การลงพื้นที่ Kick off การพัฒนาแผน NAP ของ OGP ในประเด็นการจัดการพื้นที่ทะเลและชายฝั่งในพื้นที่ปฏิบัติการอ่าวพังงา

4 เม.ย. 2569
3
01 17

         นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ประธาน อ.ก.พ.ร. เกี่ยวกับการส่งเสริมการบริหารภาครัฐระบบเปิดและการมีส่วนร่วม พร้อมด้วยนางอารีย์พันธ์ เจริญสุข ที่ปรึกษาอาวุโส สำนักงาน ก.พ.ร. นายธนศักดิ์ มังกโรทัย รองเลขาธิการ ก.พ.ร. และเจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.พ.ร. เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อ Kick off กับการพัฒนาแผนการปฏิบัติการแห่งชาติ (National Action Plan : NAP) ภายใต้กรอบการเป็นสมาชิกภาคีเครือข่ายภาครัฐระบบเปิด (Open Government Partnership : OGP) ในประเด็นการบริหารจัดการพื้นที่ทะเลและชายฝั่งอย่างมีส่วนร่วมในพื้นที่ปฏิบัติการอ่าวพังงา ระหว่างวันที่ 2 – 3 เมษายน 2569 ณ จังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงาน ก.พ.ร. กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และเครือข่าย 30 x 30 Thailand Coalition สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

         วันที่ 2 เมษายน 2569

         1. ลงพื้นที่ชุมชนตำบลแหลมสัก อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ณ อาคารอเนกประสงค์ มัสยิดคลองทราย โดยมีการระดมความเห็นจากชาวบ้านในพื้นที่ชุมชนดังกล่าว ซึ่งมีผู้นำชุมชน (กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน) เจ้าหน้าที่ภาครัฐ ภาคประชาสังคมเข้าร่วมกิจกรรม สรุปได้ดังนี้

                  1) การบริหารจัดการพื้นที่ทางทะเลและชายฝั่งอย่างมีส่วนร่วมโดยชุมชน

                           – สถานการณ์ปัญหา ได้แก่ การใช้เครื่องมือประมงผิดกฎหมายและไม่เหมาะสม ส่งผลให้ทรัพยากรสัตว์น้ำ เช่น ปูม้า ลดลง รวมถึงกิจกรรมที่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การปล่อยน้ำเสียจากบ่อกุ้ง และการมีแพที่ไม่ได้จดทะเบียน ตลอดจนปัญหาพื้นที่ทับซ้อนระหว่างเขตอนุรักษ์กับพื้นที่ทำกินของชุมชน ข้อจำกัดด้านกำลังเจ้าหน้าที่รัฐ และการสื่อสารที่ไม่ทั่วถึง ส่งผลให้เกิดความไม่เข้าใจในพื้นที่
                           – ปลายทางการแก้ไขปัญหา คือ การที่ภาครัฐเข้ามามีบทบาทในการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ส่งเสริมการจัดการทรัพยากรโดยชุมชน (LMMA) จัดทำแผนที่และผังเมืองร่วมกันบนฐานข้อมูลเดียวกัน และเปิดโอกาสให้ชุมชนสามารถใช้และอนุรักษ์ทรัพยากรได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

                  2) การดำเนินการของภาครัฐต่อการรับรู้และการติดตามของชุมชน

                           – สถานการณ์ปัญหา ได้แก่ ความไม่ชัดเจนในการดำเนินงานของภาครัฐ การไม่สามารถติดตามความคืบหน้าได้ ปัญหาพื้นที่ทับซ้อน สิทธิการใช้ประโยชน์ที่ดินของชุมชนที่ไม่ชัดเจน กฎหมายและระเบียบที่ซ้ำซ้อน รวมถึงข้อจำกัดด้านพื้นที่รองรับการขยายตัวของประชากร และการขาดระบบข้อมูลและการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ
                           – ปลายทางการแก้ไขปัญหา คือ การกำหนดกรอบระยะเวลาและหน่วยงานรับผิดชอบให้ชัดเจน จัดทำแนวเขตพื้นที่ที่เป็นเอกภาพ พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบอย่างทั่วถึง ปรับปรุงสิทธิการใช้ประโยชน์ที่ดินให้เหมาะสม ลดความซ้ำซ้อนของกฎหมาย เปิดโอกาสให้ผู้มีอำนาจสื่อสารกับชุมชนโดยตรง และพัฒนาระบบข้อมูลเปิดเพื่อสนับสนุนการมีส่วนร่วม

                  3) เศรษฐกิจฐานรากและเครื่องมือทางการเงินของชุมชน

                           – สถานการณ์ปัญหา ได้แก่ ข้อจำกัดด้านกฎหมายที่กระทบต่ออาชีพบางประเภท การประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวยังไม่ทั่วถึง แม้ว่าชุมชนจะมีศักยภาพในการพัฒนาอาชีพและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น
                           – แนวทางการแก้ไข คือ การจัดตั้งและพัฒนากองทุนชุมชน เสริมสร้างทักษะอาชีพใหม่ ส่งเสริมอาชีพทางเลือก เช่น การท่องเที่ยวชุมชน การจัดการขยะ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และการยกระดับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นให้มีมูลค่าเพิ่ม

         2. ลงพื้นที่ชุมชนบ้านไหนหนัง ตำบลเขาคราม อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ พบว่า “โมเดลผึ้งพิทักษ์ป่า” เป็นตัวอย่างที่เชื่อมโยงการอนุรักษ์กับการสร้างรายได้ โดยนำรายได้ส่วนหนึ่งเข้าสู่กองทุนชุมชนเพื่อใช้ในการดูแลทรัพยากร ส่งผลให้เกิดระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพาตนเองได้ และสร้างแรงจูงใจให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์อย่างต่อเนื่อง

         3. นอกจากนี้ การศึกษาดูงานในพื้นที่ท่าเทียบเรือแหลมสัก และป่าท่าปอมคลองสองน้ำ สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากร ซึ่งสามารถต่อยอดสู่ความยั่งยืนในระดับชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

         วันที่ 3 เมษายน 2569

                  – นายสุวิทย์ สุริยะวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวเปิดกิจกรรมและแสดงความยินดีต่อการพัฒนาความร่วมมือด้านการอนุรักษ์ในพื้นที่ปฏิบัติการแห่งชาติอ่าวพังงา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานและภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อนการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้เกิดประสิทธิภาพและความยั่งยืน

                  – นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวเปิดการประชุม พร้อมมอบนโยบายที่มุ่งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน การใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ในการตัดสินใจ และการยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่และมาตรฐานสากล

                  – นางอารีย์พันธ์ เจริญสุข ที่ปรึกษาอาวุโส สำนักงาน ก.พ.ร. กล่าวถึงการเข้าร่วมสมาชิกภาคีเครือข่ายภาครัฐระบบเปิด (OGP) ของประเทศไทย และความสำคัญของการจัดทำแผนปฏิบัติการแห่งชาติ ที่มุ่งเน้นให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมคิดร่วมทำร่วมตัดสินใจร่วมติดตามตรวจสอบเพื่อให้การพัฒนาประเทศมุ่งสู่ความโปร่งใส การมีส่วนร่วมและความรับผิดชอบของภาครัฐอย่างแท้จริง

                  – นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ประธาน อ.ก.พ.ร.ฯ ได้นำเสนอตัวอย่างกรณีศึกษาที่เป็น success story ของชุมชนลงพื้นที่ชุมชนบ้านไหนหนัง “โมเดลผึ้งพิทักษ์ป่า” เป็นตัวอย่างที่เชื่อมโยงการอนุรักษ์กับการสร้างรายได้ ชุมชนตระหนักถึงการดูแลทรัพยากร ส่งผลให้เกิดระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพาตนเองได้ และสร้างแรงจูงใจให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นตัวอย่างของการพัฒนาตามแนวทาง “นิเวศเศรษฐกิจ”

                  – นอกจากนี้มีการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน จัดขึ้นเพื่อร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาและกำหนดแนวทางการพัฒนาแผนปฏิบัติการระดับชาติ (National Action Plan: NAP) อย่างบูรณาการ โดยมีการระดมความคิดเห็นและวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder Analysis) อย่างเป็นระบบ เพื่อให้เห็นบทบาท ความเชื่อมโยง และผลกระทบของแต่ละภาคส่วนอย่างรอบด้าน ครอบคลุมประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1) การบริหารจัดการพื้นที่ทางทะเลและชายฝั่งอย่างมีส่วนร่วม 2) การประยุกต์ใช้เครื่องมือเชิงพื้นที่ เช่น LMMA และ OECM 3) การพัฒนากลไกทางการเงินและเศรษฐกิจสีน้ำเงิน (Blue Economy) และ 4) การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน

                  – นายธนศักดิ์ มังกโรทัย รองเลขาธิการ ก.พ.ร. กล่าวทิ้งท้ายว่า อ่าวพังงาคือขุมทรัพย์สีน้ำเงินของโลก และขุมทรัพย์จะคงอยู่ได้อย่างยั่งยืน ก็ต่อเมื่อ คนในชุมชนผู้ดูแลพื้นที้ขุมทรัพย์และผู้วางกติกาเห็นภาพเดียวกัน และเน้นย้ำว่า Unlocking Networking และ Sandbox เป็นกระบวนการที่สำคัญที่จะช่วยสนับสนุนให้ขุมทรัพย์ดังกล่าวดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

                  – การหารือครั้งนี้มุ่งสร้างความเข้าใจร่วมกันในเป้าหมายและทิศทางการดำเนินงาน พร้อมกำหนดกรอบความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วน โดยเน้นการบูรณาการข้อมูล การสื่อสารที่ชัดเจน และการมีส่วนร่วมของประชาชน อันจะนำไปสู่การพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งอย่างมีประสิทธิภาพ สมดุล และยั่งยืน ภายใต้กรอบความร่วมมือของ OGP ต่อไป

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุ้กกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ปุ่มตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สำนักงาน ก.พ.ร. เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สำนักงาน ก.พ.ร. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลการใช้งาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้ ก.พ.ร. ทราบถึงการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของ ก.พ.ร. รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่น ๆ ก.พ.ร. ยังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานมากขึ้น ถึงแม้ว่า ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ ก.พ.ร. ไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมาย (Targeting Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของ ก.พ.ร. ทั้งนี้ หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของ ก.พ.ร. แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่น ๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน

บันทึกการตั้งค่า