สำนักงาน ก.พ.ร. ประชุมร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่าย OGP เรื่องแนวทางการจัดทำแผน NAP

19 ก.พ. 2569
1
01 5

         เมื่อวันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 เลขาธิการ ก.พ.ร. (นางสาวอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ) พร้อมด้วยนางอารีย์พันธ์ เจริญสุข ที่ปรึกษาอาวุโส สำนักงาน ก.พ.ร. นายธนศักดิ์ มังกโรทัย รองเลขาธิการ ก.พ.ร. นายสุมิทธิ์ เกศวพิทักษ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบบริหารงานส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่กองพัฒนาระบบบริหารงานส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น ได้ประชุมหารือร่วมกับ Ms. Swati Mehta หัวหน้าภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก Ms. Ericka Blas เจ้าหน้าที่โครงการประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก นางสาวกมลวรรณ ปัญญาเสวนามิตร ที่ปรึกษาด้านนโยบายและความร่วมมือ Mr. Gustavo Perez Ara หัวหน้าฝ่ายบริการสมาชิก และ Ms. Wanda Tiefenbacher ผู้ประสานงานโครงการ ฝ่ายบริการสมาชิกองค์กรภาคีเครือข่ายภาครัฐระบบเปิด (Open Government Partnership : OGP) เพื่อหารือแนวทางการจัดทำแผนปฏิบัติการแห่งชาติ (National Action Plan : NAP) ทั้งนี้ มีผู้แทนจากทางภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) กรุงเทพมหานคร 30×30 Thailand Coalition Hand Social Enterprise และองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เข้าร่วมการประชุมด้วย โดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้

         ความสำคัญของการเข้าร่วมเป็นสมาชิกภาค OGP

              – การเข้าร่วม OGP ถือเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยในการยกระดับธรรมาภิบาล ผ่านกรอบความร่วมมือที่เน้นความโปร่งใส การมีส่วนร่วม และความรับผิดชอบของภาครัฐ OGP เป็นโมเดลความร่วมมือระดับโลก (Unique Model) ที่เปิดโอกาสให้ภาครัฐและภาคประชาสังคมทำงานร่วมกันอย่างเท่าเทียมในการออกแบบและดำเนินการปฏิรูป
              – OGP เป็นโมเดลที่มีลักษณะเฉพาะ ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่

                  1) ความร่วมมืออย่างเท่าเทียมระหว่างรัฐและภาคประชาสังคม (Partnership on Equal Terms)
                  2) กรอบการทำงานที่เน้นการลงมือปฏิบัติและมีระบบความรับผิดชอบในตัว (Action-Driven Framework with In-built Accountability)
                  3) แนวทางที่ประเทศสมาชิกเป็นผู้กำหนดทิศทางตามบริบทของตนเอง (Country-Led Approach)
                  4) การเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายนักปฏิรูปทั่วโลก (Global Community of Reformers)

              ทั้งนี้ ประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายกว่า 70 ประเทศ และมากกว่า 150 รัฐบาลท้องถิ่นทั่วโลก ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และแรงสนับสนุนจากนานาชาติ

              – หัวใจสำคัญของ OGP: การจัดทำแผนปฏิบัติการแห่งชาติ (National Action Plan: NAP)

         การจัดทำแผน NAP ผ่านกระบวนการร่วมสร้าง (Co-creation) ที่ภาครัฐและภาคประชาสังคมร่วมกันกำหนดประเด็นปัญหา จัดลำดับความสำคัญ และพัฒนาข้อผูกพัน (Commitments) ที่มีความชัดเจน สามารถนำไปปฏิบัติได้ และก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม โดยยึดหลักการตัดสินใจร่วมกันและความเป็นเจ้าของร่วมของทุกฝ่าย

              – มาตรฐานการมีส่วนร่วมและการร่วมสร้าง 5 ประการ (Participation and Co-Creation Standards) ได้แก่

                  1) การจัดตั้งเวทีความร่วมมือพหุภาคี (Multi-Stakeholder Forum: MSF)
                  2) การเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสและทันเวลา (Transparency)
                  3) การส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางและเท่าเทียม (Inclusive Participation)
                  4) การจัดทำคำชี้แจงตอบกลับอย่างมีเหตุผลต่อข้อเสนอของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Reasoned Response)
                  5) การเปิดโอกาสให้ภาคส่วนต่าง ๆ มีส่วนร่วมในการติดตามและประเมินผล (Monitoring)

              – กลไกสำคัญในการดำเนินการ : เวทีความร่วมมือพหุภาคี (Multi-Stakeholder Forum: MSF) และผู้ประสานงานหลัก (Point of Contact: POC)

              – เวทีความร่วมมือพหุภาคี (Multi-Stakeholder Forum: MSF) เป็นกลไกสำคัญที่ทำให้เกิดความร่วมมืออย่างต่อเนื่องระหว่างภาครัฐและภาคประชาสังคม ทำหน้าที่กำหนดยุทธศาสตร์ วางแผน สื่อสาร และกำกับติดตามกระบวนการจัดทำและดำเนินการตามแผน NAP โดยต้องกำหนดองค์ประกอบผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย กติกาการทำงาน และกรอบระยะเวลาให้ชัดเจน

              – จากประสบการณ์ของประเทศสมาชิก พบว่า MSF สามารถออกแบบได้หลากหลายรูปแบบตามบริบทของแต่ละประเทศ เช่น

                  1) โกตดิวัวร์ (Côte d’Ivoire) ใช้โครงสร้างหลายชั้น แยกระดับนโยบายและระดับเทคนิคอย่างชัดเจน
                  2) เคนยา (Kenya) จัดตั้งคณะกรรมการระดับสูงควบคู่กับคณะทำงานตามประเด็นข้อผูกพัน
                  3) ชิลี (Chile) ใช้รูปแบบ “เวทีรัฐเปิด” (Open State Forum) ที่บูรณาการหลายสถาบันของรัฐ
                  4) กานา (Ghana) จัดตั้งคณะกรรมการกำกับร่วมกับกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในวงกว้าง แม้รูปแบบจะแตกต่างกัน แต่หลักการสำคัญคือการสร้างพื้นที่ความร่วมมือที่ต่อเนื่อง โปร่งใส และมีบทบาทชัดเจนในการกำหนดและขับเคลื่อนแผน NAP

              – ผู้ประสานงานหลักของประเทศ (Point of Contact: POC) มีบทบาทสำคัญในการประสานงานและบริหารจัดการกระบวนการ OGP ทั้งระบบ สร้างความเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกำกับให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โปร่งใส และเป็นไปตามกรอบที่กำหนด

              – ความรับผิดชอบและความโปร่งใส: กลไกการรายงานอิสระ (Independent Reporting Mechanism: IRM)

         OGP มีกลไกการรายงานอิสระ (Independent Reporting Mechanism: IRM) ซึ่งเป็นการประเมินผลโดยอิงหลักฐาน เพื่อสะท้อนคุณภาพความร่วมมือระหว่างรัฐและภาคประชาสังคม การปฏิบัติตามข้อกำหนดขั้นต่ำ ความทะเยอทะยานของข้อผูกพัน และผลลัพธ์ของการดำเนินงาน โดย IRM จะรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่ง จัดทำรายงาน ส่งให้ภาครัฐตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนเผยแพร่ต่อสาธารณะ เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของกระบวนการ

         Next Steps แนวทางดำเนินการในระยะถัดไป : สำนักงาน ก.พ.ร. เผยแพร่องค์ความรู้เพื่อสร้างความเข้าใจในการกระบวนการดำเนินการจัดตั้ง MSF และเดินหน้ากระบวนการร่วมสร้าง (Co-Creation) เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำแผน NAP ต่อไป

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุ้กกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ปุ่มตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สำนักงาน ก.พ.ร. เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สำนักงาน ก.พ.ร. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลการใช้งาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้ ก.พ.ร. ทราบถึงการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของ ก.พ.ร. รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่น ๆ ก.พ.ร. ยังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานมากขึ้น ถึงแม้ว่า ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ ก.พ.ร. ไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมาย (Targeting Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของ ก.พ.ร. ทั้งนี้ หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของ ก.พ.ร. แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่น ๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน

บันทึกการตั้งค่า