
วันที่ 16 มีนาคม 2569 นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ประธาน อ.ก.พ.ร. เกี่ยวกับการส่งเสริมการบริหารภาครัฐระบบเปิดและการมีส่วนร่วม นายธนศักดิ์ มังกโรทัย รองเลขาธิการ ก.พ.ร. นายสุมิทธิ์ เกศวพิทักษ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบบริหารงานส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น นางสาวกนกพร ศรีวิทยา ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการพัฒนาระบบราชการ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.พ.ร. ประชุมหารือกับสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) (Thailand Institute of Justice : TIJ) เพื่อพิจารณาแนวทางบรรจุโครงการในแผนปฏิบัติการแห่งชาติ (National Action Plan: NAP) ภายใต้การเป็นสมาชิกภาคีเครือข่ายภาครัฐระบบเปิด (Open Government Partnership: OGP) โดยได้ร่วมหารือกับ ดร. อณูวรรณ วงศ์พิเชษฐ์ รองผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) ดร. อาภามาศ จันทร์เมฆา ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมเพื่อความยุติธรรม นายกิตติเดช ฉันทังกูล ผู้อำนวยการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (Anti-Corruption Organization of Thailand: ACT) นายสุภอรรถ โบสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ HAND Social Enterprise และเจ้าหน้าที่ TIJ สรุปสาระสำคัญดังนี้
1. การดำเนินการของสถาบัน TIJ
– ปัจจุบันสถาบัน TIJ เห็นว่า การดำเนินการขับเคลื่อนในประเด็นสำคัญของ OGP มีความเชื่อมโยงกับ OECD อย่างมีนัยสำคัญ การประสานงานระหว่างสองกรอบนี้จึงเป็นสิ่งที่สำคัญเพื่อลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนนโยบาย ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเด็นนโยบายสำคัญ ได้แก่
1) การต่อต้านทุจริต :
– โครงการพัฒนากรอบนโยบายด้านหลักนิติธรรมแห่งชาติ (National Rule of Law Policy Framework) เพื่อการปฏิรูปประเทศ และการเปิดเผยข้อมูลเพื่อการต่อต้านคอร์รัปชันในการบริหารงานภาครัฐ : จากการศึกษาเกณฑ์ของ Open Data Charter ระหว่างประเทศ ประเทศไทยสังเคราะห์ข้อมูลออกมาแล้วว่า มี 25 ชุดข้อมูลสำคัญที่ควรเปิดเผยต่อสาธารณะเพื่อการต่อต้านการทุจริต เช่น ข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ข้อมูลงบประมาณภาครัฐ ข้อมูลเจ้าหน้าที่ภาครัฐและบัญชีทรัพย์สิน เป็นต้น หากข้อมูลเหล่านี้ถูกเผยแพร่ในรูปแบบที่เชื่อมโยงและวิเคราะห์ได้ จะช่วยเพิ่มความโปร่งใส ป้องกันการทุจริต และช่วยให้สามารถตรวจจับความผิดปกติในระบบได้เร็วขึ้น ซึ่งสิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ การปฏิรูปกฎระเบียบ (Regulatory Reform) โดยเน้นการแก้ไขกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตต่างๆ เพื่อลดดุลพินิจและช่องทางในการเรียกรับสินบน
– แนวคิด Integrity Ecosystem ในการต่อต้านการทุจริต : การต่อต้านการทุจริตไม่ใช่เพียงมาตรการเชิงกฎหมายหรือการปราบปราม แต่ต้องเป็นระบบนิเวศที่ประกอบด้วยหลายองค์ประกอบทั้งด้านตลาด สถาบัน และวัฒนธรรมของสังคม โดยโมเดลดังกล่าวแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 ระดับหลัก ได้แก่
ระดับที่ 1 การปรับกลไกตลาดและกฎระเบียบเพื่อปิดช่องว่างการทุจริต (Tier 1: Intervening Market Dynamic)
ระดับที่ 2 การเสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบันรัฐและเจตจำนงทางการเมือง (Tier 2 : Strengthening Political Commitment & Institutional Framework)
ระดับที่ 3 การสร้างวัฒนธรรมความซื่อสัตย์ในสังคมผ่านการศึกษาและการมีส่วนร่วมของประชาชน (Building Integrity Culture & Values)
แนวคิดนี้เน้นการลดแรงจูงใจและโอกาสในการทุจริต พร้อมเพิ่มต้นทุนของการกระทำผิดทั้งในภาครัฐและเอกชน รวมถึงการใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยงและตัวชี้วัดสากล เช่น CPI และ Rule of Law Index เพื่อติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
2) ความยุติธรรม :
– โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งของหลักนิติธรรมและธรรมาภิบาลภาครัฐ ให้สอดคล้องกับ มาตรฐานของ OECD และมาตรฐานสากล
– โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับหลักนิติธรรมและกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ผ่านความร่วมมือระหว่างสถาบัน TIJ และ OECD โดยมุ่งศึกษาและวิเคราะห์ระบบยุติธรรมไทยในด้านการเข้าถึงความยุติธรรม ธรรมาภิบาล และกระบวนการยุติธรรมทางอาญา เพื่อนำไปสู่การจัดทำแผนยุทธศาสตร์และข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง
2. แนวคิด People-Centered Justice
– TIJ ยังส่งเสริมแนวคิด People-Centered Justice โดยใช้ข้อมูลจาก Justice Needs Survey และตัวชี้วัดสากล เช่น Rule of Law Index ของ World Justice Project (WJP) เพื่อนำมาพัฒนานโยบายและนวัตกรรมด้านกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและความโปร่งใสของระบบยุติธรรมในระยะยาว
Next Step : สำนักงาน ก.พ.ร. ร่วมกับสถาบัน TIJ จัดทำแผน NAP ภายใต้ประเด็นการต่อต้านการทุจริตและความยุติธรรม เพื่อขับเคลื่อนภาครัฐระบบเปิดให้เป็นรูปธรรมตามมาตรฐาน OGP ต่อไป