
วันที่ 24 เมษายน 2569 เวลา 14.00 น. นางอารีย์พันธ์ เจริญสุข ที่ปรึกษาอาวุโส สำนักงาน ก.พ.ร. และเจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.พ.ร. เข้าร่วมการประชุมหารือกับนายอุกกฤต สตภูมินทร์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง นายไพทูล แพนชัยภูมิ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมชุมชนชายฝั่งและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดร. เพชร มโนปวิตร ที่ปรึกษา 30×30 Thailand Coalition ดร.ปีย์ชนิตว์ เกษสุวรรณ ผู้อำนวยการ 30×30 Thailand Coalition รวมถึง Ms. CHOW Yuen Ping Asia Program Manager องค์กร Ocean 5 และ Ms. Carol Liew Managing Director มูลนิธิครอบครัวเอคก้า (Ecca Family Foundation) และคณะ ซึ่งเป็นผู้ให้การสนับสนุนโครงการ 30×30 Thailand Ocean Strategy ภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างเครือข่าย 30×30 Thailand Coalition ร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันหารือแนวทางการพัฒนา National Action Plan ภายใต้กรอบ Open Government Partnership (OGP) ในประเด็นการบริหารจัดการพื้นที่ทะเลและชายฝั่งอย่างมีส่วนร่วม ในพื้นที่ปฏิบัติการอ่าวพังงา ณ ห้องประชุมลำแพน ชั้น 9 กรม ทช. สรุปได้ ดังนี้
– ประเทศไทยเร่งขับเคลื่อนเป้าหมาย “30×30” มุ่งอนุรักษ์พื้นที่ทะเลและชายฝั่งให้ได้ร้อยละ 30 ภายในปี ค.ศ. 2030 ภายใต้กรอบความร่วมมือ OGP โดยเน้นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคประชาสังคม และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลอย่างโปร่งใสและมีส่วนร่วม
– ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่คุ้มครองทางทะเลเพียงร้อยละ 5–7 จึงจำเป็นต้องเร่งดำเนินการ โดยมีการกำหนด “อ่าวพังงา” เป็นพื้นที่นำร่อง (Sandbox) ครอบคลุม 3 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ พังงา และภูเก็ต เพื่อทดลองรูปแบบการบริหารจัดการใหม่ ทั้งการแก้ไขข้อจำกัดด้านกฎหมายที่ทับซ้อน การจัดสรรงบประมาณ และการใช้เครื่องมือ Marine Spatial Planning (MSP) เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ
– การดำเนินงานยังให้ความสำคัญกับบทบาทของชุมชนชายฝั่ง ผ่านแนวคิดการจัดการพื้นที่ทางทะเลโดยชุมชน (Locally Managed Marine Areas: LMMA) ตามมาตรา 16 ของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งพัฒนาแรงจูงใจทางเศรษฐกิจ เช่น การจ่ายค่าตอบแทนบริการระบบนิเวศ (PES) เพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว
– สำนักงาน ก.พ.ร. กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และเครือข่าย 30×30 Thailand Coalition ร่วมกันวางแผนจัดทำแผน NAP และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อมาร่วมกันขับเคลื่อนแผน NAP ของ OGP ภายในระยะเวลา 4 ปี เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามพันธสัญญาภายในปี ค.ศ. 2030







