
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 9.30 น. นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ประธาน อ.ก.พ.ร. เกี่ยวกับการส่งเสริมการบริหารภาครัฐระบบเปิดและการมีส่วนร่วม นางอารีย์พันธ์ เจริญสุข ที่ปรึกษาอาวุโส สำนักงาน ก.พ.ร. นางสาวธีรดา ศุภะพงษ์ อนุกรรมการฯ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.พ.ร. ได้ร่วมประชุมหารือร่วมกับนายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ และเจ้าหน้าที่ของกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เกี่ยวกับการจัดทำแผนปฏิบัติการแห่งชาติ (National Action Plan : NAP) ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นประเทศสมาชิก Open Government Partnership : OGP) สรุปสาระสำคัญดังนี้
1. คพ. ยินดีร่วมเป็นหน่วยงานจัดทำแผน NAP ในประเด็นนโยบาย (Policy Area) เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหา PM 2.5 เนื่องจากมีผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง และเป็นปัญหาทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ ซึ่งเมื่อวิเคราะห์ปัญหา PM2.5 ในพื้นที่ต่างจังหวัดแล้วพบว่ามาจากการเผาไหม้และควันข้ามแดนมากกว่า 60% ขณะที่ปัญหาภายในกรุงเทพฯ มาจากมลพิษทางรถยนต์ประมาณ 60 – 70% และมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมอีกจำนวนหนึ่ง ทั้งนี้ การเผาไหม้ส่วนใหญ่มาจากพื้นที่ทำการเกษตรและพื้นที่ป่า ซึ่งมีแนวทางการลดปัญหาโดยวิธี Self Declaration เพื่อรับประกันการไม่เผา ขณะที่มีช่องทางการสื่อสารกับเจ้าเมืองของพม่าและลาวเพื่อหารือการแก้ไขปัญหาในกรณีเกิดการเผาข้ามพรมแดน ดังนั้นการแก้ไขปัญหา PM 2.5 จึงต้องเน้นแก้ไขปัญหาให้ตรงจุดโดยขึ้นอยู่กับพื้นที่นั้น ๆ โดยจัดมีการกำหนดพื้นที่ยุทธศาสตร์หลายแห่ง เช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และน่าน
2. แนวทางการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน
1) เน้นการสร้างทางเลือกที่ยั่งยืนมากกว่าการบังคับใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียว โดยมุ่งพัฒนามาตรการเชิงจูงใจและทางเลือกในการดำรงชีพหรือดำเนินกิจกรรมที่ลดการก่อมลพิษ เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถปรับตัวได้จริง
2) การปรับทัศนคติและยกระดับความตระหนักรู้ของสังคม โดยส่งเสริมความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับผลกระทบของ PM2.5 ต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิต ผ่านการสื่อสารสาธารณะและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
3) สนับสนุนการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีในการระบุแหล่งกำเนิดฝุ่นเพื่อให้การกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ
Next Step : สำนักงาน ก.พ.ร. จะได้หารือในรายละเอียดเพิ่มเติมกับกรมควบคุมมลพิษในการกำหนดโครงการและวางแผนการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว พร้อมทั้งลงพื้นที่เพื่อระดมความคิดเห็นจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ตามแนวทาง OGP ในจังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 และจังหวัดขอนแก่น ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ต่อไป






