
นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ประธาน อ.ก.พ.ร. เกี่ยวกับการส่งเสริมการบริหารภาครัฐระบบเปิดและการมีส่วนร่วม พร้อมด้วยนางอารีย์พันธ์ เจริญสุข ที่ปรึกษาอาวุโส สำนักงาน ก.พ.ร. นายธนศักดิ์ มังกโรทัย รองเลขาธิการ ก.พ.ร. และเจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.พ.ร. เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อ Kick off กับการพัฒนาแผนการปฏิบัติการแห่งชาติ (National Action Plan : NAP) ภายใต้กรอบการเป็นสมาชิกภาคีเครือข่ายภาครัฐระบบเปิด (Open Government Partnership : OGP) ในประเด็นการบริหารจัดการพื้นที่ทะเลและชายฝั่งอย่างมีส่วนร่วมในพื้นที่ปฏิบัติการอ่าวพังงา ระหว่างวันที่ 2 – 3 เมษายน 2569 ณ จังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงาน ก.พ.ร. กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และเครือข่าย 30 x 30 Thailand Coalition สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
วันที่ 2 เมษายน 2569
1. ลงพื้นที่ชุมชนตำบลแหลมสัก อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ณ อาคารอเนกประสงค์ มัสยิดคลองทราย โดยมีการระดมความเห็นจากชาวบ้านในพื้นที่ชุมชนดังกล่าว ซึ่งมีผู้นำชุมชน (กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน) เจ้าหน้าที่ภาครัฐ ภาคประชาสังคมเข้าร่วมกิจกรรม สรุปได้ดังนี้
1) การบริหารจัดการพื้นที่ทางทะเลและชายฝั่งอย่างมีส่วนร่วมโดยชุมชน
– สถานการณ์ปัญหา ได้แก่ การใช้เครื่องมือประมงผิดกฎหมายและไม่เหมาะสม ส่งผลให้ทรัพยากรสัตว์น้ำ เช่น ปูม้า ลดลง รวมถึงกิจกรรมที่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การปล่อยน้ำเสียจากบ่อกุ้ง และการมีแพที่ไม่ได้จดทะเบียน ตลอดจนปัญหาพื้นที่ทับซ้อนระหว่างเขตอนุรักษ์กับพื้นที่ทำกินของชุมชน ข้อจำกัดด้านกำลังเจ้าหน้าที่รัฐ และการสื่อสารที่ไม่ทั่วถึง ส่งผลให้เกิดความไม่เข้าใจในพื้นที่
– ปลายทางการแก้ไขปัญหา คือ การที่ภาครัฐเข้ามามีบทบาทในการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ส่งเสริมการจัดการทรัพยากรโดยชุมชน (LMMA) จัดทำแผนที่และผังเมืองร่วมกันบนฐานข้อมูลเดียวกัน และเปิดโอกาสให้ชุมชนสามารถใช้และอนุรักษ์ทรัพยากรได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
2) การดำเนินการของภาครัฐต่อการรับรู้และการติดตามของชุมชน
– สถานการณ์ปัญหา ได้แก่ ความไม่ชัดเจนในการดำเนินงานของภาครัฐ การไม่สามารถติดตามความคืบหน้าได้ ปัญหาพื้นที่ทับซ้อน สิทธิการใช้ประโยชน์ที่ดินของชุมชนที่ไม่ชัดเจน กฎหมายและระเบียบที่ซ้ำซ้อน รวมถึงข้อจำกัดด้านพื้นที่รองรับการขยายตัวของประชากร และการขาดระบบข้อมูลและการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ
– ปลายทางการแก้ไขปัญหา คือ การกำหนดกรอบระยะเวลาและหน่วยงานรับผิดชอบให้ชัดเจน จัดทำแนวเขตพื้นที่ที่เป็นเอกภาพ พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบอย่างทั่วถึง ปรับปรุงสิทธิการใช้ประโยชน์ที่ดินให้เหมาะสม ลดความซ้ำซ้อนของกฎหมาย เปิดโอกาสให้ผู้มีอำนาจสื่อสารกับชุมชนโดยตรง และพัฒนาระบบข้อมูลเปิดเพื่อสนับสนุนการมีส่วนร่วม
3) เศรษฐกิจฐานรากและเครื่องมือทางการเงินของชุมชน
– สถานการณ์ปัญหา ได้แก่ ข้อจำกัดด้านกฎหมายที่กระทบต่ออาชีพบางประเภท การประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวยังไม่ทั่วถึง แม้ว่าชุมชนจะมีศักยภาพในการพัฒนาอาชีพและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น
– แนวทางการแก้ไข คือ การจัดตั้งและพัฒนากองทุนชุมชน เสริมสร้างทักษะอาชีพใหม่ ส่งเสริมอาชีพทางเลือก เช่น การท่องเที่ยวชุมชน การจัดการขยะ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และการยกระดับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นให้มีมูลค่าเพิ่ม
2. ลงพื้นที่ชุมชนบ้านไหนหนัง ตำบลเขาคราม อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ พบว่า “โมเดลผึ้งพิทักษ์ป่า” เป็นตัวอย่างที่เชื่อมโยงการอนุรักษ์กับการสร้างรายได้ โดยนำรายได้ส่วนหนึ่งเข้าสู่กองทุนชุมชนเพื่อใช้ในการดูแลทรัพยากร ส่งผลให้เกิดระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพาตนเองได้ และสร้างแรงจูงใจให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์อย่างต่อเนื่อง
3. นอกจากนี้ การศึกษาดูงานในพื้นที่ท่าเทียบเรือแหลมสัก และป่าท่าปอมคลองสองน้ำ สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากร ซึ่งสามารถต่อยอดสู่ความยั่งยืนในระดับชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม
วันที่ 3 เมษายน 2569
– นายสุวิทย์ สุริยะวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวเปิดกิจกรรมและแสดงความยินดีต่อการพัฒนาความร่วมมือด้านการอนุรักษ์ในพื้นที่ปฏิบัติการแห่งชาติอ่าวพังงา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานและภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อนการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้เกิดประสิทธิภาพและความยั่งยืน
– นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวเปิดการประชุม พร้อมมอบนโยบายที่มุ่งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน การใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ในการตัดสินใจ และการยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่และมาตรฐานสากล
– นางอารีย์พันธ์ เจริญสุข ที่ปรึกษาอาวุโส สำนักงาน ก.พ.ร. กล่าวถึงการเข้าร่วมสมาชิกภาคีเครือข่ายภาครัฐระบบเปิด (OGP) ของประเทศไทย และความสำคัญของการจัดทำแผนปฏิบัติการแห่งชาติ ที่มุ่งเน้นให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมคิดร่วมทำร่วมตัดสินใจร่วมติดตามตรวจสอบเพื่อให้การพัฒนาประเทศมุ่งสู่ความโปร่งใส การมีส่วนร่วมและความรับผิดชอบของภาครัฐอย่างแท้จริง
– นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ประธาน อ.ก.พ.ร.ฯ ได้นำเสนอตัวอย่างกรณีศึกษาที่เป็น success story ของชุมชนลงพื้นที่ชุมชนบ้านไหนหนัง “โมเดลผึ้งพิทักษ์ป่า” เป็นตัวอย่างที่เชื่อมโยงการอนุรักษ์กับการสร้างรายได้ ชุมชนตระหนักถึงการดูแลทรัพยากร ส่งผลให้เกิดระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพาตนเองได้ และสร้างแรงจูงใจให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นตัวอย่างของการพัฒนาตามแนวทาง “นิเวศเศรษฐกิจ”
– นอกจากนี้มีการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน จัดขึ้นเพื่อร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาและกำหนดแนวทางการพัฒนาแผนปฏิบัติการระดับชาติ (National Action Plan: NAP) อย่างบูรณาการ โดยมีการระดมความคิดเห็นและวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder Analysis) อย่างเป็นระบบ เพื่อให้เห็นบทบาท ความเชื่อมโยง และผลกระทบของแต่ละภาคส่วนอย่างรอบด้าน ครอบคลุมประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1) การบริหารจัดการพื้นที่ทางทะเลและชายฝั่งอย่างมีส่วนร่วม 2) การประยุกต์ใช้เครื่องมือเชิงพื้นที่ เช่น LMMA และ OECM 3) การพัฒนากลไกทางการเงินและเศรษฐกิจสีน้ำเงิน (Blue Economy) และ 4) การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน
– นายธนศักดิ์ มังกโรทัย รองเลขาธิการ ก.พ.ร. กล่าวทิ้งท้ายว่า อ่าวพังงาคือขุมทรัพย์สีน้ำเงินของโลก และขุมทรัพย์จะคงอยู่ได้อย่างยั่งยืน ก็ต่อเมื่อ คนในชุมชนผู้ดูแลพื้นที้ขุมทรัพย์และผู้วางกติกาเห็นภาพเดียวกัน และเน้นย้ำว่า Unlocking Networking และ Sandbox เป็นกระบวนการที่สำคัญที่จะช่วยสนับสนุนให้ขุมทรัพย์ดังกล่าวดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
– การหารือครั้งนี้มุ่งสร้างความเข้าใจร่วมกันในเป้าหมายและทิศทางการดำเนินงาน พร้อมกำหนดกรอบความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วน โดยเน้นการบูรณาการข้อมูล การสื่อสารที่ชัดเจน และการมีส่วนร่วมของประชาชน อันจะนำไปสู่การพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งอย่างมีประสิทธิภาพ สมดุล และยั่งยืน ภายใต้กรอบความร่วมมือของ OGP ต่อไป















