Logo of OPDC ก.พ.ร. FAQ สำหรับการค้นหา  |  ภาษาไทย   |   English   |   Mobile   |   Help   |  

หน้าหลัก หน้าหลัก | ติดต่อ | ผังเว็บไซต์ |  หน้าหลัก
Share แชร์ พิมพ์หน้านี้
ส่วนราชการ / กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
Ministry of Natural Resources and Enviroment

ข้อมูลทั่วไป

วิสัยทัศน์
คงความสมบูรณ์ของธรรมชาติ พัฒนาและสนับสนุน ส่งเสริมให้ประชาชนอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี
สู่การเป็นฐานการพัฒนาที่ยั่งยืน


พันธกิจหรือหน้าที่ตามกฎหมาย
อนุรักษ์ ฟื้นฟู ควบคุมการจัดสรร และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการสร้างคุณค่าที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยอาศัยการเสริมสร้างระบบและกลไกการจัดการภายในให้สามารถดำเนินภารกิจประสานกับเครือข่ายภาคีและผู้มีส่วนได้เสียภายนอกอย่างมีพลังและสอดคล้องกลมกลืน


เป้าประสงค์หลัก
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีภารกิจหน้าที่ดำเนินการบริหารจัดการทางด้านทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลายของประเทศให้อยู่คู่กับสังคมไทย โดยการสงวน อนุรักษ์ และฟื้นฟู และจัดการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน รวมทั้งประชาชนได้มีการดำรงชีวิตอยู่อย่างมีความสุขภายใต้คุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดี


หน่วยงานในสังกัด


สถานที่ติดต่อ
อาคารกรมควบคุมมลพิษ 92 ซอยพหลโยธิน 7 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน พญาไท กรุงเทพฯ 10400
โทร. 0 2278 8500   โทรสาร 0 2298 5735
www.mnre.go.th
webmaster@mnre.mail.go.th


อำนาจหน้าที่
พระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 มาตรา 22 แก้ไขโดยพระราชกฤษฎีกาโอนกรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปเป็นกรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัวต์ป้า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2546 บัญญัติให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการป่าไม้ การสงวน อนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การจัดการการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนและราชการอื่นตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหรือส่วนราชการที่สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรมดังกล่าว บัญญัติให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
มีส่วนราชการ ดังนี้

(1) สำนักงานรัฐมนตรี
(2) สำนักงานปลัดกระทรวง
(3) กรมควบคุมมลพิษ
(4) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
(5) กรมทรัพยากรธรณี
(6) กรมทรัพยากรน้ำ
(7) กรมทรัพยากรน้ำบาดาล
* (7/1) กรมป่าไม้
(8) กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม
(9) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
(10) สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
*มาตรา 23 (7/1) เพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาโอนกรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกร์ ไปเป็นกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และปรับปรุงอำนาจหน้าที่ และกิจการกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2546


คำรับรองการปฏิบัติราชการ

หมายเหตุ :

ข้อมูลปี 2559

http://www.opdc.go.th/uploads/files/result_peform/2559/government_59/I59_Ministry.pdf

รายงานผลการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ

รายงานผลการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 (รอบ 12 เดือน) ของคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ผลการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ตามประเด็นการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ ดังนี้

1. การสอบทานกรณีปกติ

          1.1 การตรวจราชการ
ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
รายงานผลการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวง และผู้ตรวจราชการกรมมีความครบถ้วนตามแบบรายงานมาตรฐานที่สำนักนายกรัฐมนตรีกำหนด ผู้ตรวจราชการกระทรวงและผู้ตรวจราชการกรมควรกำกับติดตามเร่งรัด ให้หน่วยรับตรวจได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแนะ
          1.2 การตรวจสอบภายใน
ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ

1. ผู้ตรวจสอบภายในยังคงมีความรู้ ทักษะและความสามารถในการตรวจสอบระบบสารสนเทศไม่เพียงพอรวมทั้ง  ยังขาดความเชี่ยวชาญในเชิงวิเคราะห์เพื่อให้รายงานการตรวจสอบได้รับข้อเสนอแนะและการแก้ไขปัญหา ได้อย่างถูกต้อง

2. การตรวจสอบยังคงเน้นการตรวจสอบการเงินและการปฏิบัติตามข้อกำหนดมากกว่าการตรวจสอบการดำเนินงาน ซึ่งไม่สอดคล้องกับการบริหารจัดการภาครัฐที่มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ของงาน

3.บางหน่วยงานจัดทำรายงานการตรวจสอบภายในเสนอผู้บริหารค่อนข้างล่าช้า ทำให้การแก้ไขปัญหาอาจไม่ทันต่อเหตุการณ์

1. ส่วนราชการควรให้การสนับสนุนการพัฒนาทักษะความรู้เกี่ยวกับการตรวจสอบภายในการประเมินผลเชิงวิเคราะห์และเทคนิคการนำเสนอรายงานผลการตรวจสอบแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานตรวจสอบภายในอย่างต่อเนื่อง

2. ผู้ตรวจสอบภายในควรปฏิบัติงานตรวจสอบที่เน้นประสิทธิภาพและผลสัมฤทธิ์ของงาน และให้ความสำคัญในเรื่องการประเมินความเสี่ยง เพื่อให้การปฏิบัติงานตรวจสอบภายในมีคุณค่าต่อการพัฒนาและปรับปรุงการปฏิบัติงานของส่วนราชการให้ดีขึ้น

3. เมื่อดำเนินการตรวจสอบแล้วเสร็จ ขอให้รีบรายงานผลการตรวจสอบโดยถือปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการตรวจสอบภายในของส่วนราชการ พ.ศ. 2551 โดยเคร่งครัด
          1.3 การควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง
ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ

1. การให้ความเห็นกรณีที่มีจุดอ่อนที่มีนัยสำคัญไม่สอดคล้องกันระหว่างหนังสือรับรองการประเมินผลการควบคุมภายใน (แบบ ปอ. 1) รายงานผลการประเมินองค์ประกอบของการควบคุมภายใน (แบบ ปอ.2) และรายงานแผนการปรับปรุงการควบคุมภายใน (แบบ ปอ.3)

2. การใช้รูปแบบรายงานไม่เป็นไปตามแบบฟอร์มที่คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินกำหนด

3. การกำหนดเวลาแล้วเสร็จในรายงานแผนการปรับปรุงการควบคุมภายใน (แบบ ปอ.3) บางกิจกรรมกำหนด ไว้ไม่ชัดเจน

1. ส่วนราชการควรให้ความสำคัญกับการจัดทำรายงานการประเมินผลการควบคุมภายใน

2. ส่วนราชการควรกำชับผู้รับผิดชอบให้จัดทำรายงานการประเมินผลการควบคุมภายในให้เป็นไปตามรูปแบบรายงานที่กำหนดไว้ในแนวทางการจัดวางระบบการควบคุมภายในและการประเมินผลการควบคุมภายใน

3. การกำหนดเวลาแล้วเสร็จของแต่ละกิจกรรมในรายงานแผนการปรับปรุงการควบคุมภายใน (แบบ ปอ.3) หน่วยงานควรระบุเป็น วัน เดือน ปีที่คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จ เพื่อให้ฝ่ายบริหารสามารถควบคุมและติดตามการปฏิบัติงานให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ของหน่วยงาน
          1.4 การปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ
ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
รายงานการประเมินตนเอง (Self Assessment Report)รอบ 12 เดือน ในทุกมิติมีความครบถ้วน ครอบคลุม ตามรูปแบบของการรายงานผลการปฏิบัติราชการ แต่มีบางตัวชี้วัด ที่ไม่อธิบายการดำเนินการที่ชัดเจนในหัวข้อคำชี้แจง การปฏิบัติงาน / มาตรการที่ได้ดำเนินการ ไม่ระบุปัญหาอุปสรรค ปัจจัยสนับสนุนการดำเนินงานและข้อเสนอแนะสำหรับการดำเนินงานในปีต่อไป  

เพื่อให้การตรวจสอบและการประเมินผล เป็นไปเพื่อประโยชน์ของทางราชการ ควรกรอกข้อมูลในแบบฟอร์มรายงานผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองฯ ให้ครบถ้วน

          1.5 รายงานการเงิน
ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ

1. รายงานการเงินของส่วนราชการจัดทำขึ้นโดยใช้ข้อมูลจากระบบ GFMIS ซึ่งยังมีความคลาดเคลื่อน

2. ภาพรวมการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2555 เบิกจ่ายได้ต่ำกว่าเป้าหมายที่มติคณะรัฐมนตรีกำหนด โดยสามารถเบิกจ่ายได้ร้อยละ 79.87 (เป้าหมาย ร้อยละ 93) นอกจากนี้
การเบิกจ่ายงบลงทุนและงบรายจ่ายอื่นอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำ คิดเป็นร้อยละ 61.55 และ 45.53 ตามลำดับ

1. ส่วนราชการควรเร่งรัดเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบตรวจสอบแก้ไขข้อคลาดเคลื่อนที่เกิดขึ้นและดำเนินการนำข้อมูลเข้าในระบบ GFMIS ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบรายการบัญชีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ

2.ผู้บริหารควรให้ความสำคัญและร่วมรับผิดชอบในการกำกับ ดูแล การเบิกจ่ายเงินให้สอดคล้องกับแผนและเป้าหมายการใช้จ่ายงบประมาณที่กำหนด และควรจัดทำแผนสำรองสำหรับโครงการที่มีความเสี่ยงสูง

2. การสอบทานกรณีพิเศษ

          1. โครงการพัฒนาป่าไม้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ

ข้อสังเกตในการดำเนินโครงการ

     จากการลงพื้นที่ติดตามโครงการห้วยองคต อันเนื่องมาจากพระราชดำริ พบว่า ราษฎรในพื้นที่โครงการฯ ยังไม่มีการรวมกลุ่มเพื่อนำผลผลิตที่ได้ออกจำหน่าย ซึ่งทำให้การขนส่งไม่สะดวกและต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น รวมทั้งการบรรจุภัณฑ์อาจไม่ได้มาตรฐาน พื้นที่บริเวณรอบ ๆ โครงการฯ พบว่าทรัพยากรป่าไม้ถูกบุกรุกทำลายเป็นจำนวนมาก

1. กรณีราษฎรในพื้นที่โครงการฯ ยังไม่มีการรวมกลุ่ม ขอให้ผู้รับผิดชอบโครงการห้วยองคต อันเนื่องมาจากพระราชดำริประสานกับราษฎรเจ้าของผลผลิตรวมกลุ่มเป็นเครือข่ายหรือสหกรณ์ เพื่อประโยชน์ในการติดต่อประสานงานกับบริษัทภาคเอกชนที่มีประสิทธิภาพ มารับซื้อผลผลิตในพื้นที่ และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการบรรจุภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน

2. กรณีทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่บริเวณรอบๆ โครงการฯ ถูกบุกรุกทำลาย ขอให้กรมป่าไม้ พิจารณาขอความร่วมมือกับภาคเอกชนในการส่งเสริมสนับสนุนให้มีการปลูกป่าบริเวณรอบพื้นที่โครงการฯ
          2. โครงการส่งเสริมการจัดการป่าชุมชน
ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ

ข้อสังเกตในการดำเนินโครงการ

ในพื้นที่บ้านห้วยสะพานสามัคคี อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี ในช่วงฤดูแล้งจะขาดแคลนน้ำเพื่อใช้ในการเกษตร และเพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภคคณะกรรมการฯจึงต้องการขอรับการสนับสนุนรถบรรทุกน้ำ เพื่อใช้ในช่วงฤดูแล้ง

1. กรมป่าไม้ควรเน้นย้ำเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ให้ประสานงานและติดตามผลการดำเนินงานป่าชุมชนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงของชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การเข้าถึงทรัพยากรป่าไม้เป็นไปอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรมแก่ชุมชน

2. กรณีที่คณะกรรมการต้องการขอรับการสนับสนุนรถ บรรทุกน้ำ เพื่อใช้ในช่วงฤดูแล้ง เนื่องจากภารกิจการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของกระทรวงทรัพยากร-ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ถ่ายโอนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว ดังนั้น ขอให้กรมป่าไม้ ประสานคณะกรรมการป่าชุมชนบ้านห้วยสะพานสามัคคี เพื่อทำความเข้าใจและให้ความรู้ในการขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่อไป
          3. โครงการลดผลกระทบด้านธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อมและธรณีพิบัติภัย
ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
ข้อสังเกตในการดำเนินโครงการ
    1. กิจกรรมการลดผลกระทบดินถล่มโดยการใช้ไม้ไผ่สานขัดแตะ เป็นการป้องกันแก้ไขปัญหาชั่วคราวเท่านั้น หากจะมีการก่อสร้างด้วยฐานรากที่แข็งแรง พบว่า กรมทรัพยากรธรณีไม่มีตำแหน่งวิศวกร ในโครงสร้างอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการเกี่ยวกับการก่อสร้างดังกล่าวได้ 
    2. มีบ้านเรือนของประชาชนตั้งอยู่ริมลำธารกลางหุบเขา เมื่อพิจารณาจากลักษณะภูมิประเทศแล้วหากเกิดน้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม บ้านหลังดังกล่าวจะมีอัตราความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายจากดินถล่มสูงมาก
          

1. กรมทรัพยากรธรณี ควรบูรณาการเครือข่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ และเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานแนวทางการแจ้งเตือนภัยให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน    
2. ควรศึกษาวิจัยและจัดทำแผนที่เสี่ยงภัยที่สามารถระบุสาเหตุและลำดับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภัยดินถล่ม และกำหนดมาตรการควบคุมการใช้ประโยชน์พื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าวเพื่อป้องกัน การเกิดภัยและลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน    
3. ควรทบทวนโครงสร้างและบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของกรมทรัพยากรธรณี โดยปรับปรุงแก้ไขตามสถานการณ์ปัจจุบัน 
          4. โครงการดูแลเขตพิทักษ์ป่าชายเลน รักษ์สัตว์น้ำ
ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ

ข้อสังเกตในการดำเนินโครงการ

1. ประชาชนบางกลุ่มรับจ้างปลูกป่าในพื้นที่ของตนเอง แต่ขาดความรู้ในเรื่องการปลูกป่าชายเลน จึงทำให้มีอัตราการรอดตายต่ำซึ่งก่อให้เกิดความสูญเปล่าของค่าใช้จ่ายในการปลูกป่าชายเลน

2. สถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 6 (สมุทรสงคราม) ไม่มีสถานที่ทำงานเป็นของตนเอง ต้องอาศัยสถานที่ของ อบต. คลองโคน เป็นสถานที่ปฏิบัติงาน รวมทั้งงบประมาณและเจ้าหน้าที่น้อยไม่เพียงพอและไม่เหมาะสมกับพื้นที่ที่รับผิดชอบ

3. ในบริเวณชายฝั่งทะเลของทั้งจังหวัดสมุทรสงครามและจังหวัดเพชรบุรี พบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งและพื้นที่งอก ซึ่งทางราชการได้แก้ไขปัญหาโดยใช้โครงสร้างและรูปแบบที่ต่างกัน และยังไม่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหา เพราะไม่มีการศึกษาในภาพรวมอย่างเป็นระบบ

1. ควรให้ความรู้ในเรื่องการปลูกป่าชายเลนเพื่อให้มีอัตราการรอดตายสูงขึ้น รวมทั้งควรให้คำแนะนำให้ประชาชนดำเนินการปลูกป่าชายเลนเสริมความอุดมสมบูรณ์ในพื้นที่ป่าเดิม ซึ่งจะเป็นประโยชน์มากกว่าการปลูกป่าชายเลนในพื้นที่ใหม่

2. กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ควรมีการติดตามประเมินผลการดำเนินงานปลูกป่าชายเลนในพื้นที่ที่ได้ดำเนินการปลูกไปแล้ว

3. กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ควรศึกษาถึงข้อดีข้อเสีย เพื่อเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณทั้งโครงการในภาพรวมต่อไป
          5. โครงการให้ความช่วยเหลือฟื้นฟู เยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย (ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2555)
ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ

ข้อสังเกตในการดำเนินโครงการ

    1. โครงการปรับปรุงซ่อมแซมแหล่งน้ำเพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาการเกิดอุทกภัย ปัจจุบันมีการดำเนินงานหลายหน่วยงาน จึงทำให้การบริหารจัดการน้ำและการบริหารจัดการโครงการขาดความเป็นเอกภาพ

    2. การดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมแหล่งน้ำในคลองเดียวกัน และมีหลายหน่วยงานเข้าไปดำเนินการโดยใช้บริการของผู้รับเหมารายเดียวกัน แต่เป็นคนละสัญญา เมื่อระยะเวลาใกล้ครบตามสัญญา จึงต้องมีการระดมคนและอุปกรณ์เครื่องจักรเข้าดำเนินการก่อน จึงส่งผลให้การดำเนินงานของอีกหน่วยงานหนึ่งเกิดความล่าช้า และไม่สามารถดำเนินการแล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด

1. การดำเนินโครงการของแต่ละหน่วยงาน ควรมีการ บูรณาการการดำเนินงานร่วมกัน

2. ควรมีการศึกษาและพิจารณาผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศของแหล่งน้ำ ทั้งก่อนและหลังการดำเนินโครงการ

3. ควรให้ประชาชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการระบบการระบายน้ำ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนของโครงการและลดความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานกับประชาชนในพื้นที่

เข้าสู่ระบบ
Username  
Password  
 

    ลิงค์     |     สมาชิกเครือข่าย     |     RSS feed     |     คำถามที่พบบ่อย            

เกี่ยวกับ

กฏหมายและระเบียบ

หนังสือเวียน

ข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

ศูนย์ความรู้

ประชาสัมพันธ์

W3C   Facebook Facebook สำนักงาน ก.พ.ร.   PMQA Channel  ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ  ipv6 ready  www.info.go.th  การปฏิเสธความรับผิดชอบ |  Webmail| Intranet สำหรับข้าราชการ | ผังเว็บไซต์ นโยบายเว็บไซต์ 

Slocan

สงวนลิขสิทธิ์โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ

59/1 ถนนพิษณุโลก แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300 โทร. 02 356 9999 โทรสาร 02 281 7882 สายด่วน 1785 e-mail: administrator@opdc.go.th