หน้าหลัก ก.พ.ร. ไทย   |   Eng   |   Mobile   |   Help   |   Theme:

หน้าหลัก หน้าหลัก | ติดต่อ | ผังเว็บไซต์ | ค้นหาข้อมูล  
Share แชร์ พิมพ์หน้านี้
ยุทธศาสตร์ปี 2551-2555 / ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 (มีส่วนร่วม) / ระบบการประเมินผลตามคำรับรองการปฏิบัติราชการให้เกิดการบูรณาการ การทำงานระหว่างกระทรวง

ระบบการประเมินผลตามคำรับรองการปฏิบัติราชการให้เกิดการบูรณาการ การทำงานระหว่างกระทรวง

| ผู้รับผิดชอบ:

ระบบการประเมินผลตามคำรับรองการปฏิบัติราชการให้เกิดการบูรณาการ
การทำงานระหว่างกระทรวง

1.  การจัดทำคำรับรองและการประเมินผลการปฏิบัติราชการ5 เป็นเครื่องมือในการบริหารเพื่อบรรลุเป้าหมายของแผนการบริหารราชการแผ่นดินตามนโยบายที่รัฐบาลได้แถลงต่อรัฐสภา โดยในการประเมินผลตามคำรับรองการปฏิบัติราชการของส่วนราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2552 ยังคงยึดกรอบการประเมินผล 4 มิติ น้ำหนักรวมร้อยละ 100 (มิติที่ 1 ด้านประสิทธิผล และมิติที่ 2 ด้านคุณภาพการให้บริการ มีน้ำหนักรวม ร้อยละ 60 ส่วนมิติที่ 3 ด้านประสิทธิภาพ และมิติที่ 4 ด้านการพัฒนาองค์การ มีน้ำหนักรวม ร้อยละ 40) ในปี พ.ศ. 2552 ก.พ.ร. ได้ปรับปรุงกรอบการจัดทำคำรับรองและการประเมินผลการปฏิบัติราชการของส่วนราชการ ในกรณีภารกิจที่ต้องร่วมดำเนินการหลายกระทรวงจึงจะเกิดผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมาย โดยให้มีการวัด ระดับความสำเร็จของร้อยละเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักในการดำเนินการตามแผนปฏิบัติราชการของกระทรวงที่มีเป้าหมายร่วมกันระหว่างกระทรวง (มีน้ำหนักร้อยละ 20) เป็นตัวชี้วัดในระดับกระทรวง ซึ่งจะทำให้การบริหารงานแบบบูรณาการและการบรรลุตามเป้าหมายของภารกิจที่ต้องร่วมดำเนินการกันหลายกระทรวงเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม

2.  การดำเนินการตามแผนปฏิบัติราชการของกระทรวงที่มีเป้าหมายร่วมกันหลายกระทรวง
ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2552 มีหลายภารกิจ เช่น ยุทธศาสตร์ข้าวไทย ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการพลังงานทดแทน ยุทธศาสตร์ความมั่นคงเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยุทธศาสตร์การป้องกันอุบัติเหตุจราจร ยุทธศาสตร์กระบวนการป้องกันและแก้ไขปั­หายาเสพติด และยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามอาช­ากรรม แต่เนื่องจากปี พ.ศ. 2552 ซึ่งเป็นปีแรกที่มีการกำหนดตัวชี้วัดที่มีเป้าหมายร่วมกันระหว่างกระทรวง (Joint KPIs) พบว่า ยังไม่อาจเดินหน้าได้อย่างเต็มรูปแบบ6 เช่น กรณียุทธศาสตร์ข้าวไทยที่อยู่ภายใต้บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของ 3 กระทรวงหลัก คือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงอุตสาหกรรม ปรากฏว่าหน่วยงานในแต่ละกระทรวงไม่ได้รับงบประมาณให้ดำเนินการตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ จึงต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อบรรลุผล โดยให้วัดผลจากกิจกรรม
ที่ดำเนินการ และในปีถัดไปให้กำหนดเป็นแผนปฏิบัติการระยะยาว มีตัวชี้วัดร่วมจากเป้าหมายที่กำหนดไว้ รวมทั้งให้หน่วยงานเจ้าภาพจัดทำร่างแผนภาพกิจกรรมและเป้าหมายสุดท้ายที่ 3 กระทรวงจะบูรณาการร่วมกันตามแผนยุทธศาสตร์ข้าว จัดส่งให้กับคณะทำงาน เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป

กรณีตัวอย่าง
การจัดทำตัวชี้วัดที่มีเป้าหมายร่วมกันระหว่างกระทรวง (Joint KPIs) ยุทธศาสตร์ข้าวไทย

การกำหนดเป้าหมายและแผนปฏิบัติการร่วมกันในภาพรวมระดับประเทศและระดับกระทรวงเพื่อ
เป็นทิศทางการปฏิบัติงานอย่างบูรณาการระหว่างกระทรวง กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียประโยชน์ (Stakeholders)
ทั้งในภาครัฐ ภาคเอกชน เกษตรกร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ ในการศึกษา ยุทธศาสตร์
ข้าวไทย จะต้องหา End Result ที่เหมาะสมและมุ่งเน้นการวัดผลที่ Productivity และการวัดผลเชิงคุณภาพ (Quality) และพิจารณาการเพิ่มมูลค่า (Value Added) ความเป็นธรรม และการมีส่วนร่วมของหน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้อง

จากการประชุมร่วมกับส่วนราชการและผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับข้าวจาก
ภาคเอกชน แสดงความเชื่อมโยงตามภาพที่ 2-34 และภาพที่ 2-35

ได้ข้อเสนอในการปรับปรุงห่วงโซ่ของการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Chain) ดังนี้

   ควรใช้ความต้องการของตลาดเป็นตัวกำหนดแนวทางของภาคการผลิต (Demand-driven)
รวมถึงการแปรรูป และอื่น ๆ แล้ว จึงกำหนดประเด็น และบทบาทของแต่ละหน่วยงานใน Value Chain ใหม่

   พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของการส่งเสริมการส่งออกข้าว เช่น  R&D, Logistics, Information & Intelligence, Strategic Partners, Knowledge Sharing & Management, Skill & Technology, Well - being Farmers, Land Use, Capital & Co-operatives, Government Policy  เป็นต้น



 

การวางระบบประเมินผลและการจัดสรรงบประมาณของสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ   

สำนักงาน ก.พ.ร. ได้เสนอคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับแนวคิดใหม่ที่จะให้มีกลไกเพื่อสนับสนุนการพิจารณางบประมาณของสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ มีกติกาที่ชัดเจน โปร่งใส เป็นธรรม สอดคล้องกับผลการประเมินมาตรฐานและคุณภาพของแต่ละสถาบันอุดมศึกษา ทั้งในส่วนของงบประมาณเพื่อการจัดการเรียนการสอน งานวิจัย และการลงทุน โดยสถาบันอุดมศึกษาจะมีอิสระในทางวิชาการ โดยรัฐจะไม่แทรกแซงการบริหารจัดการงบประมาณที่ได้รับ โดยมีคณะกรรมการประเมินและจัดสรรงบประมาณอุดมศึกษา ตามร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการประเมินผลและจัดสรรงบประมาณของสถาบันอุดมศึกษา ที่ได้เสนอคณะรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ 28 เมษายน 2552 ประกอบด้วย 4 ประเด็นหลัก ได้แก่

1) การปรับปรุงโครงสร้าง และการจัดระบบความสัมพันธ์ขององค์กรที่เกี่ยวข้องกับระบบประเมินผล และการจัดสรรงบประมาณของสถาบันอุดมศึกษา

2) หลักการประเมินผลและจัดสรรงบประมาณของสถาบันอุดมศึกษา

3) แนวทางการดำเนินงานสำหรับสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ

4) แนวทางสำหรับสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นส่วนราชการ (67 สถาบัน)

โดย ได้กำหนดแนวทางการดำเนินการตาม ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการประเมินผลและจัดสรรงบประมาณ อุดมศึกษา ที่จะต้องทดลองดำเนินการตามแนวทางการวางระบบประเมินผลและการจัดสรรงบประมาณ ของสถาบันอุดมศึกษา สำหรับสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ เป็นระยะเวลา 2 - 3 ปี จากนั้นให้มีการประเมินเพื่อขยายผลการดำเนินการไปยังสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นส่วนราชการต่อไป

 

 


เผยแพร่ข้อมูลเมื่อ 27 สิงหาคม 2553 17:32:49 ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดเมื่อ 8 มีนาคม 2555 11:04:33
    ลิงค์     |     สมาชิกเครือข่าย     |     RSS feed     |     คำถามที่พบบ่อย            
    Facebook สำนักงาน ก.พ.ร.   PMQA Channel  Webmail | Intranet สำหรับข้าราชการ | ผังเว็บไซต์




สงวนลิขสิทธิ์โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ

59/1 ถนนพิษณุโลก แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300 โทร. 02 356 9999 โทรสาร 02 281 8328 สายด่วน 1785 e-mail: administrator@opdc.go.th
bb