
เมื่อวันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 เลขาธิการ ก.พ.ร. (นางสาวอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ) พร้อมด้วยนางอารีย์พันธ์ เจริญสุข ที่ปรึกษาอาวุโส สำนักงาน ก.พ.ร. นายธนศักดิ์ มังกโรทัย รองเลขาธิการ ก.พ.ร. นายสุมิทธิ์ เกศวพิทักษ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบบริหารงานส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่กองพัฒนาระบบบริหารงานส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น ได้ประชุมหารือร่วมกับ Ms. Swati Mehta หัวหน้าภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก Ms. Ericka Blas เจ้าหน้าที่โครงการประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก นางสาวกมลวรรณ ปัญญาเสวนามิตร ที่ปรึกษาด้านนโยบายและความร่วมมือ Mr. Gustavo Perez Ara หัวหน้าฝ่ายบริการสมาชิก และ Ms. Wanda Tiefenbacher ผู้ประสานงานโครงการ ฝ่ายบริการสมาชิกองค์กรภาคีเครือข่ายภาครัฐระบบเปิด (Open Government Partnership : OGP) เพื่อหารือแนวทางการจัดทำแผนปฏิบัติการแห่งชาติ (National Action Plan : NAP) ทั้งนี้ มีผู้แทนจากทางภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) กรุงเทพมหานคร 30×30 Thailand Coalition Hand Social Enterprise และองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เข้าร่วมการประชุมด้วย โดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้
ความสำคัญของการเข้าร่วมเป็นสมาชิกภาค OGP
– การเข้าร่วม OGP ถือเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยในการยกระดับธรรมาภิบาล ผ่านกรอบความร่วมมือที่เน้นความโปร่งใส การมีส่วนร่วม และความรับผิดชอบของภาครัฐ OGP เป็นโมเดลความร่วมมือระดับโลก (Unique Model) ที่เปิดโอกาสให้ภาครัฐและภาคประชาสังคมทำงานร่วมกันอย่างเท่าเทียมในการออกแบบและดำเนินการปฏิรูป
– OGP เป็นโมเดลที่มีลักษณะเฉพาะ ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่
1) ความร่วมมืออย่างเท่าเทียมระหว่างรัฐและภาคประชาสังคม (Partnership on Equal Terms)
2) กรอบการทำงานที่เน้นการลงมือปฏิบัติและมีระบบความรับผิดชอบในตัว (Action-Driven Framework with In-built Accountability)
3) แนวทางที่ประเทศสมาชิกเป็นผู้กำหนดทิศทางตามบริบทของตนเอง (Country-Led Approach)
4) การเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายนักปฏิรูปทั่วโลก (Global Community of Reformers)
ทั้งนี้ ประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายกว่า 70 ประเทศ และมากกว่า 150 รัฐบาลท้องถิ่นทั่วโลก ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และแรงสนับสนุนจากนานาชาติ
– หัวใจสำคัญของ OGP: การจัดทำแผนปฏิบัติการแห่งชาติ (National Action Plan: NAP)
การจัดทำแผน NAP ผ่านกระบวนการร่วมสร้าง (Co-creation) ที่ภาครัฐและภาคประชาสังคมร่วมกันกำหนดประเด็นปัญหา จัดลำดับความสำคัญ และพัฒนาข้อผูกพัน (Commitments) ที่มีความชัดเจน สามารถนำไปปฏิบัติได้ และก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม โดยยึดหลักการตัดสินใจร่วมกันและความเป็นเจ้าของร่วมของทุกฝ่าย
– มาตรฐานการมีส่วนร่วมและการร่วมสร้าง 5 ประการ (Participation and Co-Creation Standards) ได้แก่
1) การจัดตั้งเวทีความร่วมมือพหุภาคี (Multi-Stakeholder Forum: MSF)
2) การเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสและทันเวลา (Transparency)
3) การส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางและเท่าเทียม (Inclusive Participation)
4) การจัดทำคำชี้แจงตอบกลับอย่างมีเหตุผลต่อข้อเสนอของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Reasoned Response)
5) การเปิดโอกาสให้ภาคส่วนต่าง ๆ มีส่วนร่วมในการติดตามและประเมินผล (Monitoring)
– กลไกสำคัญในการดำเนินการ : เวทีความร่วมมือพหุภาคี (Multi-Stakeholder Forum: MSF) และผู้ประสานงานหลัก (Point of Contact: POC)
– เวทีความร่วมมือพหุภาคี (Multi-Stakeholder Forum: MSF) เป็นกลไกสำคัญที่ทำให้เกิดความร่วมมืออย่างต่อเนื่องระหว่างภาครัฐและภาคประชาสังคม ทำหน้าที่กำหนดยุทธศาสตร์ วางแผน สื่อสาร และกำกับติดตามกระบวนการจัดทำและดำเนินการตามแผน NAP โดยต้องกำหนดองค์ประกอบผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย กติกาการทำงาน และกรอบระยะเวลาให้ชัดเจน
– จากประสบการณ์ของประเทศสมาชิก พบว่า MSF สามารถออกแบบได้หลากหลายรูปแบบตามบริบทของแต่ละประเทศ เช่น
1) โกตดิวัวร์ (Côte d’Ivoire) ใช้โครงสร้างหลายชั้น แยกระดับนโยบายและระดับเทคนิคอย่างชัดเจน
2) เคนยา (Kenya) จัดตั้งคณะกรรมการระดับสูงควบคู่กับคณะทำงานตามประเด็นข้อผูกพัน
3) ชิลี (Chile) ใช้รูปแบบ “เวทีรัฐเปิด” (Open State Forum) ที่บูรณาการหลายสถาบันของรัฐ
4) กานา (Ghana) จัดตั้งคณะกรรมการกำกับร่วมกับกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในวงกว้าง แม้รูปแบบจะแตกต่างกัน แต่หลักการสำคัญคือการสร้างพื้นที่ความร่วมมือที่ต่อเนื่อง โปร่งใส และมีบทบาทชัดเจนในการกำหนดและขับเคลื่อนแผน NAP
– ผู้ประสานงานหลักของประเทศ (Point of Contact: POC) มีบทบาทสำคัญในการประสานงานและบริหารจัดการกระบวนการ OGP ทั้งระบบ สร้างความเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกำกับให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โปร่งใส และเป็นไปตามกรอบที่กำหนด
– ความรับผิดชอบและความโปร่งใส: กลไกการรายงานอิสระ (Independent Reporting Mechanism: IRM)
OGP มีกลไกการรายงานอิสระ (Independent Reporting Mechanism: IRM) ซึ่งเป็นการประเมินผลโดยอิงหลักฐาน เพื่อสะท้อนคุณภาพความร่วมมือระหว่างรัฐและภาคประชาสังคม การปฏิบัติตามข้อกำหนดขั้นต่ำ ความทะเยอทะยานของข้อผูกพัน และผลลัพธ์ของการดำเนินงาน โดย IRM จะรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่ง จัดทำรายงาน ส่งให้ภาครัฐตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนเผยแพร่ต่อสาธารณะ เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของกระบวนการ
Next Steps แนวทางดำเนินการในระยะถัดไป : สำนักงาน ก.พ.ร. เผยแพร่องค์ความรู้เพื่อสร้างความเข้าใจในการกระบวนการดำเนินการจัดตั้ง MSF และเดินหน้ากระบวนการร่วมสร้าง (Co-Creation) เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำแผน NAP ต่อไป