมเห็นว่า ก.พ.ร. ควรมีบทบาทเป็นตัวกลางสำคัญในการสนับสนุนการขับเคลื่อนแผน NAP เช่น การผลักดันเชิงนโยบายผ่านมติคณะรัฐมนตรี การปรับตัวชี้วัด (KPIs) ให้มีความยืดหยุ่นและเอื้อต่อการทำงานร่วมกันในลักษณะ “Joint KPIs” มากขึ้น การสนับสนุนการแก้ไขกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค และการเชื่อมโยงหน่วยงานต่าง ๆ ให้สามารถทำงานแบบบูรณาการภายใต้กรอบ OGP ได้อย่างเป็นรูปธรรม
ในช่วงสรุปการประชุม ประธาน อ.ก.พ.ร.ฯ กล่าวเน้นย้ำว่าแผนปฏิบัติการ OGP จะต้องมุ่งเลือก “จุดคานงัด” หรือ Game Changer ที่สร้างผลกระทบสูงในเชิงระบบในแต่ละด้าน เช่น การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลหรือการแก้กฎระเบียบเพียงบางจุดเพื่อปลดล็อกทั้งระบบ พร้อมทั้งออกแบบ “ระบบนิเวศ (Ecosystem)” ที่เอื้อต่อการขับเคลื่อน พร้อมทั้งปรับโครงสร้างองค์กร กฎหมาย แรงจูงใจ และระบบตัวชี้วัดร่วม (Joint KPIs) เพื่อให้หน่วยงานทำงานบูรณาการและเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงตามหลักการของ OGP
NEXT STEP: สำนักงาน ก.พ.ร. แจ้งให้หน่วยงานนำหลักการพื้นฐานของ OGP และผลจากการรับฟังความคิดเห็นเบื้องต้นไปพิจารณาโครงการที่ควรอยู่ภายใต้ แผนปฏิบัติการแห่งชาติ (NAP) และจัดส่งรายละเอียดโครงการดังกล่าวให้กับสำนักงาน ก.พ.ร. ภายในช่วงต้นเดือนมกราคม 2569 เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการวิเคราะห์และจัดทำแผน NAP ตามพันธกิจ OGP ของประเทศไทยในระยะต่อไป



















