
วันที่ 19 มีนาคม 2569 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมศุภมิตร ชั้น 7 โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง กรุงเทพมหานคร สำนักงาน ก.พ.ร. นำโดยนายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ประธาน อ.ก.พ.ร. เกี่ยวกับการส่งเสริมการบริหารภาครัฐระบบเปิดและการมีส่วนร่วม นางอารีย์พันธ์ เจริญสุข ที่ปรึกษาอาวุโส สำนักงาน ก.พ.ร. นางสาวกนกพร ศรีวิทยา ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการพัฒนาระบบราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.พ.ร. จัดประชุมหารือร่วมกับผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เช่น กรมควบคุมมลพิษ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร 30×30 Thailand Coalition บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)
วัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและแนวทางการขับเคลื่อนโครงการภายใต้ประเด็นนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (Climate and Environment) ครอบคลุมประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทรัพยากรธรรมชาติ การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ฝุ่น PM2.5 และความหลากหลายทางชีวภาพ สรุปสาระสำคัญ ดังนี้
1. จังหวัดสระบุรี
– มุ่งขับเคลื่อน Low Carbon City ควบคู่กับการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Adaptation) โดยส่งเสริมการจัดการขยะครบวงจร ทั้งการแปลงขยะเป็นพลังงาน การคัดแยกขยะเพื่อลดการปล่อยมีเทน และการพัฒนาระบบเชื่อมโยงระหว่างอุปสงค์และอุปทาน (Matching System) ระหว่างภาคส่วน
– เดินหน้าพัฒนา Open Data และ Risk Map ระดับพื้นที่ เพื่อรองรับความเสี่ยงด้านน้ำและเพิ่มผลิตภาพภาคเกษตร พร้อมต่อยอดศักยภาพด้านความหลากหลายทางชีวภาพ เช่น ระบบนิเวศเขาหินปูนสู่การท่องเที่ยวเชิงนิเวศและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
– ส่งเสริมการฟื้นฟูป่าชุมชนผ่านกลไก PES และระบบพี่เลี้ยง เชื่อมโยงประเด็น Climate Biodiversity Food ควบคู่กับการสร้างรายได้ในพื้นที่ เช่น การท่องเที่ยวชุมชน และมุ่งยกระดับบทบาทชุมชนในการดูแลทรัพยากร โดยคำนึงถึงมูลค่าระบบนิเวศ (Ecological Services) พร้อมรับมือข้อจำกัดด้านขนาดพื้นที่และการขยายผลในอนาคต
2. กรุงเทพมหานคร
– ขับเคลื่อนแผนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate) ครอบคลุมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Adaptation) เช่น การจัดทำดัชนีความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Risk Index) การเพิ่มพื้นที่สีเขียว และการรับมือภาวะเกาะความร้อนในเมือง (Urban Heat) และน้ำท่วม
– บูรณาการการจัดการฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ด้วยการควบคุมต้นตอแหล่งกำเนิดฝุ่น การสื่อสารผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น AirBKK และ Line รวมไปถึงขอความร่วมมือกับภาคเอกชนและจังหวัดโดยรอบ
– ส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ในเมืองผ่านฐานข้อมูล (Bangkok Biodiversity Map) และการมีส่วนร่วมของชุมชน ควบคู่ไปกับการพัฒนาข้อมูลและแบบจำลองสถานการณ์ภูมิอากาศ (Climate Scenario) เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจในการรับมือของหน่วยงานต่าง ๆ และประชาชน
3. จังหวัดเชียงใหม่
– พัฒนากลไกการเงินด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Finance) และเครื่องมือสนับสนุน เช่น คาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) เพื่อจูงใจการอนุรักษ์และการปลูกไม้เศรษฐกิจ โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน
– ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) และไฟป่า ผ่านการมีส่วนร่วมของชุมชน การสร้างอาชีพทางเลือก และการแปลงขยะเกษตรให้เกิดมูลค่าเพิ่ม
– มุ่งพัฒนาฐานข้อมูลกลางและระบบจับคู่ (Matching System) เพื่อเชื่อมโยงการดำเนินงานระหว่างภาคส่วน และสนับสนุนการจัดทำแผนที่และการติดตามผล (Mapping and Tracking) ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity)
4. อ่าวพังงา
– ขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Adaptation) ในพื้นที่ชายฝั่ง โดยใช้การวางแผนเชิงพื้นที่ทางทะเล (Marine Spatial Planning) ควบคู่การส่งเสริม Blue Economy และการท่องเที่ยวเชิงฟื้นฟูธรรมชาติ (Nature Positive Tourism)
– พัฒนาระบบบริหารจัดการขยะทะเลและพื้นที่คุ้มครองโดยเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนและการวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด
– นำเครื่องมือต่าง ๆ มาใช้ เช่น พันธบัตรเพื่อความยั่งยืน (Sustainability-Linked Bonds) และข้อมูลเปิด (Open Data) เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามสถานะทรัพยากร พร้อมใช้ดัชนีสุขภาพมหาสมุทร (Ocean Health Index) เป็นกลไกกำกับการดำเนินงาน
Next Step : สำนักงาน ก.พ.ร. จะนำความคิดเห็นจากที่ประชุมไปจัดทำแผนปฏิบัติการแห่งชาติ (National Action Plan: NAP) ในประเด็นนโยบายสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (Climate and Environment) ต่อไป

















